คสช ดูดนักการเมือง หวังนั่งนายกฯบริหารประเทศต่อ

0

จากกรณีที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอแต่งตั้งข้าราชการการเมือง ให้นายสนธยา คุณปลื้ม หัวหน้าพรรคพลังชล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และนายอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้บอกว่า “ผมจำเป็นต้องมีคนเหล่านี้มาบ้าง เพื่อมาทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่ได้หมายความว่าเอาคนนี้มาเพื่อเป็นประโยชน์ของผม วันนี้กำลังจะเดินหน้าไปสู่ตรงนั้น ผมก็ต้องมีคนที่รู้ในเรื่องเหล่านี้มาให้คำปรึกษา เพราะผมก็ไม่รู้ว่าการเมืองมันทำกันมาอย่างไร ผมก็ต้องรู้บ้าง”

บีบีซีไทยระบุว่า ก่อนหน้านี้ในการเดินทางเพื่อประชุมครม. นอกสถานที่หลายครั้ง ซึ่งทุกครั้ง พล.อ. ประยุทธ์ ก็มีการพบปะกับตระกูลนักการเมืองผู้มีอิทธิพลกว้างขวางในท้องถิ่นนั้น ๆ เช่น “โพธสุธน” ในท้องที่สุพรรณบุรี และ “สะสมทรัพย์” ที่มีมวลชนสนับสนุนอยู่ในนครปฐม หรือ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) และ ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ที่นครราชสีมา เป็นต้น

ด้านพรรคเพื่อไทยได้ออกมาโจมตีการกระทำดังกล่าวว่า คสช กำลังพยายามดูดนักการเมืองเข้าไปทำงาน เพื่อหวังนั่งเป็นนายกฯ บริหารประเทศต่อไปอีก

ายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีรัฐบาล คสช.โชว์พลังดูดกลุ่มการเมืองเข้าร่วมงานกับรัฐบาล ว่ารัฐบาล คสช. มีอำนาจเบ็ดเสร็จ มีเครื่องมือ มีเครือข่าย องคาพยพ มีงบประมาณที่สามารถบริหารจัดการทุกอย่างตามความประสงค์ของตัวเอง จะใช้มาตรา 44 ปลดใครก็ได้ ปลดแล้วอยากตั้งใหม่ให้รับตำแหน่งที่ใหญ่กว่าก็ได้ โชว์พลังดูดยิ่งกว่าพญาแร้งที่เอามาสูบปลาในบ่อคนอื่น จะเททิ้งใคร จะ กกต. กสทช. ก็ง่ายยิ่งกว่ากดรีโมท และไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านใด ๆ หรือไม่ เท่าที่ดูแทบไม่มีอะไรที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ทำไม่ได้ นอกจากการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้พี่น้องประชาชน การปฏิรูปประเทศ การสร้างความปรองดองสมานฉันท์ การปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวต่อปรากฎการณ์ที่รัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดึงแกนนำพรรคการเมืองเข้าไปมีส่วนร่วมทางการบริหาร ว่าเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงความพยายามสืบทอดอำนาจของ คสช. ต่อไปภายหลังจากการเลือกตั้ง โดยใช้ทุกวิธีทาง ทั้งการบีบพรรคการเมือง, ห้ามพรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมือง, ทำลายพรรคการเมืองให้อ่อนแอ ซึ่งตนประเมินได้จากสิ่งที่เกิดขึ้น คือ เป็นความพยายามปูทางให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ผ่านการสนับสนุนจากพรรคการเมือง ที่มีสิทธิ์ส่งบัญชีนายกฯ ที่พรรคการเมืองจะสนับสนุน

นายจาตุรนต์ กล่าวด้วยว่าจากปรากฎการณ์ที่ คสช. ดำเนินการตนมีความกังวลว่าจะเป็นการกระทำที่ทำลายระบบนักการเมืองและพรรคการเมือง ไม่เป็นผลดีต่อประชาชนและไม่เกิดประโยชน์กับประเทศ ตนไม่ขอฝากเตือนหรือชี้แนะใด ๆ เพราะเชื่อว่า คสช. คงไม่ยอมรับฟัง ในขณะเดียวกันการอยู่ในตำแหน่งบริหารและใช้งบประมาณเพื่อดำเนินการทุกวิถีทาง แม้จะสุ่มเสี่ยงที่จะขัดกับกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ แต่การดำเนินเอาผิด คสช. ถือเป็นเรื่องยาก

Share.

About Author

Comments are closed.