7 ปี พฤษภา 53!!! ที่นี่มีคนตาย แต่ยังไร้คนรับผิดชอบ!!

0

 

ในเดือนพฤษภาคมในแต่ละปี สำหรับประเทศไทยถือว่าเป็นเดือนหนึ่งที่มีเหตุการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์มาหลายครั้งหลายหน ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์พฤษภาทมิฬในปี 2535 เหตุการณ์การสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) บริเวณแยกราชประสงค์ในปี 2553 จนมาถึงการรัฐประหารของคสช. ในปี 2557

1

ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2560 นี้ก็ถึงเวลาครบรอบ 7 ปีพอดิบพอดีกับเหตุการณ์การสลายการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ในปี 2553 ซึ่งหากจะย้อนรอยเหตุการณ์ดังกล่าว ก็ต้องเริ่มที่การชุมนุมของกลุ่มนปช. ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2553 เพื่อต่อต้านและเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ประกาศยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีท่ามกลางข้อสงสัยว่าได้รับการสนับสนุนจากกองทัพ ภายใต้การประกาศยุบพรรคพลังประชาชนซึ่งเป็นรัฐบาลจากการชนะการเลือกตั้ง

2

การชุมนุมของกลุ่มนปช.นั้นก็ดำเนินต่อมาเรื่อยๆ ท่ามกลางความรุนแรงที่เกิดขึ้นเป็นระยะและความสูญเสียชีวิตของประชาชนจากการปะทะกับกองทัพภายใต้การสั่งการของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ ซึ่งหากจะนับรวมจำนวนผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บในเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่มนปช. ตั้งแต่เริ่มต้นจนมีการสลายการชุมนุมนั้นมีจำนวนผู้เสียชีวิตถึง 91 ศพ บาดเจ็บกว่า 2,100 คน

3

สำหรับเหตุการณ์การสลายการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์นั้น เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม และจบสิ้นในวันที่ 19 พฤษภาคม โดยมีฝ่ายกองทัพมีการประกาศเขตการใช้กระสุนจริง และมีการใช้อาวุธสงครามหลายรูปแบบในการสลายการชุมนุม เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมครั้งนี้ถึง 53 ศพ เป็นชายไทยไม่ทราบชื่อ 4 ศพ เป็นหญิงไทยไม่ทราบชื่อ 1 ศพ ระบุชื่อได้ จำนวน 47 ศพ ทหารเสียชีวิต 9 นาย ตำรวจ 2 นาย และชาวต่างประเทศเสียชีวิต 2 ราย นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 400 ราย

4

โดยการปฏิบัติการสลายการชุมนุมครั้งนี้มีการใช้กำลังทหารถึง 67,000 นาย เบิกกระสุนจริงไปกว่า 110,000 นัด กระสุนปืนสไนเปอร์อีกกว่า 2,000 นัด

5

ด้านคดีความนั้น อัยการได้มีคำสั่งฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก  ในข้อหาร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำหรือฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

6

อย่างไรก็ตามภายหลังการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ศาลอาญาได้มีคำพิพากษายกฟ้องนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ด้วยเหตุผลว่าไม่มีอำนาจพิจารณาคดี แต่อยู่ในอำนาจของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ในวันที่ 28 สิงหาคม 2558 ซึ่งคณะกรรมการปปช. มีมติไม่ฟ้องนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และพลเอกอนุพงษ์ เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ต่อมาศาลอุทธรณ์ยกฟ้องนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพเช่นเดิมในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559

A Thai army soldier and a sniper fire at anti-government protesters after getting fire from them in Bangkok, Thailand, Saturday, May 15, 2010. Thai troops faced off against die-hard protesters vowing to defend their fortified encampment in downtown Bangkok on Saturday, following two days of running gunbattles that killed 16 people and wounded nearly 160.(AP Photo/ Manish Swarup)

นอกจากการเสียชีวิตของประชาชนจำนวนมากถึง 91 ศพ บาดเจ็บกว่า 2,100 คนที่ยังคงไร้ผู้รับผิดชอบ แต่ในช่วงการสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ข้อเท็จจริงปรากฏว่ามีประชาชนถึง 6 รายที่เสียชีวิตจากกระสุนปืนของฝ่ายเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งเป็นการสังหารในเขตอภัยทานของวัดปทุมวนารามเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2553

8

มาถึงวันนี้ครบรอบ 7 ปีการสลายการชุมนุมทางการเมืองที่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากที่สุดครั้งหนึ่งของประเทศไทย ไม่เพียงแต่ยังไม่มีผู้ใดต้องรับผิดชอบ แต่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหลายคนก็ยังคงสุขสบาย หลายคนประสบความสำเร็จทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่วันนี้ยังคงเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่ผันตัวมาเป็นแกนนำกลุ่มกปปส. ล่าสุดไปเปิดโรงเรียนการเมืองสอนประชาธิปไตย

9

หรือจะเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผู้บัญชาการกองทัพบกในช่วงปี 2553 ที่วันนี้เป็นถึงนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมในปี 2553 ที่วันนี้ยังคงรั้งตำแหน่งรองนายกฯและรมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีตผู้บัญชาการทหารบก ที่วันนี้เป็นถึงรมว.มหาดไทย

Thai soldiers fire their weapons at anti-government "red shirt" protesters during clashes in central Bangkok April 10, 2010. Thai troops fired rubber bullets at opposition "red shirts" on Saturday as they moved in to clear a protest site in Bangkok in the biggest confrontation in the month-long campaign for new elections, witnesses said. The red shirts took their protest to the northern city of Chiang Mai, where hundreds forced their way into the governor's office compound in protest at the crackdown in Bangkok.    REUTERS/Damir Sagolj  (THAILAND - Tags: POLITICS CIVIL UNREST MILITARY)

11

12

นอกจากนี้ยังมีนายทหารอีกหลายคนที่ดำรงตำแหน่งสำคัญและเกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุมในปี 2553 ที่ยังได้รับตำแหน่งต่างๆ เช่น พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง อดีตเสนาธิการทหารบก พล.อ.คณิต สาพิทักษ์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 1 พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.วลิต โรจนภักดี อดีตผบ.พล.ร.2 รอ. ที่ตอนนี้ทั้งหมดรับตำแหน่งสมาชิกสนช.ในปัจจุบัน หรือแม้แต่พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ รอง.ผบ.พล.ร.2 รอ. ที่มาปฏิบัติหน้าที่แทนพล.อ.วลิต ที่ได้รับบาดเจ็บในช่วงการชุมนุม วันนี้ก็เป็นถึงผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เรียกได้ว่าเป็น 1 ใน 5 เสือทบ.

13

 

เรียกได้ว่าแม้จะไม่มีคดีความใดใด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลุ่มบุคคลที่เอ่ยชื่อไปในข้างต้นเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการสลายการชุมนุมปี 2553 จริงๆ โดยตำแหน่งและหน้าที่ในอดีต ซึ่งในปัจจุบันล้วนแต่ได้ดิบได้ดีกันแทบทุกคน

14

 

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อ 7 ปีที่แล้ว เมื่อมามองกับภาพรวมในปัจจุบัน คงต้องยอมรับว่า ผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บคงยากที่จะหาผู้รับผิดชอบ หรือนำตัวผู้กระทำความผิดมารับโทษตามกฎหมาย แต่คนไทยไม่ควรลืมว่าเคยมีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกลายเมืองหลวงของประเทศ ไม่ควรลืมว่า “ที่นี่มีคนตาย”!!!

 

 

Share.

About Author

Comments are closed.