เลือดข้น คนชินวัตร ฆ่ายังไงก็ไม่ตาย

0

12 ปีที่ผ่านมา ความพยายามกำจัดตระกูลชินวัตรหรือฆ่าในทางการเมือง ยังคงมีอยู่และทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ วิธีการกำจัดนั้นแทบจะใช้วิธีที่เหมือนกันทั้งสิ้น ตัวละครที่ใช้กำจัดในทุกครั้งคือการรัฐประหาร และใช้ตุลาการภิวัตน์ ตั้งธงคดีชี้ความผิด

ทักษิณ ชินวัตร เป้าหมายที่ 1

ปรากฏการณ์ทักษิณ ชินวัตร นับว่าเป็นปรากฎการณ์ทางการเมืองของไทย ที่ไม่เคยมีนายกรัฐมนตรีคนใดประสบความสำเร็จมาก่อน ทำให้เขาครองหัวใจประชาชนทุกพื้นที่ ชนะการเลือกตั้งถล่มทลายครั้งประวัติศาสตร์ของการเมืองไทย นับว่าเป็นรัฐบาลแรกที่มาจากการเลือกตั้งที่สามารถบริหารประเทศได้ครบ 4 ปี ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเกิดความหวาดระแวง เมื่อเขากลับมาในสมัยที่ 2 ภาพคะเนนนิยมยิ่งเพิ่มมากขึ้น ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเริ่มกลัวที่จะเสียผลประโยชน์ ขืนปล่อยให้อยู่บริหารประเทศไปอีก คงจะไม่เป็นผลดีกับพวกเขา จึงคิดจะกำจัดทักษิณ ชินวัตร ใช้สารพัดวิธีการ ตั้งแต่ปลุกกม๊อบประท้วง ใส่ร้ายป้ายสี สร้างวาทกรรมโจมตีทำลายต่าง ๆ สารพัดวิธี  แต่ก็ไม่สามารถทำลายความแข็งแกร่งของทักษิณ ชินวัตรได้

รัฐประหารปี 2549 ยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร จึงเป็นบันใดปูทางไปสู่การกำจัดทักษิณ ชินวัตรได้ง่ายขึ้น มีการตั้งธงดำเนินคดีอย่างไม่เป็นธรรมกับทักษิณ ชินวัตร ใช้วิธีบีบและกดดันให้ออกจากการเมืองไทยจนทำให้ทักษิณไม่สามารถกลับมาประเทศบ้านเกิดได้อีก  รัฐประหารครั้งนี้จึงไม่ได้เสียของเพราะสามารถฆ่าชินวัตรได้สำเร็จ

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป้าหมายที่ 2

การกำจัดทักษิณ ชินวัตร ก็ไม่ได้ประสบความสำเร็จอย่างที่เขาคาดหวังไว้ เพราะทักษิณฯ ได้ส่ง                           ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้าสู่สนามการเมืองการเมือง ซึ่งเป็นน้องสาวโดย “สายเลือด”  ใช้เวลาเพียง 49 วัน เท่านั้น ก่อนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกคนแรก ยิ่งตอกย้ำให้เห็นความเข้มข้นของสายเลือด “ชินวัตร” ที่ต่อให้กำจัดยังไงก็ไม่มีวันจางหายไปจากหัวใจประชาชน

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จึงเป็นเป้าหมายคนต่อไป ที่ฝ่ายตรงข้ามจะต้องรีบกำจัด เพราะความนิยมของเธอโดดเด่นโดยไม่แพ้พี่ชาย ขืนปล่อยให้อยู่ในสนามการเมืองต่อไป จึงยากต่อการกลับมาเป็นรัฐบาลของฝ่ายตรงข้าม รัฐบาลยิ่งลักษณ์ฯบริหารประเทศได้เพียง 2 ปี ครึ่ง การทำลายชินวัตรจึงได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง พยายามกำจัดยิ่งลักษณ์ฯโดยใช้ม๊อบบีบ กดดันให้ยุบสภาและลาออก ใช้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง เมื่อบีบทุกทางแล้วรัฐบาลยิ่งลักษณ์ฯก็ยังไม่ยอมลงจากอำนาจ

รัฐประหารครั้งล่าสุดปี 2557 ที่ นำโดย คสช. รัฐประหารจึงใช้เป็นทางเลือกอีกครั้งที่จะใช้กำจัด     ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้ออกไปจากการเมืองไทย หลังจากการยึดอำนาจก็ได้มีการตั้งธงดำเนินคดี ใช้ตุลาการภิวัฒน์เอาผิดในคดีรับจำนำข้าว ข้อหาปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ใช้วิธีบีบโดยการยึดทรัพย์ ทำให้เธอไม่ได้รับความยุติธรรมและพลัดพรากประเทศบ้านเกิดไปอยู่กับพี่ชาย

รัฐประหารปี 2557 จึงสามารถกำจัดเลือด “ชินวัตร” ได้เป็นคนที่ 2

               กำจัดทักษิณ ยิ่งลักษณ์ ได้สำเร็จแล้ว ยังคงไม่เพียงพอ เพราะยังมีอีกหนึ่งคนสำคัญที่เป็นเป้าหมายของผู้มีอำนาจที่จะต้องรีบกำจัดให้ไวตั้งแต่ต้นลมก่อนที่จะเข้าสู่สนามการเมือง

พานทองแท้ ชินวัตร เป้าหมายที่ 3

ล่าสุด โอ๊ค พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชายทักษิณ ชินวัตร โดนเล่นงานตามคาด เมื่ออัยการสูงสุดสั่งฟ้องในคดีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ลูกชายโดนสายเลือดหวาดกลัวในการที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวการเมือง แต่กลับสู้กับผู้มีอำนาจ โดยโพสข้อความในตอนหนึ่งว่า “ผมจะชวนทุกคนในบ้านมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคฯเมื่อก่อนมีพ่อคนเดียว คราวนี้ผมจะชวนมากันให้หมด” จากข้อความนี้ แสดงให้เห็นว่า ยิ่งกีดกันชินวัตรมากเท่าใด การเปิดไพ่สู้คราวนี้ยิ่งมีร้อนแรงมากขึ้นเท่านั้น เห็นได้จากการชวนสมาชิกทั้งบ้านมาเป็นสมาชิกพรรค และ ทักษิณ ชินวัตร ได้ให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์บีบีซีไทย หลังการฉลองวันเกิดให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมาว่า “ผมอายุ69 อ่อนกว่ามหาเธย์ตั้ง23ปี เพราะฉะนั้น ถ้าจะเรียกว่าคัมแบ็ก ก็สามารถเกิดขึ้นได้ ถ้าเรายังแข็งแรงอยู่” นัยยะว่าถ้าพร้อมกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้มีอำนาจหวาดกลัวตระกูลนี้มากยิ่งขึ้น

               เหมือนความพยายามกำจัดชินวัตรที่ผ่านมาไม่ได้เกิดผลเสียต่อชินวัตรเลย หากแต่เกิดผลดีในทางการเมืองและทำให้มีคะแนนความนิยมเพิ่มสูงมากขึ้นเรื่อยๆ กระบวนการการทำลายมีมายาวนานถึง 12 ปี  แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่านามสกุลชินวัตร ยังมีความโดดเด่นและยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจของใครหลายคนยากที่จะลืมเลือน เพราะความเป็น “เลือดข้น คนชินวัตร” ฆ่ายังไงก็ไม่มีวันตาย

 

 

Share.

About Author

Comments are closed.