ภาครัฐควรจัดการปัญหาอย่างไรกับการไลฟ์สดฆ่าตัวตายที่เพิ่มสูงขึ้น

0

การไลฟ์สดฆ่าตัวตายเริ่มปรากฎให้เห็นมากขึ้นในโลกโซเชียลมีเดีย และยังถูกเผยแพร่ออกไปสู่สื่อโทรทัศน์อย่างรวดเร็ว ครั้งหนึ่งบ้านเราเคยตั้งคำถามกับการไลฟ์สดของสื่อว่าเหมาะสมหรือไม เมื่อครั้งมีการที่สื่อไลฟ์สดกรณีคุณลุงปีนเสาชุมสายโทรศัพท์ผูกคอกระโดดลงมาเสียชีวิต[1] หรือจะเป็นการไลฟ์สดฆ่าตัวตายในหมู่วัยรุ่นไทย ที่มักเห็นอยู่บ่อยครั้ง

 

การไลฟ์สดฆ่าตัวตาย หากจะมองแยกกัน ประกอบด้วย เครื่องมือ คือ เทคโนโลยีการไลฟ์สด ของสื่อออนไลน์ต่างๆ โดยเฉพาะเฟสบุ๊ค ยูทูป ฯลฯ และเป้าหมาย คือ การฆ่าตัวตาย

1

ภาพจาก ไทยรัฐ

เรามาแยกดูที่ละประเด็น

ประเด็นแรก เทคโนโลยีการไลฟ์สด เริ่มเข้ามาในโลกโซเชียลมีเดียเมื่อไม่นานมีนี้ และได้รับความนิยมอย่างสูง เป็นสังคมในอีกรูปแบบหนึ่ง ผ่านการพูดคุยกับคนที่เข้ามาดูและแลกเปลี่ยนความคิดกันได้ โดยเฉพาะเป็นพื่นที่ในการแสดงออกและระบายความรู้สึกนึกคิดต่างๆนานา

 

ส่วนประเด็นที่สอง การฆ่าตัวตาย จากข้อมูลปี 2559 พบว่า จะมีคนฆ่าตัวตายอยู่ที่ 6.35 คน ต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 340 คน หรือทุก 2 ชั่วโมง จะมีคนฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน ชายวัยแรงงานมีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มากกว่าผู้หญิงถึง 4 เท่า[2] ถือเป็นอันดับสามของโลก รองจาก สวีเดน,สแกนดิเนเวีย และ ญี่ปุ่นที่มีอัตราการฆ่าตัวตายมากสุดในโลก[3]

ปัจจัยและสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการฆ่าตัวตาย พบว่า เกิดจากปัญหาความสัมพันธ์ โดยเฉพาะปัญหาความรักความหึงหวง ที่ทำให้เกิดการทำร้ายตนเองมากที่สุด ถึง 20% รองลงมา คือ โรคซึมเศร้า และ น้อยใจคนใกล้ชิดดุด่า ผู้ชายที่ฆ่าตัวตายสำเร็จมักจะมีการทำร้ายคนอื่นร่วมด้วย ตลอดจนพบว่าการดื่มสุราเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญอีกปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดการทำร้ายตนเอง[4]

 

ปัญหาการไลฟ์สดฆ่าตัวตายเริ่มปรากฎให้เห็นมากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเกิดมาจากพฤติกรรมเลียนแบบ จากการให้สัมภาษณ์ของ นาวาอากาศตรี นายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การถ่ายทอดสด (ไลฟ์) การฆ่าตัวตายผ่านสังคมออนไลน์เริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้น จากการปรากฏเป็นข่าวหรือในโลกสังคมออนไลน์ เฉลี่ยเดือนละ 1-2 ราย ซึ่งการถ่ายทอดสดลักษณะนี้ ไม่สามารถที่จะตัดต่อได้ หรือเซ็นเซอร์ได้ในขณะออกอากาศ หากมีผู้ติดตามจำนวนมาก ย่อมส่งผลให้เกิดการฆ่าตัวตายเลียนแบบ (copycat suicide) หรือชี้นำให้เกิดการฆ่าตัวตายตาม ด้วยความเข้าใจผิดว่าเป็นทางออกของปัญหา โดยเฉพาะกับผู้ที่มีสภาพจิตใจเปราะบางอยู่แล้ว หรืออาจเคยมีความคิดอยากตาย หรือมีปัญหาทุกข์ใจคล้ายๆกัน และหากผู้รับชมเป็นเด็กและเยาวชนที่ยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ไม่ระมัดระวังในการรับสื่ออาจเข้าใจผิดคิดว่า การฆ่าตัวตายเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ง่าย หากได้รับการตอบรับจากผู้ชมจำนวนมาก ทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ง่ายยิ่งขึ้น[5]

2

ภาพจาก คริสเตียน เอเจ้นท์

 

หากดูปรากฎการณ์เกี่ยวกับข่าวไลฟ์สดฆ่าตัวตายพบว่ามีเยอะมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนได้ว่าการไลฟ์สดฆ่าตัวตายถีบตัวพุ่งสูงขึ้นในรูปแบบการฆ่าตัวตายรูปแบบหนึ่ง

 

17 เม.ย. 59 เน็ตไอดอลชื่อดัง เน วัดดาว ถ่ายทอดสดใช้อาวุธปืนยิงขมับตัวเองผ่าน Facebook Live  สติแตก! ยิงจ่อขมับถ่ายทอดสด…คนติดตามนับล้าน(http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9590000038996 )

 

19 พ.ค.59 อาจารย์ ม.ราชภัฏพระนคร ยิงอาจารย์ 2 คนเสียชีวิต ขับรถหนี ไม่ยอมมอบตัว ใช้ปืนจ่อหัวตัวเอง โดยการถ่ายทอดสดมีทั้งผ่านทีวี เฟซบุ๊กไลฟ์ รวมถึงช่องทางสื่อออนไลน์ต่างๆ(https://www.matichon.co.th/news/141932

 

6 ก.ย. 59 ครูฝึก รปภ.หนุ่มวัย 30 ปี ผูกคอตายลมเพดาน  โชว์ Live  ผ่านทาง Facebook นอกจากยอดที่เข้าชมแล้วยังมีจำนวนในการแชร์ออกไปไม่น้อย (https://www.thairath.co.th/content/713630 )

 

26 ต.ค.59 หนุ่มวัยรุ่นกำแพงเพชรเครียดติดหนี้พนันบอล ตัดพ้อทำให้แม่เดือดร้อน ก่อนไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กใช้ปืนจ่อขมับยิงตัวเองเสียชีวิต เพื่อยุติปัญหา (https://www.dailynews.co.th/regional/532442 )

 

13 ธ.ค.59 หนุ่มวัย 30 ปี ถูกสาวที่รู้จักกันผ่านแอปพลิเคชันบีทอล์ค หลอกให้โอนเงินให้ก่อนโดนนำมาประจานบนโลกโซเชียล เกิดความน้อยใจ ปีนป้ายโฆษณาหวังฆ่าตัวตาย มารดาเข้าเกลี้ยกล่อมนาน 3 ชั่วโมงพร้อมยกมือไหว้ขอร้องก่อนที่จะยอมลงมา (http://www.bugaboo.tv/watch/289310?refid=result )

 

5 ม.ค.60 เจ้าของร้านอาหาร ริมแม่น้ำมูล จังหวัดอุบลราชธานี ถ่ายทอดสดฆ่าตัวตายผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจะเห็นและเข้าช่วยเหลือได้ทัน (https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99/43347 )

 

02 มี.ค.60 สื่อไทยฯ ไลฟ์สด ชายวัย 65 ปีผูกคอเสียชีวิตบนเสาส่งสัญญาณ หลังประท้วงให้คสช.ยกเลิกมาตรา 44 กับวัดพระธรรมกายไม่เป็นผล ท่ามกลางสายตานับล้านคู่ของผู้คนในโลกออนไลน์ (https://www.posttoday.com/analysis/report/483452)

 

26 เม.ย.60 หนุ่มภูเก็ตถ่ายคลิปไลฟ์สดเฟซบุ๊กผูกคอลูกสาววัย 11 เดือน ก่อนผูกคอตัวเองตายตาม บนโรงแรมร้าง ประชดภรรยา โดยญาติทั้ง 2 ฝ่ายได้รับศพ โดยฝ่ายชายถูกนำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม ส่วนศพลูกสาวญาติภรรยานำประกอบพิธีศาสนาพุทธ  (http://www.now26.tv/view/103277 )

 

01 พ.ค.60 กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีพ่อไลฟ์สดนำเชือกมาผูกไว้กลางบ้าน ขู่ฆ่าตัวตายพร้อมลูกสาววัย 5 ขวบ เพื่อประชดภรรยา (http://www.krobkruakao.com/local/42400 )

 

11 ส.ค.60 แทบช็อก! แม่อำมหิตจับลูกแขวนคอไลฟ์สด เอ่ยปากลั่น! ถ้าพลาดลูกไม่รอดนี่คือสิ่งที่เธอจะทำต่อทันที รับไม่ได้! (http://hossod.com/3421)

 

 

20 ส.ค. 60 สาวไลฟ์สดฆ่าตัวตาย เจ้าของร้านอาหารเปิดดูพอดี รีบแจ้ง ตร.เข้าช่วยไว้ได้ทัน สลดเจอทารกนอนอยู่ข้างๆ(https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_479493 )

 

19 พ.ย.60 คลิปหญิงสาวรายหนึ่งแพร่ภาพไลฟ์สดขณะทำร้ายตัวเอง โดยที่ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยคราบเลือด พร้อมข้อความว่า “หากฉันตาย อยากบอกว่าฉันรักเธอ ชอบความรู้สึกแบบนี้ สนุกดี” (https://www.dailynews.co.th/regional/610995 )

 

19 พ.ย.60 หนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 2 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ใน จ.บุรีรัมย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กเชิงตัดพ้อชีวิตในเรื่องความรัก พร้อมกับโพสต์ภาพถ่ายเป็นรูปขวดยาฆ่าแมลง โดยมีข้อความว่า “ขอโทดทุกคนน่ะคับ” #ขอบคุณสำหรับความรักครั้งสุดท้าย…อโหสิกรรมให้ผมด้วย…คงไม่หวนกลับคืน (https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_639072 )

 

21 พ.ย.60 โลกออนไลน์มีการแชร์คลิป สาวประเภทสองวัยเพียง 15 ปี ที่ไลฟ์สดเฟซบุ๊กฆ่าตัวตาย เพียงเพราะทะเลาะกับคู่กรณี (http://news.sanook.com/4353418/ )(คลิป https://www.facebook.com/newsthaich8/videos/1502012776513642/ )

 

03 ม.ค. 61 สาว18โชว์ไลฟ์ฆ่าตัว ดิ่งร่างจมเจ้าพระยา ซดเหล้า-จ้างหนุ่มจยย.ถ่าย อกหักเปิดเพลงเศร้า‘ลีเดีย’ สยองกลางสะพานพระราม8 (https://www.thairath.co.th/content/1167943 )

 

 

กรณีล่าสุด เป็นกรณีสาว18โชว์ไลฟ์ฆ่าตัว ดิ่งร่างจมเจ้าพระยา เมาเหล้า-จ้างคนขับรถจักรยานยนต์รับจ้างถ่ายไลฟ์สดให้ อกหักเปิดเพลงเศร้า‘ลีเดีย’ สยองกลางสะพานพระราม8 ซึ่งสถานการณ์ล่าสุด พบศพสาวโดดสะพานแล้ว ( https://www.dailynews.co.th/crime/619556 ) ยังไม่มีการแจ้งจับ หนุ่ม จยย.ถ่ายคลิป อ้างว่านึกว่าถ่ายบรรยากาศ ภาครัฐยังไม่ออกมาโต้เกี่ยวกับเรื่องนี้ สื่อยังรายงานเช่นเดิมและบางสื่อยังแสดงภาพเหตุการณ์ทั้งหมด

ภาพปัญหาระดับโครงสร้างใหญ่สะท้อนออกเป็นสองแบบ หนึ่ง รัฐควรดำเนินการอย่างไร ในขณะที่ถือกฏหมายอยู่ในมือและควรรับผิดชอบอย่างไรต่อกรณีการไลฟ์สดการฆ่าตัวตาย หลายคนคงบอกว่า เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับรัฐเลย ซึ่งบทความช้ินนี้พยายามจะบอกว่ารัฐเกี่ยวของเกือบทุกด้าน เพราะปรากฎการณ์ไลฟ์สดมันเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนเป็นเสมือนปรากฏการณ์ปกติ ถูกสร้างให้เป็นพฤติกรรมเลียนแบบไปแล้ว รัฐสามารถเซนเซอร์ เอาการไลฟ์สดออกจากระบบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ผ่านการใช้กฎหมายที่ออกแบบมาเอื้อรัฐ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ที่ให้สิทธิรัฐอย่างมหาศาลในการริดรอนสิทธิประชาชน แต่กลับไม่ทำอะไรเลยในประเด็นนี้

3

ภาพจาก เพรชมายา

ปัญหาโครงสร้างลำดับที่สอง คือ สื่อมวลชน ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่บ่อยครั้งถึงความเหมาะสมในการนำเสนอข่าว รวมไปถึงการไลฟ์สดเหตุการณ์ฆ่าตัวตาย ถ้าในสมัยก่อนการไลฟ์สดจะเกิดขึ้นได้ ก็เกิดขึ้นจากสื่อมวลชนในการยกกองไปเยอะมากแล้วนำเสนอรายการผ่านการไลฟ์สด แต่ในสมัยนี้ความรวดเร็วในการนำเสนอข่าว แค่คนๆเดียวก็สามารถไลฟ์สดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ทำให้น่าสนใจถึงวิจารณาญาณในการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนคนนั้น และการอนุมัติจากบรรณาธิการ จะมีความระแวดระวังเพียงใด เช่นในกรณีศึกษาที่นำเสนอข้างต้น ถึงลุงคนที่ปีนเสาโทรศัพท์เพื่อผูกคอตายประท้วงมาตรา 44 และมีการไลฟ์สดของสื่อบางสำนัก ซึ่งทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์สื่อขนานใหญ่

เช่น ผศ.ดร. พิรงรอง รามสูต รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน ให้สัมภาษณ์สื่อว่า เฟซบุ๊กไลฟ์เป็นเทคโนโลยีใหม่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้เอง สื่อออนไลน์ก็พยายามที่จะทำให้มีคนติดตามมากที่สุด เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันสื่อเองก็อยู่ในภาวะที่ย่ำแย่ การเพิ่มจำนวนคนดู ยิ่งมีผู้ติดตามเยอะ ยอดวิวเยอะ เรทโฆษณาก็ยิ่งเยอะ ทำให้ฐานรายได้เพิ่มขึ้น[6]

ประเด็นเนื้อหาที่ล่อแหลมอาจจะทำให้คนสนใจ เป็นความรู้สึกอยากรู้อยากเห็นแบบผิดปกติ ในอีกแง่หนึ่งคือ สื่อคาดเดาได้อยู่แล้วว่าเขาขู่จะฆ่าตัวตาย การฆ่าตัวตายก็เป็นอะไรที่ไม่สมควรจะถ่ายทอดสดอยู่แล้ว กรณีของลุงวัย 65 ที่วัดพระธรรมกายมีภาวะกดดันสูง เป็นเรื่องของความเชื่อ ความศรัทธา เขาขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย โอกาสและเปอร์เซ็นก็ค่อนข้างสูง จะปฏิเสธหรือเกาะติดสถานการณ์เพื่อนำเสนอความจริง ก็ต้องมีเส้นแบ่งของความเหมาะสม เส้นแบ่งของสิ่งที่สาธารณชนควรรับรู้ ประเด็นที่คาดเดาได้ว่ามีความเสี่ยงสูง มีผลกระทบต่างๆ ก็ไม่ควรนำเสนอเป็นข่าว ผศ.ดร.พิรงรอง กล่าว

 

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ผอ.สถาบันกัลยาราชนครินทร์ กล่าวว่า ในต่างประเทศสื่อที่มีจรรยาบรรณ จะไม่ทำกัน โดยภาพความรุนแรงจะนำเสนอในลักษณะเบรกกิ้งนิวส์ และภาพข่าวที่ไม่ฉายต่อเนื่อง แต่เป็นภาพที่ไม่เฉพาะถึงความรุนแรง และไม่มีการแชร์ภาพสด อย่างไรก็ตาม ส่ิงที่สำคัญคือการนำเสนอข่าวเช่นนี้ยังเป็นการเพิ่มความกดดันให้เจ้าหน้าที่ทำงานในพื้นที่อีกด้วย รวมทั้งผู้ก่อเหตุก็ได้รับความกดดันเพิ่ม ทางที่ดีจึงขอวิงวอนสื่อมวลชนทั้งหลาย หากจะนำเสนอภาพอย่ามองเพียงแค่ว่า ต้องการเพิ่มเรตติ้งดีๆเท่านั้น แต่ขอให้คิดถึงผลกระทบระยะยาวด้วย[7]

 

ภาครัฐควรจัดการปัญหาอย่างไรกับการไลฟ์สดฆ่าตัวตายที่เพิ่มสูงขึ้น ยังคงเป็นคำถามที่ชวนคิด ว่าเราในฐานะคนทั่วไปจะจัดการกับปัญหาการไลฟ์สดฆ่าตัวตายอย่างไร เพื่อลดพฤติกรรมเลียนแบบที่เกิดขึ้น และทำให้รัฐหันมาสนใจปัญหานี้ได้อย่างไร เพราะการฆ่าตัวตาย ไทยอยู่ในลำดับสามของโลกและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นผ่านเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในการนำเสนอการฆ่าตัวตายในหลายๆรูปแบบ

 

 

[1] https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_233119

[2] http://news.thaipbs.or.th/content/265956

[3] https://www.posttoday.com/social/health/418681

[4] www.posttoday.com/social/health/491709

[5] www.posttoday.com/social/health/491709

[6] https://www.posttoday.com/analysis/report/483452

[7] https://www.matichon.co.th/news/141932

Share.

About Author

Comments are closed.