มาตรา 22 พ.ร.ป.พรรคการเมือง ล้างไพ่กรรมการบริหารพรรคทั้งคณะ

0

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญแต่ดูเหมือนจะยังเป็นเรื่องที่ถูกพูดถืออยู่น้อยมากคือ มาตรา 22 ในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง หรือ พ.ร.ป. พรรคการเมือง เพราะนอกจากปัญหาในร่างกฎหมายดังกล่าวจะถูกมองจากนักการเมืองหลายพรรคว่า เป็นร่างกฎหมายที่ทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ เพราะมีการกำหนดเรื่องการเก็บเงินบำรุงพรรคจากสมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งส่งผลต่อการถูกยุบพรรคหากไม่สามารถทำได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ สิ่งที่เป็นปัญหาสำคัญอีกประการคือการให้อำนาจ กกต. สามารถสั่งล้างไผ่คณะกรรมการพรรคการเมืองได้ทั้งคณะหากฝ่าฝืนมาตรา 22 ในร่างกฎหมายที่กำลังอยู่ในวาระพิจารณาของ สนช.
โดยมาตราดังกล่าวกำหนดในวรรคแรกว่า กำหนดให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีหน้าที่ควบคุมและกำกับดูแล มิให้สมาชิกกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับ รวมตลอดทั้งระเบียบประกาศและคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ เมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือให้มีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา แล้วแต่กรณี คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีหน้าที่ควบคุมและกำกับดูแล มิให้สมาชิก หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองกระทำการในลักษณะที่อาจทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริต หรือเที่ยงธรรม ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรืออาจเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่บุคคลใดซึ่งสมัครเข้ารับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
เมื่อความปรากฏต่อคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือกรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือเมื่อคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองได้รับแจ้งจากนายทะเบียนพรรคการเมืองว่าสมาชิกกระทำการอันอาจมีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองมีมติหรือสั่งการให้สมาชิกยุติการกระทำนั้นโดยพลัน และกำหนดมาตรการหรือวิธีการที่จำเป็นเพื่อมิให้สมาชิก ผู้ใดกระทำการอันอาจมีลักษณะดังกล่าวอีก แล้วแจ้งให้นายทะเบียนพรรคการเมืองทราบภายในเจ็ดวัน นับแต่วันที่มีมติ
ในกรณีที่ความปรากฏต่อนายทะเบียนว่าคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองไม่ปฏิบัติตาม ให้นายทะเบียนเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณามีคำสั่งให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้นพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะคำสั่งดังกล่าวให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
นั่นหมายความว่า คณะกรรมการบริหารพรรคจำนวนไม่กี่คนมีหน้าที่ในการกำกับดูแลสมาชิกพรรคการเมืองอย่างน้อยที่สุด 5,001 คน ในปีแรกเมื่อร่างกฎหมายดังกล่าวประกาศใช้ และอย่างน้อย 10,001 คนในปีที่ 4 ตามข้อบังคับในมาตรา 58 ส่วนจำนวนสมาชิกพรรคมากที่สุดไม่สามารถคาดเดาได้ แต่หากอ้างอิงจากพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งมักอ้างว่าพรรคตนเองนั้นมีสมาชิกพรรคอยู่หลายล้านคน ก็อาจเป็นไปได้ที่ คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองเพียงไม่มีกี่คน มีหน้าที่ควบคุมและกำกับดูแล สมาชิกพรรคการเมืองจำนวนหลัก หมื่น แสน ล้าน
กำกับกดูแลในเรื่องอะไร ร่างกฎหมายระบุว่า กำกับดูแลเพื่อไม่ให้สมาชิกพรรคการเมือง กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ กฎหมาย ข้อบังคับ รวมตลอดทั้งระเบียบประกาศและคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งนี้เป็นการวางกรอบหน้าที่ในการกำกับดูแลที่กว้างมากๆ มากที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังเปิดพื้นที่ให้ตีความได้ครอบจักรวาล
การฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมีได้ตั้งแต่ ก่อกบฎล้มล้างการปกครอง ไม่เสียภาษีตามกฎหมายกำหนด หลบหนีหรือหลีกเลี่ยงไม่ไปตรวจคัดเลือกทหารกองประจำการ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นการกระทำที่ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญแทบทั้งสิ้น
แต่เรื่องเหล่านี้อาจจะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองในการกำกับดูแลสมาชิกพรรคการเมือง อย่างไรก็ตามเข้าใจว่าผู้ร่างอาจจะเพียงแต่ต้องการควบคุมเรื่องการซื้อสิทธิขายเสีย และเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเท่านั้น แต่กรณีที่ยกมาทั้งหมดนั้นก็เป็นไปเพื่อชี้ให้เห็นว่า คุณเขียนกฎหมายกว้างเกินไป
นอกจากนี้นี่ยังเป็นการเขียนกฎหมายที่ผิดหลักการทางกฎหมายอย่างสิ้นเชิง เพราะเมื่อคนคนหนึ่งทำผิดกฎหมาย แต่คนอีกกลุ่มอาจจะได้รับโทษไปด้วย เพราะไม่อาจควบคุมการกระทำผิดนั้นได้
ขณะที่ ชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยเคยให้คงามเห็นสัมภาษณ์กับประชาไทว่า ร่างบัญญัติข้อนี้ยังมีลักษณะกว้างไปและสร้างการตีความครอบคลุมได้ในหลายๆ ประเด็น โดยเขาเห็นว่า การที่จะให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองเพียงไม่กี่คนมีหน้าที่ต้องดูแลกับสมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งสำหรับพรรคใหญ่อาจมีจำนวนถึงหลักแสน หลักล้าน เป็นกฎหมายที่ไม่สมเหตุสมผล และยิ่งต้องมีการรับโทษด้วยการถูกสั่งให้พ้นจากตำแหน่งด้วยนั้นถือเป็นเรื่องที่ไม่ชอบอย่างยิ่ง โดยเขาเห็นว่ากฎหมายควรกำหนดโทษที่ผู้ที่กระทำผิดโดยตรง และหากมีการตรวจสอบพบว่า กรรมการบริหารพรรคการเมืองคนใดมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด เช่นมีส่วนรู้เห็นกับการฝ่าฝืนกฎหมาย ก็ควรที่จะมีการลงโทษเป็นกรณีไป ไม่ใช่การเหมารวมคณะกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด

Reference
http://cdc.parliament.go.th/draftconstitution2/ewt_dl_link.php?nid=1045&filename=draftlawrelate
http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/040/1.PDF
https://prachatai.com/journal/2017/04/71225

Share.

About Author

Comments are closed.