ยกที่ดินป่าชุมชนให้กระทิงแดง: ถ้านามสกุลชินวัตรเรื่องคงไม่จบเพียงแค่นี้

0

หลายฝ่ายที่ได้ถกเถียงในสังคมออนไลน์

คำถามว่าหากเปลี่ยนนามสกุล

คนเซนต์อนุมัติเป็น “ชินวัตร”

เรื่องคงไม่จบเพียงเท่านี้

กลายเป็นเรื่องใหญ่โตและกำลังถกเถียงกันในสื่อเสียแล้ว กรณี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีมหาดไทย เซ็นต์หนังสืออนุมัติให้ บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งมีแต่คนนามสกุลอยู่วิทยา[1] ซึ่งเป็นเครือบริษัทกระทิงแดงเข้าใช้ประโยชน์จากที่สาธารณะประโยชน์ห้วยเม็ก จำนวนกว่า 31 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าที่ชาวบ้านอนุรักษ์ไว้เป็นป่าของชุมชน เพื่อกำหนดกติกาการใช้ประโยชน์ เก็บหาของป่า โดยอยู่ในเขตหมู่บ้านหนองแต้ ม. 6 ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น แลเป็นทางน้ำผ่านตามธรรมชาติอีกด้วย เชื่อมกับห้วยทรายไปลงน้ำพอง ห่างจากสปริงเวย์ของเขื่อนอุบลรัตน์ ประมาณ 1 กิโลเมตร[2]

S__11730961

ซึ่งในหนังสือที่พล.อ.อนุพงษ์ เซ็นต์อนุมัตินั้น ได้อ้างว่า “ที่สาธารณะสมบัติของแผ่นดิน ห้วยเม็กนั้น ปัจจุบันมีสภาพแห้งแล้งไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติ ราษฎรไม่ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันแล้ว และไม่ได้เป็นพื้นที่รับน้ำในฤดูฝนแต่อย่างใด..”[3] และยังมีการได้กล่าวอ้างจากหนังสืออนุมัติดังกล่าวด้วยว่า “ที่สาธารณะห้วยเม็ก อยู่กึ่งกลางในเขตประกอบการอุตสาหกรรมของบริษัทฯ และบริษัทฯ มีความจำเป็นต้องขยายกิจการและก่อสร้างอาคารโรงงานเพื่อประกอบการอุตสาหกรรม..” เพื่อเป็นเหตุผลในแก้ข้อท้วงติงในกรณีอนุญาตเกินกำหนดในระเบียบของกระทรวงมหาดไทย เกี่ยวกับการใช้ที่ นสล. ข้อ 23 (3) ที่ในแต่ละจังหวัดอนุญาตให้ได้รายละไม่เกิน 10 ไร่ เว้นมีเหตุสมควร[4]

2

ต่อเนื่องจากกรณีดังกล่าวข้างต้น ได้มีการออกมาเปิดโปงของสื่อหลายสำนัก โดยเฉพาะเพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ซึ่งเป็นเพจเฟสบุ๊กที่ติดตามปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ได้ออกมาแฉในกรณีดังกล่าวว่า ในกรณีที่กล่าวว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่แห้งแล้งนั้น จากการตรวจสอบไม่ได้เป็นพื้นที่แห้งแล้งจริง มีป่าต้นไม้สภาพสมบูรณ์ และยังเป็นทางเดินของน้ำ(Flood Way) ที่ไหลลงสู่เขื่อนอุบลรัตน์ด้วย จากภาพด้านบน

และหากดูตามภาพแผนที่ด้านบน จะพบว่าที่ดินล้อมรอบป่าชุมชนนั้น แทบจะเป็นของบริษัทกระทิงแดงแทบทั้งหมด ดังนั้นคาดการณ์ได้ว่ามีการซื้อที่ดินล้อมรอบไว้ก่อน แล้วรอจังหวะให้คนสนิทเข้าไปเป็นรัฐบาลเพื่อให้เกิดการเซ็นต์อนุมัติแก๊กเดียว ก็เป็นพื้นที่ทั้งหมดของกระทิงแดง

ทางด้านภาครัฐก็ได้ออกมาโต้แย้งถึงเรื่องนี้ โดยนายประทีป กีรติเรขา อธิบดีกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย กล่าวชี้แจงว่าการอนุญาตดังกล่าวเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายครบถ้วนถูกต้องตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาตตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2543 และที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยได้มีการอนุญาตให้เอกชนดำเนินการในลักษณะนี้มาแล้ว กรณีที่บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ดีเวลลอปเมนท์ (กระทิงแดง) จำกัด ได้ยื่นขอนุญาตประกอบกิจการในที่ดินแปลงห้วยเม็กสาธารณประโยชน์ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ ขก 2321 หมู่ที่ 6 ต.บ้านดง  อ.อุบลรัตน์ จ. ขอนแก่น เนื้อที่ประมาณ 31-2-63 ไร่นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นที่เก็บกักน้ำสำหรับประกอบกิจการอุตสาหกรรมผลิตน้ำดื่มและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นลักษณะแหล่งน้ำตามวัตถุประสงค์เดิมของที่สาธารณประโยชน์[5]

ด้านกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่โดยนายไพบูลย์ บุญลา ประธานสภาองค์กรชุมชน ตำบลบ้านดง หนึ่งในชาวบ้านที่ออกมาร่วมประท้วง เมื่อรู้ข่าวว่ามีการยกที่ดินให้กับกระทิงแดง ก็ออกมาต้าน ด้วยเหตุผลว่าไม่เห็นด้วยกับการจะมายึดพื้นที่สาธารณะ ซึ่งชาวบ้านยังมีการใช้ประโยชน์จากที่แห้งนี้ อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวก็ยังเป็นพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ ไม่ได้แห้งแล้งอย่างที่หน่วยงานภาครัฐกล่าวอ้าง นอกจากนี้การที่อ้างว่าไม่มีชาวบ้านผู้ใดคัด้านก็ไม่เป็นความจริง เพราะที่ผ่านมายังไม่เคยมีการสอบถามความเห็นหรือทำประชาคมใดๆเลย[6]

และในส่วนของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมยื่นเรียกร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อให้ตรวจสอบว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทำการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนหรือไม่ และอาจเป็นการใช้อำนาจขัดคำสั่ง คสช. และนโยบายของรัฐบาลหรือไม่ในประเด็นการทุจริตคอร์รัปชั่น[7]

กระทั่งตอนนี้กระแสสังคมยังมีการออกมาให้มีการตรวจสอบและหาคนรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าว ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้เอกชน หากเรื่องนี้ไม่แดงขึ้นมาก็คงสมประโยชน์กันระหว่างรัฐกับเอกชน และแน่นอนว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการใช้อำนาจหน้าที่มิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งข้าราชการประจำและข้าราชการการเมืองอย่างพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

และหลายฝ่ายที่ได้ถกเถียงในสังคมออนไลน์คำถามว่าหากเปลี่ยนนามสกุลคนเซนต์อนุมัติเป็น “ชินวัตร” เรื่องคงไม่จบเพียงเท่านี้ คงมีการเอาผิดให้ถึงที่สุด จากรัฐบาลทหาร เช่น จากกรณีจำนำข้าว ที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ก็เป็นเพียงแค่คนเซ็นต์อนุมัติเพียงเท่านั้น ก็หาว่าเอื้อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น ดังนั้น หากเรื่องการยกที่ดินให้เอกชนนี้ไม่มีการกระทำใดใดจากรัฐบาลทหารเลย ก็คงเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับเหล่าทหารด้วยกัน และเรื่องก็คงจบไปอย่างกรณีทุจริตคอร์รัปชั่นของเหล่าทหารไทยอย่างหลายๆกรณี เช่น อุทยานราชภักดิ์,พล.อ.ปรีชา,และการจัดซื้ออาวุธของกองทัพ

 

 

 

 

 

[1] https://www.isranews.org/isranews-news/59415-news00_59415.html

[2] https://www.dailynews.co.th/politics/597294

[3] http://bit.ly/2xmTXyG

[4] อ้างแล้ว

[5] https://www.dailynews.co.th/politics/597294

[6]https://today.line.me/th/pc/article/%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B8%E0%B8%A1+%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87-P9l2rl

[7] อ้างแล้ว

Share.

About Author

Comments are closed.