ประกาศใช้งบกลาง 2561 “1.5 แสนล้านบาท” อัดฉีดไทยนิยม ขณะที่งบประมาณขาดดุล 4 ปี  “1.5 ล้านล้านบาท”

0

1

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา,นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.,ที่มาภาพ มติชน

 

งบกลาง 2561 “1.5 แสนล้านบาท”

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561 หรือ “งบฯ กลางปี” วงเงิน 1.5 แสนล้านบาท สำหรับงบประมาณที่ตั้งให้กระทรวงสำคัญ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ถือเป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณมากที่สุด จำนวน 3.18 หมื่นล้านบาท ขณะที่กองทุนและเงินทุนหมุนเวียน ได้รับจำนวน 3.4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ จำนวน 20 ล้านบาท กองทุนประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก จำนวน 1.38 หมื่นล้านบาท และเงินทุนหมุนเวียนเพื่อผลิตและขยายพันธุ์พืช จำนวน 150 ล้านบาท(อ่านเพิ่มเติม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2561)

โดยในหมายเหตุท้ายราชกิจจานุเบกษา ได้ให้เหตุผลในการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ 2 ข้อ คือ

  1. รัฐบาลมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงินในการดำเนินนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลเพื่อรักษาทิศทางความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่มีการขยายตัวให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ควบคู่การสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจในประเทศอย่างยั่งยืน จึงต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม เป็นจำนวนไม่เกิน 100,358,077,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์ คือ 1. ค่าใช้จ่ายส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชน จำนวน 4.6 พันล้านบาท 2.เพื่อจัดสรรตามแผนยุทธศาสตร์ปฏิรูปโครงสร้างการผลิตภาคเกษตร จำนวน 2.4 หมื่นล้านบาท 3. เพื่อจัดสรรตามแผนยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิต จำนวน 2.1 หมื่นล้านบาท และ 4.เพื่อจัดสรรตามแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมเศรษฐกิจและพัฒนาศักยภาพชุมชน จำนวน 5.03 หมื่นล้านบาท

2.เนื่องจากได้มีการจ่ายเงินคงคลังเพื่อเป็นเงินเบี้ยหวัด บําเหน็จ บํานาญ และค่าใช้จ่าย ในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ จึงต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง ตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง และกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ เป็นจํานวน 49,641,923,000 บาท

2

ที่มาภาพ Pixabay

ในรายงานข่าวของเว็บไซต์ว๊อยซ์ทีวี ได้รายงานว่า เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 3 ปี ภายใต้การบริหารประเทศของรัฐบาล คสช. ที่มีการของบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมกลางปี รวมแล้วกว่า 4 แสนล้านบาท ไล่ตั้งแต่ปี 2559 จำนวน 5.6 หมื่นล้านบาท ปี 2560 จำนวน 1.9 แสนล้านบาท และล่าสุดปี 2561 จำนวน 1.5 แสนล้านบาท  ขณะเดียวกัน รัฐบาลคสช. เคยยืนยันมาตลอดว่า จะคำนึงถึงวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ซึ่งการตั้งงบประมาณเพิ่มเติมกลางปี 2561 ยังถูกมองว่าเป็นการเตรียมการรองรับการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเดือน ก.พ. 2562 ผ่านการดำเนินการโครงการไทยนิยม ยั่งยืน ที่ขับเคลื่อนโดยกระทรวงมหาดไทย[1]

ไทยนิยม =ประชานิยม=โปร่ยเงินซื้อเสียงพรรคทหาร=จัดตั้งหัวคะแนนระดับพื้นที่

 

โครงการไทยนิยม เป็นนโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลทหาร ที่เพิ่งเกิดขึ้นในปีนี้ เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจในการเตรียมผลักดันตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งให้กับประชาชนในทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นเสมือนเฟส 2 ของโครงการ “ประชารัฐ”

ซึ่งจะมีการใช้งบประมาณสูงถึง 3 แสนล้านบาท โดย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มละหนึ่งแสนล้านบาท ประกอบด้วย 1.บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2.การพัฒนาให้เกิดความสามารถในการแข่งขัน โดยกระทรวงมหาดไทยจะเข้าไปดูความจำเป็น เช่น โอท็อป, การท่องเที่ยว เป็นต้น และ3.เรื่องเกษตรกรรม ในการปรับเปลี่ยนให้ประชาชนปลูกพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่ และให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด[2]

มีการตั้งคณะกรรมการไทยนิยมฯ ตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงล่างสุด ตั้งแต่นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี อธิบดี ผู้ว่าราชการจังหวัด นายกอำเภอ กำนัน จนถึงผู้ใหญ่บ้าน(อ่านเพิ่มเติม หัวคะแนนเตรียมเลือกตั้งพรรคทหาร “คณะกรรมการไทยนิยมฯ มีใครบ้างไปดูกัน??? ,http://www.ispacethailand.org/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/15187.html ) ซึ่งก็เกิดคำถามขึ้นว่า คณะกรรมการไทยนิยม ล้วนแล้วแต่เป็นข้าราชการทั้งส้ิน แล้วต่างจากการบริหารงานปกติอย่างไร? ซึ่งงานที่เห็นเป็นรูปธรรมที่สุด ดูเหมือนจะเป็นการลงพื้นที่เพื่อไปเลี้ยงข้าวชาวบ้านในทุกหมู่บ้าน โดยใช้งบประมาณสูงถึง 2,000 ล้านบาท(อ่านเพิ่มเติม https://mgronline.com/politics/detail/9610000018832 ) ซึ่งก็เกิดคำถามต่อประชาชนขึ้นว่า การดำเนินการของรัฐบาลของ คสช.ต่อโครงการนี้ เป็นไปเพื่อหาเสียงทางการเมืองหรือไม่? และการตั้งคณะกรรมการไทยนิยมระดับพื้นที่เป็นไปเพื่อสร้างระบบหัวคะแนนในการเลือกตั้งในอนาคตหรือไม่

3

การจัดทำงบประมาณขาดดุล ในยุครัฐบาล “บิ๊กตู่”,ที่มาภาพ ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

 

งบประมาณขาดดุล 4 ปี  “1.5 ล้านล้านบาท”

จากรายงานข่าวของสำนักข่าวประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ได้ทำรายงานงบประมาณขาดดุลตลอด 4 ปี ของการปกครองประเทศของรัฐบาล คสช. พบว่า ตั้งแต่รัฐบาล คสช.รัฐประหารรัฐบาลที่มาจาการเลือกตั้ง ปี 2557  และมีบทบาทในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2558 เป็นปีแรก จนถึงปัจจุบัน 4 รอบงบประมาณ พบว่า รัฐบาล คสช.ทำงบประมาณขาดดุลทุกปี และขาดดุลเพิ่มมากขึ้นทุกปีอีกด้วย[3] โดยในปี 2558 ขาดดุล 250,000 ล้านบาท,ปี 2559 ขาดดุล 390,000 ล้านบาท,ปี 2560 ขาดดุล 552,921.7 ล้านบาท,ปี 2561 550,000 ล้านบาท[4] โดยเป็นการจัดทำงบฯขาดดุลตลอด 4 ปี รวมทั้งสิ้น 1,517,921.7 ล้านบาท
ขณะที่ย้อนกลับไปด้านบน ในส่วนของงบฯกลางปี หรือทำงบฯเพิ่มเติม พบว่า ตลอด  4 ปี มาการของบเพิ่มเติมแล้ว 396,000 ล้านบาท โดยส่วนมากแล้วการตั้งงบฯเพิ่มเติม ส่วนใหญ่ล้วนเป็นการผลักดันเม็ดเงินไปสู่กลุ่มเศรษฐกิจฐานรากเป็นหลัก จนหลายฝ่ายติงว่า อาจจะเข้าลักษณะ “ประชานิยม”[5]

 

 

 

 

[1] https://www.voicetv.co.th/read/H1lm4ujSCG

[2] http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/793022

[3] https://www.prachachat.net/finance/news-107478

[4] เรื่องเดียวกัน

[5] เรื่องเดียวกัน

Share.

About Author

Comments are closed.