ปลดล็อกพรรคการเมือง??? เรื่องสำคัญที่ คสช.ไม่อยากจะทำ เพราะอยากยื้ออำนาจ

0

 

ซูเปอร์โพลเผยผลสำรวจ 56.4% ประชาชนหวังว่าจะมีการเลือกตั้งปี 2561 ขณะที่การเมืองระดับประเทศก็เพิ่งมีการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ (ครม.ประยุทธ์ 5) ซึ่งผลโพลสวนดุสิตก็ยังคงอ้างว่า 50.22% เชื่อมั่นว่า ครม.ประยุทธ์ 5 จะดีขึ้น พูดได้ง่ายๆว่าฐานะของรัฐบาลทหารยังคงดีในสายตาของโพลที่มักหนุนรัฐบาลตลอดมา ขณะที่การบริหารประเทศตลอด 3 ปี 6 เดือน ของรัฐบาลจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันเท่าที่ควร ทั้งวาระหลักอย่างการปฏิรูปประเทศและการคืนความสุขให้กับคนในชาติ

1

ขณะที่โรดแม็ปของรัฐบาลทหารที่ดำเนินมาในห้วงเวลาที่บริหารประเทศนั้น ก็ยังคงดำเนินมาอย่างทุลักทุเลแบบไม่มีตัวแบบที่ชัดเจน ยังคงบริหารแบบไร้ทิศไร้ทาง จนใกล้จะหมดเวลาของรัฐบาลทหาร เพราะในปลายปีหน้า 2561 ก็จะเป็นช่วงเลือกตั้ง ซึ่งประชาชนก็คงได้แต่คาดหวังว่าจะมีการเลือกตั้งช่วงนั้น และไม่เลือนการเลือกตั้งอย่างที่เคยพูดมาของเหล่าผู้นำทหาร[1]

ในขณะที่กรอบกระบวนการดำเนินการไปสู่การเลือกตั้งก็ยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนแม้จะมีข้อกำหนดของกฏหมายกำกับ กระบวนการของรัฐบาลทหารและเนติบริกรที่ออกแบบร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกของนายมีชัย ฤชูพันธ์ ประธานร่างรัฐธรรมนูญฯ ก็ยังมีความล่าช้าต่อเนื่องและกระบวนการสกัดกระบวนการไปสู่การเลือกตั้งนั้นก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ทำให้พรรคการเมืองต่างๆและประชาชน มีความกังวลว่าจะทำให้การเลือกตั้งเลื่อนออกไป

2

กระทั่งมีกระแสการปลดล็อกพรรคการเมืองออกมาของเหล่าพรรคการเมือง ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปไตย และพรรคชาติไทยพัฒนา ว่า คสช.ควรปลดล๊อกพรรคการเมือง เพื่อเอื้อให้เกิดบรรยากาศประชาธิปไตยก่อนการเลือกตั้ง และไม่ควรหาเหตุมาอ้างเพื่อไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง เช่น การค้นพบอาวุธสงคราม บริเวณทุ่งนา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา[2] ซึ้งเจ้าหน้าที่รัฐอ้างว่าเชื่อมโยงกลุ่มการเมืองหัวรุนแรง[3] ฯลฯ

เมื่อเรากล่าวถึงมุมมองต่อประเด็นปลดล็อกพรรคการเมือง มีการออกมากล่าวกับสื่อฯ ของ พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผบ.มทบ.11 ในฐานะทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า  คสช.จะปลดล็อกให้พรรคการเมืองต้องพิจารณาด้วยปัจจัย1.กรอบกฎหมาย และระยะเวลาดำเนินการ 2.สถานการณ์บ้านเมืองที่จะเดินไปตามกรอบกฎหมายมีความสงบเรียบร้อย หรือไม่ และ 3.องค์ประกอบอื่นๆ ก็อาจจะมีส่วนด้วย แต่ยังไม่ขออธิบายตรงนี้[4]

3

กระทั่งมีการออกมาของเหล่านักการเมืองต่อกรณีดังกล่าว ที่มองว่าประกาศหรือคำสั่งของ คสช.ที่ล็อกกฎหมายพรรคการเมืองนั้นอาจมีปัญหาได้ เพราะไปขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เพิ่งออก เพราะพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองนั้น อาจมีศักดิ์สูงกว่าคำส่งคสช.ก็เป็นได้ เพราะผ่านการรับรองจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ซึ่งก็นำมาสู่การเรียกร้องให้มีการปลดล็อกพรรคการเมืองจากประกาศและค่ำสั่ง คสช.  

ในขณะที่นายกมีชัย ฤชูพันธ์ ประธาน กรธ. ก็ออกมากล่าวต่อกรณีดังกล่าว ร้อนใจที่ คสช.ไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง เพราะภายหลังที่กฎหมาย พรป.พรรคการเมืองผ่าน ได้กำหนดให้พรรคการเมืองต้องอัพเดทสมาชิกพรรคการเมืองภายใน 90 วัน โดยจะครบในวันที่ 5 ธ.ค. นี้ แต่ยังไม่มีการปลดล็อกให้ทำกิจกรรมทางการเมือง ว่าตนร้อนใจไปกับพรรคการเมือง แต่ถ้าหากมีความจำเป็นก็สามารถแก้ไขกฎหมายได้ ไม่มีอะไรตายตัว แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) จะทำอย่างไร คงต้องไปถามหัวหน้า คสช.[5]

ด้านนักการเมืองก็ออกมาเรียกร้องต่อกรณีนี้ ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ อย่างนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล พรรคชาติไทยพัฒนา นายชัยเกษม นิติสิริ หรือ นายชูศักดิ์ ศิรินิล จากพรรคเพื่อไทย ล้วนแสดงความเคารพต่อรัฐธรรมนูญอันประกาศและบังคับ ใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 เรียกร้อง “คสช.” ให้เคารพ”กฎหมาย”

 ไม่มีใครมั่นใจว่าคสช.จะสามารถ”ยื้อ”เวลาในการปลดล็อกพรรค การเมืองออกจากประกาศและคำสั่งคสช.เมื่อใด เหมือนกับขึ้นอยู่กับ”ดุลพินิจ” ของ “คสช.” แต่ภายใต้ดุลพินิจของ”คสช.”ก็ยังมีสำนึกในความเป็นนิติธรรมแห่งนิติรัฐ อย่างน้อย พรป.ว่าด้วยพรรคการเมืองก็มาจาก”คสช.” อย่างน้อยกฎหมายรัฐธรรมนูญซึ่งผ่านประชามติก็มาจากผล ผลิตของ”แม่น้ำ 5 สาย” ย่อมมีความศักดิ์สิทธิ์ที่ทุกคนจักต้องปฏิบัติตาม บนพื้นฐานที่”ทุกคน”ล้วนเสมอภาคกันภายใต้”กฎหมาย”[6]

หรือนายนายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย และอดีตแกนนำพันธมิตร ก็ออกมากล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า หากภายใน 5 ม.ค. 61 คสช.ไม่ปลดล็อคพรรคการเมือง อาจทำให้การเลือกตั้งขยับไปช่วงต้นปี 62[7]

4

ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวกรณีที่พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ระบุยังไม่ปลดล็อกพรรคการเมืองเนื่องจากยังพบความเคลื่อนไหวอยู่นั้นว่า คำถามเรื่องปลดล็อกพรรคการเมืองนั้นถือเป็นคำถามแห่งปีก็ว่าได้ ถือเป็นคำถามที่ดีที่ควรถาม แต่คำตอบที่ได้รับกลับเป็นคำตอบที่ใช้ไม่ได้ และเชื่อว่าตอนนี้ยังไม่ปลดล็อกหวังรอพรรคทหารตั้งไข่ได้ก่อน และกล่าวถึงพล.อ.ประวัติว่าหาข้ออ้างแบบจับแพะชนแกะ เห็นแก่ตัวหวังทำการเมืองอ่อนแอ[8] หรือนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย มองว่า การให้สัมภาษณ์ของ พล.อ.ประวิตร นั้น เป็นการจับแพะชนแกะ เอาเรื่องตรวจพบอาวุธที่ฝ่ายความมั่นคงพบเหมารวมว่ายังมีความไม่เรียบร้อย ดังนั้นการปลดล็อกพรรคการเมืองยังไม่สามารถทำได้และคงต้องเลื่อนออกไป ไม่มีความเป็นเหตุเป็นผล

 

เรื่องการไม่ปลดล็อกพรรคการเมือง ส่งผลไปสู่คณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง ก็เคยมีการออกมากล่าวถึงเรื่องดังกล่าวเช่นกัน โดยมองว่าต้องรอให้ คสช.ปลดล๊อกพรรคการเมืองเสียก่อน ค่อยออกประกาศระเบียบได้ และก็คงส่งผลถึงประชาชนไทยทุกคนที่อาจได้เห็นการเลื่อนเลือกตั้งออกไปอีก ด้วยน้ำมือของ คสช.ที่ไม่ยอมประกาศปลดล็อกพรรคการเมือง และคงไม่มีใครผิด ยกเว้น คสช.

เพื่อไทยออกแถลงการณ์ จี้ คสช.ปลดล็อกพรรคการเมือง อย่ายื้อเวลาเลือกตั้ง

 

[1]

[2] https://mgronline.com/politics/detail/9600000122096

[3] https://www.khaosod.co.th/politics/news_651757

[4] https://www.thairath.co.th/content/1142150

[5] https://www.dailynews.co.th/politics/613611

[6] https://www.matichonweekly.com/column/article_68266

[7]  https://www.posttoday.com/politic/528553

[8] https://www.dailynews.co.th/politics/613486

Share.

About Author

Comments are closed.