6 องค์กรสิทธิฯ จี้นายกฯ ดำเนินคดีและนำ ‘หมุดคณะราษฎร’ กลับมา

0

สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน(สสส.) ศูนย์เผยแพร่และส่งเสริมงานพัฒนา(ผสพ.) มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา(HRDF) คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช.) มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม(EnLAW) มูลนิธิผสานวัฒนธรรม(CrCF) และ สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน(สนส.) ออกจดหมายเปิดผนึก เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีติดตามสอบสวนและลงโทษผู้กระทำการให้หมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญของคณะราษฎรสูญหายและนำหมุดอื่นมาแทนที่ โดยให้นำหมุดเดิมกลับมาไว้ที่เดิม และเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ประชาชนร่วมกันปกป้องรักษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์นี้เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ความจริงต่อไป

 

จดหมายเปิดผนึก

กรณีหมุดเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร : จงคืนความจริงกลับสู่สังคมไทย

โดยเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าการทำให้สูญหายและเปลี่ยนแปลง “หมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ”ของคณะราษฎร อันมีข้อความว่า “ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญ เพื่อความเจริญของชาติ” และนำหมุดที่มีข้อความอย่างอื่นมาแทนที่โดยไม่ทราบความเป็นไปเป็นมา และความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์เป็นระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ นั้น

องค์กรท้ายจดหมายนี้ เห็นว่า

1. การสูญหายของหมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญของคณะราษฎร อันเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์และการนำหมุดอื่นมาแทนที่ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงความจริงในทางประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่ของไทย ย่อมเป็นข้อมูลที่ประชาชนในชาติต้องรับรู้และร่วมตัดสินใจหาใช่เป็นเรื่องของบุคคลหรือกลุ่มบุคลใดจะตัดสินใจกระทำการตามอำเภอใจอย่างปกปิดซ่อนเร้น โดยไม่มีหน่วยงานใดของรัฐบาลต้องรับผิดชอบและให้ความกระจ่างชัดต่อสาธารณชน

2. การฝังหมุดคณะราษฎรเพื่อบอกเล่าหลักหมายของการเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่จริง ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นหน้าที่ของรัฐและประชาชนในการสืบสานและสืบทอดความจริงของประวัติศาสตร์ด้วยการเคารพความจริงในการสร้างการเรียนรู้และความทรงจำร่วมทางสังคม เพื่อที่จะไม่ก่ออาชญากรรมทางปัญญาต่อชนรุ่นหลัง

3. แม้ว่าการให้ความหมายหรือการให้คุณค่าสำหรับการเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร หรือผลของการเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎรอาจแตกต่างกัน แต่จะต้องไม่ปฏิเสธความจริงที่ว่าหมุดคณะราษฎรเป็นประจักษ์พยานที่ยืนยันว่าได้มีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดของระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์และเริ่มต้นของระบอบประชาธิปไตย จึงจำเป็นต้องการเปิดพื้นที่ให้กับการถกเถียงอย่างเสมอหน้า อันเป็นหลักการพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตย

4. นอกจากนี้ การกระทำดังกล่าวอาจผิดกฎหมายฐานลักทรัพย์หรือทำลายโบราณสถาน

ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรท้ายจดหมายนี้ จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีติดตามสอบสวนและลงโทษผู้กระทำการให้หมุดก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญของคณะราษฎรสูญหายและนำหมุดอื่นมาแทนที่ โดยให้นำหมุดเดิมกลับมาไว้ที่เดิม และเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ อีกทั้งขอให้ประชาชนร่วมกันปกป้องรักษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์นี้เพื่อให้ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ความจริงต่อไป

ด้วยความเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสิทธิเสรีภาพของประชาชน

19 เมษายน 2560

สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน(สสส.)

ศูนย์เผยแพร่และส่งเสริมงานพัฒนา(ผสพ.)

มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา(HRDF)

คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน(กป.อพช.)

มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม(EnLAW)

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม(CrCF)

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน(สนส.)

Share.

About Author

Comments are closed.