กระแส “ชวน รีเทิร์น” : ความหวังหรือทางตันของพรรคประชาธิปัตย์ สู้ศึกเลือกตั้ง

0

 

 

เห็นการเลือกตั้งของประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย ที่ได้ผู้นำอย่าง มหาเธร์ โมฮัมหมัด ที่ได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีมาเลเซียอีกครั้งในวัย 92 ปี แบบพลิกความคาดหมาย หลังการครองอำนาจอย่างยาวนานของฝ่ายรัฐบาลถึง 61 ปี[1] สู่การเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศมาเลเซียทั้งตัวผู้นำและแนวร่วมทางการเมือง

1มหาเธร์ โมฮัมหมัด,ที่มาภาพ รายวันเสียงใต้

มองการเมืองประเทศเพื่อนบ้านเสร็จ หันกลับมามองประเทศเรากันบ้าง กระแสการเลือกตั้งกำลังมา(แม้ว่าจะยังไม่รู้เมื่อไหร่ คงต้องรอพรรคทหารพร้อม???)  ทั้งรัฐบาลทหารเอง ก็ใช้ความเป็นรัฐบาล ในการเดินสายดูดอดีต ส.ส. หน้าเก่า กลุ่มก๊วนต่างๆ ทั้งเหนือ-ใต้-ออก-ตก เข้าเป็นแนวร่วมในการตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ส่วนพรรคการเมืองเก่า แม้จะมีกฎหมายห้ามโน้นห้ามนี้ไม่ให้เคลื่อนไหวทางการเมือง แต่กระแสข่าวก็มาให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน เช่น ในพรรคหลัก อย่างพรรคเพื่อไทย ที่แม้จะยังเงียบอยู่แต่กระแสคลื่นใต้น้ำก็ลูกใหญ่ใช่เล่น ไม่ว่าจะเป็น ตัวหัวหน้าพรรคเองที่ก็ยังอุ๊บไว้ว่าจะเป็นใคร และจะเอาอย่างไรกับกฎหมายที่ไม่เป็นประชาธิปไตยทั้งหลายที่รัฐบาลทหารออกแบบไว้ในการจัดการและกำจัดรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในอนาคต

2

นายชวน หลีกภัย,ที่มาภาพ ไทยพลับบิกา

แต่ดูเหมือนกระแสข่าวตอนนี้จะตกไปอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ เพราะภายหลังที่การเลือกตั้งของมาเลเซียจบลง ได้นายกรัฐมนตรีที่อายุมากที่สุดในโลก พรรคประชาธิปัตย์ก็มีกระแส “ชวน รีเทิร์น” ไล่ตั้งแต่หัวหน้าพรรคอย่างคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ยังออกมากล่าวถึงเรื่องนี้ เรามาลองกันว่ากระแสนี้จะเป็นจริงหรือไม่? จะเป็นความหวัง หรือทางตันของพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคต

 

เริ่มต้นที่ประวัติทางการเมืองของนายชวน หลีกภัย กันเลยดีกว่า เป็นคนภาคใต้(ฐานเสียง) ลงการเมืองครั้งแรกตั้งแต่อายุ 23 ปี เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร อายุ 31 ปี ที่ไม่เคยสอบตกการเป็น ส.ส เลยตลอดการลงเล่นการเมือง กระทั่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ด้วยวัย 80 ปี ดำรงตำแหน่งสำคัญๆทางการเมืองเยอะมาก ตั้งแต่รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ประธานสภา จนถึงนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ปี 2535 และปี 2540 รวมวาระการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 6 ปี

3

แกนนำพรรคประชาธิปัตย์,ที่มาภาพ ไทยรัฐ

 

ทำไมต้องนายชวน หลีกภัย? ยังคงเป็นคำถามที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ดังส่วนหนึ่งที่กล่าวมาข้างต้นว่าฐานเสียงสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ คือ “ภาคใต้” ซึ่งแม้ว่าจะเหนียวแน่น แต่ก็ไม่แน่ว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นอย่างไร เพราะภาพลักษณ์พรรคประชาธิปัตย์ในสายตาประชาชนนั้นถือว่าเสียหายมาก ทั้งม็อบ กปปส.ที่เป็นตัวดึงทหารเข้ามารัฐประหาร เมื่อ 4 ปี ก่อน และคำพูด “ดีแต่พูด” ที่ไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้เมื่อครั้งเป็นรัฐบาล

และอีกส่วนหนึ่ง นายชวน ได้ชื่อว่า “ซื่อสัตย์สุจริต” “คลีนแมน” ซึ่งคงเป็นสิ่งที่ประเทศไทยต้องการในเวลานี้ เพราะเดินไปทางไหนก็เจอแต่คนพูดว่านักการเมืองทุจริตคอร์รัปชั่น เอาดีไม่ได้ ดังนั้นการดึงนายชวน กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งในนามพรรคประชาธิปัตย์จึงเป็นเสมือนตัวชูโรงได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ภาพลักษณ์ของชายผู้ไม่เคยทุจริตคอร์รัปชั่น

และหากเทียบกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้ว จะพบว่า แผลของนายอภิสิทธิ์ ดูเยอะกว่า ไม่ว่าจะเป็นคนสั่งฆ่าประชาชนกลางเมืองเมื่อปี 2553 และการบริหารประเทศที่ดีแต่พูด และการยอมรับของคนในพรรค ดูเหมือนจะถูกสั่นคล่อน อยู่ไม่น้อย ในมุมหนึ่งนายอภิสิทธิ์ มีภาพของความเป็น “สมาร์ทแมน” ไม่เอาเผด็จการ(ยืนยัน?) และนายกรัฐมนตรีคนนอก ทำให้ภาพในการเป็นพรรคร่วมในอนาคตกับพรรคที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอาจเกิดขึ้นได้ยาก(พรรคทหาร)

4

นายชวน หลีกภัย,ที่มาภาพ มติชนสุดสัปดาห์

ในความเห็นของนายอภิสิทธิ์ ต่อเรื่อง “ชวน รีเทิร์น” ชวนให้น่าสนใจ เพราะได้พูดถึงการเลือกตั้งมาเลเซีย ที่ทำให้ประชาชนตื่นตัวต่อต้านคอร์รัปชั่น และนายชวนอายุน้อยกว่าเยอะ(มหาเธร์)  ท่านยังเป็นบุคคลที่มีผู้คนเคารพนับถือ ศรัทธาจำนวนมาก และตนก็ยังเห็นว่าท่านเป็นนักการเมืองแบบอย่างที่ดีในระบอบประชาธิปไตย ให้ความสำคัญกับการซื่อสัตย์สุจริต สนใจปัญหาของประชาชน ท่านทำงานไม่หยุด เดินทางไปทุกพื้นที่

“ผมเชื่อว่าคนจำนวนไม่น้อยที่สนับสนุนท่าน แต่ที่ผ่านมาท่านเป็นคนที่แสดงออกว่าท่านไม่รับในทำนองนั้น แต่ก็เป็นเรื่องของอนาคตที่ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ ซึ่งในส่วนของพรรค หลังจาก คสช.ปลอดล็อค ก็ต้องตราข้อบังคับพรรคใหม่ เลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค และเมื่อมีกรรมการบริหารพรรคและหัวหน้าพรรคชุดใหม่แล้ว ถึงจะมาเริ่มพิจารณาเรื่องผู้สมัคร ส.ส. รวมถึงการเสนอชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกฯ ซึ่งก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการของพรรค จึงยังไม่รู้ว่า รายชื่อ 3 คนที่จะเสนอเป็นนายกฯมีใครบ้าง แม้แต่ผมก็ไม่รู้ เพราะตำแหน่งหัวหน้าพรรคอาจจะมีคนลงแข่งขันก็ได้ ผมยังไม่ทราบ”[2] ซึ่งดูเหมือนว่า นายอภิสิทธิ์ ก็โยนอำนาจการตัดสินใจไปให้กับกรรมการบริหารของพรรค เพื่อเป็นคนพิจารณา….ต้องรอดูต่อไปว่า พรรคประชาธิปัตย์จะเอายังไรต่อไปกับกระแส “ชวน รีเทิร์น”

 

[1] อ่านเพิ่มเติม ทำไม “นาจิบ ราชัค” จึงพ่ายยับเลือกตั้งใหญ่มาเลเซีย,https://www.thairath.co.th/content/1278544

[2] https://www.prachachat.net/politics/news-157942

Share.

About Author

Comments are closed.