นักวิชาการหนุนนักศึกษา เตือนรัฐบาล มหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร ‘เด็กคิดเองเป็น’

0

หลังจากที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกมาเตือนนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้ว่าอย่าไปเอาความคิดต่างประเทศมามาก และบอกว่าครูอาจารย์ที่สนับสนุนนั้นไม่เคยทำงานจริงจบมาก็สอนเลย

ด้านเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ได้ออกสารถึงคสช โดยย้ำว่าการสอนให้ลูกศิษย์เข้าใจถึงสิทธิตามระบอบประชาธิปไตยเป็นหน้าที่ของอาจารย์และพร้อมสนับสนุน นศ และประชาชนในการเคลื่อนไหว ทั้งนี้ยังได้ย้ำกับรัฐบาลด้วยว่ามหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหารและประเทศไทยไม่ใช่ค่ายกักกัน

สารถึงหัวหน้า คสช. กรณีการเรียกร้องการเลือกตั้งของนักศึกษาและประชาชน

ตามที่ท่านได้แสดงความกังวลต่อการที่นักศึกษาและประชาชนออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการเลือกตั้งในช่วงที่ผ่านมา ว่าเป็นความต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศโดยยึดหลักการต่างประเทศซึ่งจะก่อให้เกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สิน พร้อมกับฝากมายังอาจารย์ให้ยุติการสนับสนุนการเคลื่อนไหวและการสั่งสอนนักศึกษาอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของนักวิชาการที่ยึดมั่นในหลักสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค รวมทั้งประชาธิปไตย เห็นว่าความกังวลของท่านมีความคลาดเคลื่อนต่อการเรียนการสอนในสถาบันอุดมศึกษาและคำฝากของท่านวางอยู่บนความไม่เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของนักวิชาการที่มีต่อทั้งนักศึกษาและสังคม กล่าวในส่วนของความกังวลต่อสถานการณ์ การแสดงออกของนักศึกษาและประชาชนเป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตยและเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ มิได้เป็นการยึดหลักการต่างประเทศที่ไม่มีรากฐานทางการเมืองและกฎหมาย ความสูญเสียจะเกิดขึ้นก็แต่เฉพาะผู้มีอำนาจรัฐหรือ คสช. ปฏิเสธว่าประเทศนี้ไม่ได้ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญเป็นเพียงกระดาษที่ไร้ความหมาย

ขณะเดียวกันการจัดการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษามิได้เป็นเพียงการถ่ายทอดความรู้สำเร็จรูป หากแต่เป็นการกระตุ้นและสนับสนุนให้นักศึกษาได้ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตนเองด้วยวิธีการที่หลากหลาย ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะในชั้นเรียน หากแต่ยังรวมถึงสภาพความเป็นจริงของชีวิตและสังคม ฝึกฝนให้พวกเขาตั้งคำถาม วิพากษ์วิจารณ์ และหาแนวทางคลี่คลายประเด็นปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งไม่ได้มีแต่เรื่องส่วนตัวหรือความสำเร็จในอาชีพการงาน หากแต่หมายรวมถึงประโยชน์ของสังคมหรือประเทศอย่างสำคัญ การที่นักศึกษาจำนวนหนึ่งออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่ออนาคตของพวกเขาและคนร่วมสังคม จึงอยู่ในครรลองของการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษาดังที่ว่านี้

นอกจากนี้ นักวิชาการมีพันธกรณีในการผลิตความรู้ความเข้าใจในประเด็นปัญหาต่างๆ ซึ่งความรู้ความเข้าใจแบบไหนจะเป็นเพียงแค่ความก้าวหน้าของสาขาวิชา มีศักยภาพในการแก้ไขปัญหา หรือว่าสามารถก่อให้เกิดผลกระทบหรือความเปลี่ยนแปลงได้ ก็ขึ้นอยู่กับว่าความรู้ความเข้าใจนั้นวางอยู่บนปัญหาและสภาพความจริงเพียงใด และได้รับการหยิบใช้ในการเผชิญปัญหาเพียงไหน การที่นักวิชาการชี้ให้เห็นว่าปัญหาที่สังคมไทยในปัจจุบันกำลังประสบอยู่คืออะไร ยึดโยงอยู่กับบริบท เงื่อนไข และปัจจัยไหน ทางออกที่ถูกที่ควรคืออะไร และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือไม่ปล่อยให้ความรู้ความเข้าใจอยู่นิ่งอย่างเฉื่อยชา หากแต่พาเข้าไปสู่สาธารณะหรือว่าใจกลางของปัญหา จึงเป็นการทำให้วิชาการมีความเกี่ยวพันกับการแก้ปัญหาสังคมยื่งขึ้น การที่นักวิชาการจำนวนหนึ่งสนับสนุนหรือออกมาเคลื่อนไหวร่วมกับนักศึกษาและประชาชนในการเรียกร้องความถูกต้องและประชาธิปไตยจึงเป็นการปฏิบัติตามพันธกรณีที่นักวิชาการมีต่อสังคมดังที่ว่านี้

สุดท้ายนี้ เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.) จึงอยากเรียนกลับไปยังหัวหน้า คสช. ให้ทบทวนความเข้าใจที่ท่านมีต่อนักศึกษาและนักวิชาการเสียใหม่ เพื่อจะได้เข้าใจว่าสิ่งที่พวกเราดำเนินการมามิได้ผิดเพี้ยนไปจากปรัชญาและวัตถุประสงค์ของสถาบันอุดมศึกษาที่มีต่อสังคมแต่อย่างใด เพราะมหาวิทยาลัยไม่ใช่ค่ายทหาร และประเทศไทยไม่ใช่ค่ายกักกัน

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.)
20 กุมภาพันธ์ 2561

 

อดีตคณบดี มธ ตอกกลับประยุทธ์ “เด็กเขาคิดเป็น”

maxresdefault-7ด้าน นายพนัส ทัศนียานนท์ อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็กล่าวถึงก็กล่าวถึงกรณีเช่นกันว่า เป็นการพูดออกมาจากใจท่านนายกฯที่คิดอย่างไรก็จะพูดออกมาอย่างนั้น เรื่องที่ว่าไม่เคยทำการทำงาน ต้องบอกว่าคนที่เป็นอาจารย์การสอนหนังสือก็คืองานของเขา ใช่ว่าจะเป็นนักวิชาการแบบตกงานแล้วมาสอนส่วนใหญ่ก็เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเขาสั่งสอนเด็ก นักศึกษาตามหลักที่ถูกต้อง แต่สิ่งที่นายกฯเห็นว่าไม่ถูกต้องอาจจะเป็นการไม่ถูกต้องตามแนวคิดของนายกฯเอง คือแนวคิดแบบไทยนิยมที่ตอนนี้กำลังโปรโมทให้คนไทยคิดแบบไทยๆไม่ใช่แบบฝรั่ง อยากให้ว่านอนสอนง่าย รู้จักเคารพผู้ใหญ่และที่สำคัญไม่กระด้างกระเดื่องต่อผู้มีอำนาจ ไม่ว่าผู้มีอำนาจจะได้อำนาจมาโดยวิธีใดก็ตามแต่ เช่น กรณีของนายกฯเอง

นายพนัส กล่าวอีกว่า ถ้าคนรุ่นใหม่เห็นว่ามันผิดที่มีการเข้ามายึดอำนาจโดยรัฐประหาร ซึ่งที่ไหนๆเขาก็เห็นว่ามันผิด คนรุ่นใหม่ที่เขาออกมารณรงค์นั้นเขาอยากเห็นการเลือกตั้งและต่อต้านเผด็จการ ซึ่งก็คือการต่อต้านตัวนายกฯเอง ท่านเลยมาโทษครูบาอาจารย์ นักวิชาการที่สอนเด็กแบบผิดๆ ตนเชื่อว่าเด็กในสมัยนี้ไม่ว่าจะเรียนถึงมัธยมหรือมหาวิทยาลัยเขามีความรู้คิดของเขาเอง การที่บอกว่าเขาเป็นผ้าบริสุทธิ์แล้วเอาสิ่งแปดเปื้อนไปใส่เขา แต่ถ้าคิดแบบของเขาเองมันอาจจะกลับกลายเป็นว่าสิ่งที่นายกฯคิดอาจจะเป็นสิ่งที่แปดเปื้อนสำหรับเขาก็ได้ ตนมองว่าการพูดเช่นนี้ของนายกฯไม่ได้เป็นการขู่อะไร แต่เป็นการแสดงอำนาจมากกว่าที่ต้องการบอกว่าทำไมไม่สอนเด็กให้เคารพตนเอง ซึ่งทุกวันนี้แหล่งเรียนรู้ไม่ได้มีเฉพาะในโรงเรียนหรือกับครูอาจารย์เท่านั้น แต่ทุกวันนี้เขาสามารถที่จะไปแสวงหาของเด็กเองได้

Share.

About Author

Comments are closed.