คสช.จัดให้!!! 3 ปี ช็อปแหลกอาวุธ 3 เหล่าทัพทะลุ 7.4 หมื่นล้าน!!!    

0

 

ไม่รู้ว่าประเทศไทยในวันนี้เศรษฐกิจดีหรือแย่กันแน่ เพราะแม้ว่าประชาชนทั่วประเทศจะบ่นกันจนได้ยินไปทั่วว่าเศรษฐกิจไม่ดี หาเงินลำบาก ค่าครองชีพสูง สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ ซึ่งนอกจากเสียงบ่นเหล่านี้ที่ได้ยินกันจนชิน ยังพ่วงด้วยข่าวสารในสื่อต่างๆที่ตอกย้ำว่าประเทศไทยกำลังมีปัญหาทางเศรษฐกิจ ที่วัดจากดัชนีและตัวเลขต่างๆ

01

แต่ในทางกลับกันเมื่อมองไปที่การใช้งบประมาณของกองทัพในยุคของรัฐบาลคสช. ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณของกระทรวงกลาโหมในปี 2561 ที่ทำลายสถิติงบกระทรวงกลาโหมที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยถึง  222,436 ล้านบาท พ่วงด้วยผลงานการซื้ออาวุธ 3 ปี 3 เหล่าทัพ ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศมูลค่ารวมกว่า 74,000 ล้านบาท

02

ซึ่งเมื่อพิจารณาตัวเลขทั้งงบประมาณกระทรวงกลาโหม และการซื้ออาวุธ ก็ทำให้หลายคนถึงกับ “งง” ว่านี่ประเทศไทยของเรากำลังอยู่ในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่หรือไม่??? เพราะรัฐบาลคสช.กลับกล้าที่จะใช้งบประมาณด้านกลาโหมและการซื้ออาวุธมากมายถึงขนาดนี้

 

มาย้อนดูกันว่าในระยะเวลา 3 ปีมานี้รัฐบาลคสช.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ช็อปอาวุธอะไรไปบ้าง เริ่มต้นจากกองทัพบก ด้วยโครงการจัดซื้อรถถัง VT-4 จากประเทศจีนจำนวน 38 คัน แบ่งเป็น 2 รอบการจัดซื้อ โดยระยะแรกจัดซื้อ 28 คัน วงเงิน 4,985 ล้านบาท ระยะที่ 2 จัดซื้ออีก 10 คัน วงเงิน 2,017 ล้านบาท และยังมีโครงการจะจัดซื้อเพิ่มเติมอีก 11 คันให้ครบ 1 กองพัน(49 คัน) ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณอีกไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท

 

ต่อด้วยโครงการจัดซื้อรถเกราะล้อยางรุ่น VN-1 จากประเทศจีนอีก 34 คัน มูลค่า 2,300 ล้านบาท ตามมาด้วยโครงการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์แบบ MI-17V5 จากประเทศรัสเซียจำนวน 6 ลำ ซึ่งจัดซื้อ 2 ระยะ โดยระยะแรกจัดซื้อ 2 ลำ มูลค่า 1,698 ล้านบาท ระยะที่ 2 อีก 4 ลำมูลค่า 3,385 ล้านบาท และล่าสุดโครงการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์แบบ UH60 Blackhawk จากสหรัฐฯอีก 4 ลำ มูลค่ามากกว่า 3,000 ล้านบาท

03

 

กองทัพเรือไทยก็ไม่น้อยหน้ามีโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำรุ่น Yuan Class S26T จากประเทศจีนจำนวน 3 ลำ มูลค่ากว่า 36,000 ล้านบาท ในระยะเวลา 7 ปี โดยเรือดำน้ำลำแรกมีมูลค่า 13,500 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการต่อเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งหรือ OPV (Off-shore Patrol Vessel) จำนวน 1 ลำมูลค่า 5,482 ล้านบาท เป็นงบต่อเรือ 2,832 ล้านบาท และจัดหาอาวุธติดตั้งบนเรืออีก 2,650 ล้านบาท

 

ตามมาด้วยโครงการต่อเรือตรวจการณ์ชายฝั่งอีก 9 ลำในปี 2558-2559 มูลค่ารวม 1,117 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีโครงการต่อเรือฟริเกตสมรรถนะสูงเทคโนโลยีล่องหน(Stealth) ชั้น DW 3000F อีก 1 ลำ ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากในปี 2556 ที่กองทัพเรือว่าจ้าง บริษัท DSME(Daewoo Shipbuilding & Marine Engineering) ประเทศเกาหลีใต้ โดยมีความต้องการจำนวน 2 ลำ โดยลำแรกต่อในประเทศเกาหลีใต้ ส่วนลำที่สองจะต่อในประเทศไทย โดยมูลค่าของเรือลำแรกนั้นสูงถึง 14,600 ล้านบาท และยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลว่าเรือลำที่สองจะใช้งบประมาณเท่าไหร่ แต่คาดว่าไม่น่าจะต่ำกว่า 9,000 ล้านบาท

04

ด้านกองทัพอากาศก็มีโครงการจัดซื้อเครื่องบินฝึกขับไล่ไอพ่นความเร็วเหนือเสียงรุ่น T-50TH จากประเทศเกาหลีใต้ โดยมีความต้องการจัดซื้อทั้งหมด 16 ลำ โดยจะมีการจัดซื้อแบ่งเป็น 3 ระยะ โดยระยะแรกจัดซื้อ 4 ลำ มูลค่า 3,750 ล้านบาทในปี 2558 ระยะที่สอง 8 ลำ มูลค่า 8,889 ล้านบาทในปี 2560 และในระยะที่ 3 จะมีการจัดซื้ออีก 4 ลำ ยังไม่มีการเปิดเผยมูลค่า แต่คาดว่าไม่น่าจะต่ำกว่า 3,500 ล้านบาท

05

06

07

 

รวมแล้วในระยะเวลา 3 ปี รัฐบาลคสช. อนุมัติงบประมาณการจัดซื้ออาวุธแก่ 3 เหล่าทัพไปแล้วถึง 74,623 ล้านบาท และหากรวมงบประมาณการจัดซื้อเครื่องบิน T-50TH ระยะที่ 3 อีก 4 ลำ และโครงการต่อเรือฟริเกตสมรรถนะสูงชั้น DW 3000F อีก 1 ลำในไทย ก็จะใช้งบประมาณการซื้ออาวุธมากกว่า 87,000 ล้านบาทแน่นอน!!!

08

09

ถ้าเรียกว่านี่คือผลงานของรัฐบาลคสช. ก็น่าจะเรียกได้ว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงเลยทีเดียว ซึ่งความสามารถในการใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนเพื่อซื้ออาวุธนั้นช่างแตกต่างกับการแก้ไขปัญหาประเทศในด้านอื่นๆเสียจริงๆ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ!!!

 

Reference

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/764007

https://www.matichon.co.th/news/437861

 

 

Share.

About Author

Comments are closed.