ยกฟ้อง!!! 24 แกนนำ นปช. ฐานก่อการร้าย ชี้เป็นการใช้สิทธิการชุมนุมตามกฎหมาย 

0

 

วันนี้  14 สิงหาคม ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก (ศาลชั้นต้น) พิพากษายกฟ้องแกนนำและแนวร่วมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)  24ในคดีก่อการร้ายและก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองจากการชุมนุมขับไล่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อปี 2553 หมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, นายแพทย์เหวง โตจิราการ, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก, นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายการุณ โหสกุล กับแนวร่วมนปช. รวม 24 คน

67937588_2103836216395128_3787429387134042112_oที่มาภาพ เฟสบุ๊คเพจจตุพร พรหมพันธุ์

ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 135/1 มาตรา 135/2 ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา ให้ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 116, 215, 216 และร่วมกันชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 รวม 6 ข้อหา กรณีพวกจำเลยได้ยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่ม นปช. ต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 20 พฤษภาคม 2553 เพื่อกดดัน ต่อต้านรัฐบาล และบังคับขู่เข็ญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นประกาศยุบสภา ซึ่งจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

โดยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 135/1 และ 135/2 ระบุความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายไว้ว่า

มาตรา 135/1 ผู้ใดกระทําการอันเป็นความผิดอาญาดังต่อไปนี้

(1) ใช้กําลังประทุษร้ายหรือกระทําการใดอันก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย หรือเสรีภาพของบุคคลใดๆ

(2) กระทําการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ระบบการขนส่งสาธารณะ ระบบโทรคมนาคม หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะ

(3) กระทําการใดอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของรัฐหนึ่งรัฐใด หรือของบุคคลใดหรือต่อสิ่งแวดล้อมอันก่อให้เกิดหรือน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างสําคัญ

ถ้าการกระทํานั้นได้กระทําโดยมีความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญหรือบังคับรัฐบาลไทย รัฐบาลต่างประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศ ให้กระทําหรือไม่กระทําการใดอันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือเพื่อสร้างความปั่นป่วนโดยให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน ผู้นั้นกระทําความผิดฐานก่อการร้าย

กฎหมายอาญามาตรานี้ระบุด้วยว่า “การกระทําในการเดินขบวน ชุมนุม ประท้วง โต้แย้ง หรือเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้รัฐช่วยเหลือหรือให้ได้รับความเป็นธรรมอันเป็นการใช้เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่เป็นการกระทําความผิดฐานก่อการร้าย”

68429577_2103835966395153_94249492487864320_oที่มาภาพ เฟสบุ๊คเพจจตุพร พรหมพันธุ์

ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 135/1 ต้องระวางโทษประหารชีวิต จําคุกตลอดชีวิต หรือจําคุกตั้งแต่ 3-20 ปี และปรับตั้งแต่ 6 หมื่น-1 ล้านบาท

มาตรา 135/2 ระบุว่า ผู้ใด (1) ขู่เข็ญว่าจะกระทําการก่อการร้าย โดยมีพฤติการณ์อันควรเชื่อได้ว่าบุคคลนั้นจะกระทําการตามที่ขู่เข็ญจริง หรือ (2) สะสมกําลังพลหรืออาวุธ จัดหาหรือรวบรวมทรัพย์สิน ให้หรือรับการฝึกการก่อการร้าย ตระเตรียมการอื่นใด หรือสมคบกัน เพื่อก่อการร้าย หรือกระทําความผิดใด ๆ อันเป็นส่วนของแผนการเพื่อก่อการร้าย หรือยุยงประชาชนให้เข้ามีส่วนในการก่อการร้าย หรือรู้ว่ามีผู้จะก่อการร้ายแล้วกระทําการใดอันเป็นการช่วยปกปิดไว้ ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2-10 ปี ปรับตั้งแต่ 4 หมื่น-2 แสนบาท

โดยมีรายงานว่า ศาลชั้นต้นได้ยกฟ้อง แกนนำ นปช.ทั้งหมด ในในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 135/1, 135/2 ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10คนขึ้นไป ทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา ให้ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ตามมาตรา 116, 215, 216 และร่วมกันชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดยได้ยกฟ้องทุกข้อกล่าวหา โดยศาลชี้เหตุผลว่า “เป็นการต่อสู้ทางการเมือง ไม่ใช่เป็นการก่อการร้าย” และใช้สิทธิการชุมนุมตามกฎหมาย ไม่เข้าองค์ประกอบการก่อการร้าย

 

อ้างอิง

https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_2799581 

https://www.bbc.com/thai/thailand-49341102?ocid=socialflow_facebook&fbclid=IwAR3ok1amqn4JYghjy5L5bjVTkTEn6V8HSxbz0PAW93SDMFsXt3fDDD7aR-A

https://tna.mcot.net/view/-IxZj7T 

 

Share.

About Author

Comments are closed.