อ.ชำนาญ จันทร์เรือง:ฟันธงไม่ได้เลือกตั้ง ก.พ.62 แน่

0

 

เมื่อวันที่  5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา รายการ “เวทีความคิด” ทางช่อง FM 96.5 อสมท. ซึ่งดำเนินรายการโดย คุณวิสุทธิ์ คมวัชรพงศ์ พิธีกรได้สัมภาษณ์อาจารย์ชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการอิสระ ถึงประเด็นเกี่ยวกับการจัดให้มีการเลือกตั้งว่ามีความเป็นไปได้สูงว่าจะมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก จากเดิมที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายนปีนี้ และยืดเวลาเลือกตั้งออกไป 90 วัน จากโรดแม็ปเดิม ตามการแก้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งแน่นอนว่าคงมีการเลือกตั้งแน่ ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562

 

https://www.facebook.com/Thinkingradio/videos/1943219402385869/

รายการ “เวทีความคิด”  สัมภาษณ์อาจารย์ชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการอิสระ

 

โดยคุณวิสุทธิ์ ได้ให้ข้อมูลว่ามีประเด็นการมองเห็นต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) กับ สนช. เพราะถ้าว่าไปแล้ว เราจะเห็นว่าตอน กรธ.ทำเรื่องขึ้นมาที่ สนช. พิจารณา มีการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก มีรายละเอียดมากมายที่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการเลือก ส.ว.แบบเลือกไขว้ ก็จะถูกแก้ไขไป ซึ่งประเด็นอยู่ที่ว่าจะเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่ อย่างไร แล้วตอนนี้จะมีการตั้งคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง 3 ฝ่าย(กรรมาธิการร่วม) พิจารณา จะเป็นไปได้หรือไม่อย่างไร

 

1

อ.ชำนาญ จันทร์เรือง,นักวิชาการอิสระ,

ซึ่งคุณวิสุทธิ์ อ้างถึง อาจารย์ชำนาญ ว่าฟันธงเลยว่ามีความเป็นไปได้ว่าจะมีการเลื่อนเลือกตั้งออกไปอีก เพราะกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญน่าจะกระทบต่อโรดแม็ป เพราะกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ทั้ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาของ  ส.ว.นั้น อาจยื้อออกไปนานก็ได้ ดีไม่ดีอาจมีการล้มกระดานไปเลยก็เป็นไปได้ น่าสนใจว่ามุมคิดของ อ.ชำนาญ วิธีนี้ และข้อมูลทางวิชาการที่ประกอบการฟันธงจะเป็นอย่างไร

 

โดย อ.ชำนาญ กล่าวว่า ไม่มีทางไปเลย ไปทางไหนก็ไม่ได้ เพราะว่ามันตันอยู่กับคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 (ปลดล็อกพรรคการเมือง) ,คำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 (การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ และก็หลายอย่าง โดยเฉพาะที่เป็นปัญหามากที่สุด คือ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.ปัญหาจะเยอะมาก โดยในตัวรัฐธรรมนูญก็เขียนไว้ชัดว่า การเลือกใช้วิธีการเลือกไขว้ แต่เขากลับจะเลือกกันเองในกลุ่ม ซึ่งอันนี้ถือว่าเป็นการขัดหลักการ (คุณวิสุทธิ์: จำได้ว่า คณะอาจารย์มีชัย ฤชุพันธ์ุ เป็นคนเสนอสูตรนี้ เพราะมองว่าจะได้ไม่ฮั้วกัน และก็จะได้ไม่รู้ว่าใครจะไขว้กับใครด้วย) และประเด็นสำคัญ คือ ส.ว.แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทองค์กรและประเภทสมัครอิสระ ซึ่งอันนี้ก็อาจจะมีปัญหาก้ำกึ่งว่ามันจะขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่อย่างไร ซึ่งทาง สนช.ก็บอกว่าไม่ห้าม

 

อ.ชำนาญ พูดถึงเหตุผลที่มีคนพูดเยอะว่า สนช.ไม่รู้หรือว่าขัดกับรัฐธรรมนูญ? ซึ่ง อ.ชำนาญ พูดตรงๆว่า คิดว่าเขารู้ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าการเสนอดังกล่าวขัดกับรัฐธรรมนูญ แต่ทำเป็นไม่สนใจ จากรัฐธรรมนูญเขียนให้มีการเลือกไขว้ก็จะเปลี่ยนมาเลือกกันเอง ซึ่งรู้ว่ามันขัด ก็ปล่อยให้มันขัด จะให้ตกไปหรือจะให้มีการแก้ก็แล้วแต่ มีการตั้งกรรมการ 3 ฝ่าย ตั้งขึ้นมาประกอบด้วย กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ 5 คน สนช.5 คน และคนกลาง(เจ้าของเรื่อง ซึ่งก็คือ กกต.) อีก 1 คน รวมเป็น 11 คน ก็ใช้เสียงข้างมาก ซึ่งก็แล้วแต่ว่าเสียงข้างมากจะมีมติอย่างไร

 

หากมีมติแก้ตามนั้น หรือมีมติว่าน่าจะขัดรัฐธรรมนูญ ก็ส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่ามาตราที่ส่งมานั้นขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างการเลือกไขว้(ซึ่งหากเป็นกฎหมายทั่วไป หากขัดรัฐธรรมนูญก็งดใช้มาตรานั้น ที่เหลือก็ใช้ต่อไปได้ ) แต่กฎหมายนี้(พ.ร.ป.ส.ว.) คือหลักการสำคํญ พอเป็นหลักการสำคัญก็ต้องมีการร่างใหม่  ที่นี้หน้าที่ในการร่างจะตกอยู่ที่ สนช.ไม่ใช้กรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) เหมือนเดิม เพราะหมดวาระไปแล้วตามรัฐธรรมนูญ 240 วันแรก ซึ่ง สนช.ก็มีสิทธิเออระเหย ล่าช้าได้ เพราะเวลาไม่ได้บังคับแล้ว ซึ่งจะเลื่อนออกไปเท่าไหร่ก็ไม่รู้ 1-2 ปี ก็ไม่มมีใครรู้ เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดแล้ว” ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่จะทำให้เวลาในการเลือกตั้งเลื่อนออกไปอีก

 

ซึ่งไม่มีทางเลยที่จะมีการเลือกตั้งภายในกุมภาพันธ์ 2562 และที่สำคัญคือ ส.ว.ต้องได้ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ส.ส. เพราะหากยังไม่ได้ ส.ว.ก็ไม่ต้องถามว่าจะมีการเลือกตั้ง ส.ส.

2

อ.ชำนาญ จันทร์เรือง,นักวิชาการอิสระ,ภาพจาก มติชน

สถานการณ์บ้านเมืองต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร?

หากมองดูสถานการณ์บ้านเมือง มองไม่เห็นทางออก เพราะว่ามันพันกันไปหมดเลย เพราะ พ.ร.ป.พรรคการเมืองประกาศใช้แล้วก็มีการชะลอ พ.ร.ป.ที่มา ส.ส.ประกาศใช้แล้วก็ยังมีการเลือนอีก 90 วัน คือตอนนี้พูดง่ายๆว่าโฉมหน้าทางการเมืองไม่ค่อยเปลี่ยน ซึ่ง คสช.ก็คงมองว่าหากเลือกตั้งวันนี้หรือภายในเร็วๆนี้ ก็คงได้หน้าเดิมๆ แล้วจะยึดอำนาจมาทำไม? ยึดอำนาจมายังเหมือนเดิม ถ้าเลือกก็แพ้ ถ้าไม่เลือกก็พัง ติดกันเหมือนรถเข้าเกียร์ ไม่พอยังใส่เบรคมืออีกด้วย มันพันกันไปกันมา ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาหากติดมากก็ยึดอำนาจเลย ซึ่งเสร็จแล้วจะเกิดความยุ่งยากตามมา

 

หากกฎหมาย พ.ร.ป.การได้มาซึ่ง ส.ว.ถูกตีตกไป จะเป็นอย่างไร? คนร่างใหม่ จะเป็น สนช.ซึ่งไม่ได้กำหนดว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ เพราะกฎหมายไม่ได้เขียนไว้ ซึ่งตั้ง กรธ.ไม่ได้ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้บอกไว้ ซึ่งต้องแก้รัฐธรรมนูญ 2560 แต่ก็แทบแก้ไม่ได้ มันล็อกไปหมด หากจะแก้ได้ เสียงต้องเป็นหนึ่งเดียวจริงๆ

 

ซึ่งเอาเข้าจริงๆตามกฎหมายรัฐธรรมนูญอาจจะยื้อได้ แต่หนทางการเมืองจากนี้จะเป็นอย่างไร ไม่ว่ารัฐบาลหรือฝ่ายกุมอำนาจรัฐ จะมาจากการเลือกตั้งหรือการรัฐประหาร ถ้าประชาชนไม่เอาหรือไม่ศรัทธา ก็อยู่ไม่ได้ซักราย แม้จะมาจากการเลือกตั้งก็ตาม ประชาชนก็ขับไล่ได้ และหากมาจากการยึดอำนาจ จะฆ่าคนเป็นแสนเป็นล้านจะทำได้หรือ? หากประชาชนไม่เอา

 

หากอยู่ต่อจะมีปัญหาอะไร?

ซึ่งหากอยู่ต่อปัญหามันจะใหญ่กว่านั้น คือ จะไปกระทบเรื่องเศรษฐกิจ ความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศ การค้าขาย เครดิตของประเทศ พอเรื่องเหล่านี้กระทบ การเมืองก็กระทบแน่นอน ซึ่งตลอดเวลาในอดีต ไม่ว่าฝ่ายไหน ก็มีนายทุนหนุนหลัง แต่หากนายทุนเดือดร้อน ก็ลำบากเหมือนกันรัฐบาลนั้นๆ ซึ่งตอนนี้ก็เหมือนทนเอาหน่อยรอเลือกตั้ง เช่น อียูอยากค้ากับเราเต็มที แค่รอประกาศวันเลือกตั้งเขาก็ค้าขายกับเราแล้ว

 

ทางที่ดี หลายคนอาจจะโกรธที่ว่าแบบนี้ ไหนๆก็รัฐประหารมาแล้ว มีโรดแม็ปก็ทำตามนั้น ถึงเวลาเลือกตั้ง คสช.ก็ลงจากอำนาจ คนก็อาจจะยังจำจำได้อยู่ เรื่องฝีมือการบริหารประเทศ ไม่ว่ารัฐบาลไหน พอ 3-4 ปี คนก็เบื่อทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสีไหน(คุณวิสุทธิ์: อันนี้เป็นจิตวิทยาอยู่แล้ว ใครอยู่ในตำแหน่งนี้ 3-4 ปี คนก็เบื่อ) แต่ว่าถ้าขืนยื้อไปอีกอาจจะลงไม่สวย ถ้าลงอย่างนี้ก็ยังอยู่ในสังคมได้ แต่ถ้ามันแรงไปถึงขนาดไม่ได้เป็นไปตามวิถีทางการเลือกตั้ง ก็ยิ่งแย่ใหญ่ ประเทศก็แย่ด้วย

 

ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงและไม่เป็นการเสียหน้าอะไรมาก คือ ยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ 53/2560 และ 3/2558 ปล่อยให้มีการเลือกตั้งไป ถ้าเกิดมันเสียหายมาก็พวกคุณเลือกกันเอง ได้อย่างนี้มาก็ช่วยไม่ได้ ผม(คสช.) ทำดีที่สุดแล้ว อย่างนี้ไม่มีใครว่าใครแล้ว แต่ตอนนี้จำเลยอยู่ฝั่งเดียว คือ คสช.หากไม่จัดให้มีการเลือกตั้ง

 

สรุป

อ.ชำนาญ มองในเรื่งของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. ซึ่งต้องมีการตั้งกรรมาธิการร่วม 11 คน ระหว่าง สนช. 5 คน กรธ.5 คน และ กกต. 1 คน มาตีความว่าขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่? เพราะ อ.ชำนาญ มองว่าที่อาจขัดกับรัฐธรรมนูญมีหลายอย่างเปลี่ยนไป  เช่น เรื่องของ ส.ว.เดิม กรธ.กำหนดให้มีการเลือกไขว้ แต่ตอนนี้ก็มีการเลือกกันเอง หรือจะเป็นการแบ่ง ส.ว.ออกเป็น 2 ประเภทอีก  และอ.ชำนาญ ยังมองเรื่องกรรมาธิการร่วม 11 คน ซึ่งแน่นอนว่า กกต. ไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว ซึ่งคะแนนเสียงจะกลายเป็น 6 ต่อ 5 ก็ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าขัดหรือไม่อย่างไร หรือขัดบางมาตรา แล้วถ้าหากว่าเป็นมาตราที่สำคัญก็ต้องถือว่าตก ก็ต้องร่างใหม่หรือไม่

 

 

 

 

Share.

About Author

Comments are closed.