ทัพบกเฮอีก!!! ครม.อนุมัติซื้อรถเกราะจีน 2.3 พันล้าน ส่วนหนี้น้ำไฟไร้วี่แววจ่าย!!!

0

 

ได้เฮกันรัวๆสำหรับกองทัพไทย โดยล่าสุดเป็นกองทัพบกที่ได้ยุทโธปกรณ์ใหม่ เป็นรถเกราะจากประเทศจีน โดยคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการจัดซื้อดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว โดยจะมีการจัดซื้อรถเกราะจากประเทศจีนทั้งหมด 34 คัน วงเงิน 2,300 ล้านบาท

1

การประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 13 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ที่ประชุมครม. ได้มีการอนุมัติจัดซื้อรถเกราะรุ่น VN1 จากประเทศจีน จำนวน 34 คัน วงเงินงบประมาณ 2,300 ล้านบาท ตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกและรมว.กลาโหมได้นำเสนอโครงการดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมครม.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

2

 

โครงการจัดซื้อรถเกราะดังกล่าว เป็นโครงการจัดซื้อรถเกราะ(ระยะที่2) เพื่อทดแทนรถเกราะรุ่น V150 และ รถเกราะสายพานรุ่น M113A3 ที่กองทัพบกใช้งานมา 40-50 ปี การจัดซื้อครั้งนี้จะเป็นการจัดซื้อแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี โดยก่อนหน้านี้ มี 3 ประเทศที่ยื่นเสนอแบบรถเกราะให้คณะกรรมการกำหนดมาตรฐานยุทโธปกรณ์กองทัพบกพิจารณา ได้แก่ 1.รถเกราะล้อยางแบบ BRT-4E จากประเทศยูเครน 2. รถเกราะล้อยางแบบ BTR-82A จากรัสเซีย และ 3. รถเกราะล้อยางแบบ VN1 จากประเทศจีน

โดยจากการพิจารณาของกองทัพบกได้เลือกซื้อรถเกราะแบบ VN1 จากประเทศจีน ทั้งนี้โครงการจัดซื้อรถเกราะดังกล่าวจะใช้งบประมาณผูกพันจากปี 2560-2563 และคาดการณ์ว่ารถเกราะแบบ VN1 จะเข้าประจำการที่กองพลทหารม้าที่ 1 (พล.ม.1 ) ที่กองพันทหารม้าที่ 10 (ม.พัน.10) ค่ายสุริยพงษ์ จ.น่าน และกองพันทหารม้าที่ 7 (ม.พัน.7) ค่ายพิชัยดาบหัก จ.อุตรดิตถ์

3

ก่อนหน้านี้กองทัพบกได้รับการอนุมัติการจัดซื้ออาวุธอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 กองทัพบกได้ลงนามจัดซื้อรถถังแบบ VT-4 จากประเทศจีนระยะแรก จำนวน 28 คัน วงเงิน 4,900 ล้านบาท จากนั้นในเดือนเมษายนที่ผ่านมาก็ได้อนุมัติการจัดซื้อรถถัง VT-4 จากจีนระยะที่สองอีก 10 คัน วงเงิน 2,000 ล้านบาท และล่าสุดจัดซื้อรถเกราะ VN1 จากจีนอีก 34 คัน วงเงิน 2,300 ล้านบาท

4

นอกจากกองทัพบกแล้ว เหล่าทัพอื่น เช่น กองทัพเรือ ก็เพิ่มจะมีการจัดซื้อเรือดำน้ำรุ่น Yuan Class S26T จากประเทศจีนระยะแรก 1 ลำ วงเงิน 13,500 ล้านบาท โดยมีความต้องการจัดซื้อให้ครบ 3 ลำวงเงิน 36,000 ล้านบาท และกองทัพอากาศเองก็มีความต้องการจะจัดซื้ออาวุธและอัพเกรดระบบอาวุธเพิ่มเติมเช่นกัน

5

อย่างไรก็ตามแม้ว่ากองทัพจะมีโครงการจัดซื้ออาวุธมูลค่ามหาศาล อีกทั้งในปี 2561 นี้ก็ได้งบประมาณสูงที่สุดเป็นประวัติการกว่า 2.2 แสนล้านบาท แต่กองทัพกลับยังคงครองแชมป์หน่วยงานรัฐที่เป็นหนี้ค่าสาธารณูปโภคอย่าง ค่าไฟฟ้า และน้ำประปาสูงที่สุด โดยจากการยืนยันของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย และอดีตผู้บัญชาการทหารบก ก็ชัดเจนว่ากองทัพติดหนี้ค่าน้ำค่าไฟยาวนานหลายสิบปี มูลค่าประมาณ 6,000 ล้านบาท

6

แต่จนถึงวันนี้ มีการจัดซื้ออาวุธมากมาย มูลค่านับแสนล้าน งบประมาณกลาโหมก็สูงถึง 2.2 แสนล้านบาท ก็ยังไม่มีวี่แววว่ากองทัพจะใช้หนี้ค่าน้ำค่าไฟเมื่อไหร่ อย่าลืมว่าทั้งการไฟฟ้า และการประปาเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งใช้เงินภาษีของประชาชน เช่นเดียวกับกองทัพซึ่งใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชนเช่นกัน

7

เมื่อวันนี้กองทัพใช้เงินมากมายในการซื้ออาวุธ มีงบประมาณมหาศาลก็ควรจะชำระหนี้สินค่าน้ำค่าไฟด้วย ไม่ใช่เอาแต่ช็อปปิ้งอาวุธจนลืมใช้หนี้!!!

 

Reference

https://www.matichon.co.th/news/580925

 

Share.

About Author

Comments are closed.