เตรียมตัวหรือยัง??? 1 ม.ค. 61 ดีเดย์ FTA อาเซียน-จีน สินค้าจากจีนลดภาษีเหลือเพียง 0-5%!!!

0

ถือเป็นอีกเรื่องที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ สำหรับวันที่อัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนมายังไทยจะถูกปรับพิกัดภาษีให้ต่ำลงเหลือไม่เกิน 5% ต่อรายการ ภายใต้กรอบข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน หรือ FTA Asean – China โดยวันที่ 1 มกราคม 2561 จะถือเป็นวันที่อัตราภาษีจะถูกปรับลดลงจนครบตามข้อตกลง

  ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน(FTA) แม้จะมีการลงนามมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ก็ใช้วิธีการค่อยๆลดอัตราภาษีลงแบบ Early Harvest ข้อตกลงดังกล่าวนั้นเริ่มต้นเจรจามาตั้งแต่ปี 2543 ซึ่งภายหลังการเจรจาตามข้อตกลง กระทรวงการคลังของไทยได้ออกประกาศตามกฎหมายลดพิกัดภาษีนำเข้าสินค้าจากกลุ่มประเทศอาเซียนกับจีนลงมาเรื่อยๆ มีพิกัดไม่เกิน 20% แยกตามรายการ โดยในวันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป กลุ่มสินค้าที่อยู่ภายใต้ข้อตกลง FTA อาเซียน-จีน จำนวนกว่า 700 รายการ ต้องมีอัตราพิกัดภาษีไม่เกิน 5%

            กลุ่มสินค้าที่อยู่ในข้อตกลง FTA อาเซียน-จีน แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือสินค้าที่เคยมีพิกัดภาษีนำเข้าที่ 20% 15%  12% และ 10% จะถูกลดภาษีนำเข้าเหลือเพียง 5% ซึ่งสินค้าในกลุ่มนี้ได้แก่ แป้งข้าวสาลี มะเขือเทศ หินอ่อน ยางรถยนต์ กระดาษ กระสอบ รองเท้า กระเบื้อง เครื่องทำน้ำร้อน แผงวงจรไฟฟ้า ทีวี แผงควบคุมไฟฟ้า ตู้เย็น ตู้แช่ มอเตอร์ไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า แบตเตอรี่ ไมโครเวฟ เครื่องประดับเทียม เหล็ก เป็นต้น

ซึ่งภายหลังจากวันที่ 1 มกราคม 2561 สินค้า made in China กลุ่มแรกที่กล่าวไปในข้างต้น จะถูกปรับลดภาษีลงมาเหลือไม่เกิน 5%

made-in-china

กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มสินค้าที่จะถูกปรับลดอัตราภาษีนำเข้าเหลือ 0% 3% และ 5% ได้แก่ เชือก ลวด หลอดหรือท่อทรานส์ฟอร์เมอร์ หลอดแคโทดเรย์ เครื่องสำรองไฟฟ้า ส่วนประกอบของเครื่องดูดฝุ่น รถยนต์ไฟฟ้า(EV) เป็นต้น โดยสินค้าในกลุ่มที่สองนี้มีทั้งหมด 226 รายการ

            ทั้งนี้สินค้าในกลุ่มที่ 2 โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ไฟฟ้า(EV) กลายเป็นประเด็นสำคัญที่อาจจะเกิดปัญหา เนื่องจากนโยบายของรัฐบาลคสช. นั้นมีความคาดหวังที่จะให้ประเทศไทยนั้นกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต เช่นเดียวกับที่เคยทำสำเร็จมาแล้วในการเป็นศูนย์กลางการผลิตรถ Eco car และ รถกระบะ

kandi-electric-car_100508643_l

โดยรัฐบาลไทยออกมาตรการจูงใจให้บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ภายใต้แพ็คเกจสิทธิประโยชน์ทางภาษีแบบพิเศษ ทั้งในส่วนของโรงงานผลิตแบตเตอรี่ และโรงงานประกอบรถยนต์ โดยแพ็คเกจภาษีดังกล่าวจะเก็บภาษีกับผู้ประกอบการเพียง 2% ทั้งนี้ประเทศไทยมีผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ของโลกมาลงทุนประกอบรถยนต์ในไทยถึงกว่า 60 บริษัท และมีผู้ประกอบการด้านชิ้นส่วนซึ่งทำให้เกิดการจ้างงานและสร้างรายได้จากการส่งออกกว่า 2,600 บริษัท แต่เมื่อรัฐบาลมีพันธะทาง FTA เช่นนี้ ซึ่งให้สิทธิรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนได้รับอัตราภาษีนำเข้าเหลือ 0% จึงกลายเป็นปัญหาที่ย้อนแย้งกันกับนโยบายส่งเสริมการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ

คำถามที่สำคัญหลังจากนี้ก็คือ รัฐบาลและผู้ประกอบการไทยจะเตรียมรับมือสินค้าจากประเทศจีนที่ได้รับอัตราภาษีนำเข้าพิเศษภายใต้กรอบข้อตกลง FTA อย่างไร? เพราะสินค้าจำนวนมากเป็นสินค้าที่ประเทศไทยก็ผลิตและส่งออกอยู่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถหลีกเลี่ยงการแข่งขัดได้อีกแล้ว แม้ว่ากรอบ FTA จะให้ประโยชน์ในการส่งสินค้าจากไทยไปจีนเช่นเดียวกัน แต่ก็ต้องมาวัดกันว่าสินค้าไทยภายใต้กรอบ FTA จะประสบความสำเร็จในจีนมากแค่ไหน

1472725955_12504

ที่สำคัญก็คือ กรณีรถยนต์ไฟฟ้า(EV) ที่รัฐบาลคสช. คาดหวังให้ไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตนั้น อาจจะต้องฝันสลายจากการบุกตลาดไทยของรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่ได้รับอัตราภาษีนำเข้า 0% ตามกรอบ FTA นั่นเอง!!!

 

Reference

http://www.thansettakij.com/content/221267

Share.

About Author

Comments are closed.