250 : 0 ความ “อ-ยุติธรรม” ของเผด็จการ คสช.สู่เผด็จการรัฐสภาหลังเลือกตั้ง

0

 

เป็นเวลาเกือบ 5 ปี ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้ทำการรัฐประหาร ฉีกรัฐธรรมนูญ ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย สร้างรัฐสภาที่ไม่มีฝ่ายค้าน แก้-ปรับ-เปลี่ยน-ตัด-ต่อ กฎหมายที่เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องและนายทุน โดยแทบไม่มีคนค้าน เพราะหากค้านคงถูกปลดออกแน่นอน

 

คสช

ฝ่ายบริหารเป็นทหารแทบทั้งสิ้นและมีอำนาจเต็ม บริหารงบประมาณประเทศกว่า  16 ล้านล้านบาท ภายในระยะเวลา 4 ปี  อำนาจองค์กรอิสระถูกควบคุมโดยเผด็จการทหารในการแต่งตั้งโยกย้ายต่ออายุให้ รวมไปถึงสร้างรัฐราชการขึ้นมาสนับสนุนกลุ่มทหาร ผ่านการเพิ่มทั้งเงินเดือน และโยกย้ายไปไว้ในตำแหน่งที่สำคัญ เหล่านนี้คือความอยุติธรรมของเผด็จการ คสช.ตลอดเวลาที่ผ่านมา

 

กว่าจะมีการเลือกตั้งที่ระบุแล้วว่า 24 มีนาคม 2562 ประเทศไทยก็ตกอยู่ในสภาวะ “พังในทุกด้าน” ทั้งด้านการเมืองที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เศรษฐกิจที่ถดถอยเกิดภาวะ “รวยกระจุก จนกระจาย” เพราะ คสช.เอื้อประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้แต่นายทุน และในด้านสังคมที่เกิดความแตกแยก คสช.ไม่ได้สร้างความปรองดองจริงเหมือนที่เคยอ้างเมื่อครั้งยึดอำนาจเข้ามา ทำให้คนในสังคมเปรียบเสมือนเก็บความแค้นไว้ในใจ

 

ตั้งพรรค-728x485

ในขณะที่การเลือกตั้งกำลังงวดเข้ามา การเลือกตั้งครั้งนี้ดูเหมือนจะถูกออกแบบมาให้เผด็จการ คสช.มีอำนาจต่อ ไม่ว่าจะทางใดก็ทางหนึ่ง และกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งก็ล้วนที่จะเอื้อให้กับพรรคทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส.ว.250 คน

หๆ

โดยในสังคมที่เป็นประชาธิปไตย ส.ว.ล้วนมาจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อเข้ามาทำหน้าที่ตรวจสอบกฎหมายที่เหล่า ส.ส.เป็นคนออก แต่สำหรับการเมืองไทย ส.ว.มาจากการแต่งตั้งของ หัวหน้า คสช.อย่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมีอำนาจเต็มในรัฐบาลปัจจุบัน และยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐอีกด้วย เรียกได้ว่า เลือกตั้งครั้งที่จะถึง พล.อ.ประยุทธ์ มีแต้มถึง 250 คน เพราะ ส.ว.มีสิทธิที่จะยกมือโหวตนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งโดยปกติ ส.ว.ไม่สามารถยกมือโหวตได้

 

ทำให้ในรัฐสภา ในการเลือกนายกรัฐมนตรี จะมี ส.ส.และ ส.ว.รวมกันทั้งสิ้น 750 คน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ มีนำแล้ว 250 คน ขอเพียงแค่  126 ที่นั่ง ก็เพียงพอจะนำพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง

 

แต่มันจะง่ายอย่างนั่นหรือ? หากไม่ได้เป็นเช่นนั้น พรรคฝ่ายตรงข้าม คสช.สามารถรวมคะแนนเสียงได้เกิน 376 เสียง ก็จะสามารถเลือกนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่ก็จะถูก คสช.ควบคุมอีกครั้ง ผ่าน “คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ​” ซึ่งก็ล้วนแต่เป็น คสช.ทั้งสิ้น

n20150604135220_134544

มีความเป็นไปได้ 2 ทาง หลังการเลือกตั้ง คือ หนึ่ง “เลือกตั้งใหม่” เกิดจากการที่ คสช.ได้เป็นรัฐบาลอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นรัฐบาลทหารแก่ที่ไม่ได้มีอำนาจทหารหนุนหลังมากเช่นเดิม บวกกับมี ส.ส.เก๋าเกมสภาอยู่ในสภา ในการโต้เถียงและอภิปราย และเกิดความวุ่นวายในสภาในที่สุด ซึ่งจะนำไปสู่การยุบสภาของ พล.อ.ประยุทธ์ เลือกตั้งใหม่ หรืออีกทางที่สอง หากเกิดปัญหาเช่นที่กล่าวมา ก็จะเป็นการรัฐประหารอีกครั้งในที่สุด

แต่สำหรับฝ่ายประชาธิปไตย หากได้จัดตั้งรัฐบาล ก็ไม่สามารถบริหารประเทศได้ ทั้งกฎหมายที่ไม่เอื้อให้ฝ่ายประชาธิปไตย พรรคพวกของ คสช.ที่อยุ่ในกระทรวง กรม กอง ต่างๆ และยังมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติเช่นที่กล่าวมา บวกกับการเล่นนอกกติกา ที่ คสช.ล้วนวางไว้แล้วในอนาคต

Share.

About Author

Comments are closed.