ผู้หญิงไทยสำคัญไฉน!!! บทบาท การทำงาน ความรุนแรงทางเพศ และการแก้ปัญหา 

0

ข้อมูลทั่วไป 

  • ผู้หญิงในวัยทำงาน 17.11 ล้านคน(ชาย 20.49 ล้านคน) (ก.พ. 2561) 
  • ผลการสำรวจผู้หญิงวัยทำงาน อายุ 15-60 ปี จำนวน 1,074 คน พบว่า 
    • ผู้หญิงวัยทำงาน 1 คน มีบทบาทในการดูแลสุขภาพของคนรอบข้าง 2.2 คน 
      • ร้อยละ 34.9 ของผู้หญิงวัยทำงานดูแลแม่ของตนเอง 
      • ร้อยละ 31.7 ดูแลลูก
      • ร้อยละ 30.4 ดูแลสามี
  • ผลสำรวจจาก 145 ประเทศทั่วโลก ระบุว่า ผู้หญิงไทยมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นลำดับที่ 19  และอยู่ในลำดับที่ 60 ซึ่งประสบปัญหาในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน
  • ประเทศไทยติดอันดับสัดส่วน ส.ส. หญิงในสภาน้อยที่สุด มีแค่ 6%
  • วาทกรรมดูถูกผู้หญิงในสังคมไทย ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ และความไม่เท่าเทียมในหลายๆด้าน
    • “ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง”
    • “ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอ”
    • “งานบ้านเป็นหน้าที่ของผู้หญิงเท่านั้น”
    • ปราศจากความหนักแน่น อ่อนไหว ไร้เหตุผล อ่อนแอ รู้สึกเจ็บปวดง่าย ไม่กล้าตัดสินใจ ไม่กล้ารับผิดชอบ ขาดความมันใจในตัวเองต้องอยู่โดยอาศัยเพศชาย7332

ที่มาภาพ thaihealth

ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันระหว่างผู้หญิง-ผู้ชายในตลาดแรงงานไทย

ความรุนแรงทางเพศ

  • ความรุนแรงต่อตัวสตรี 
    • ทางร่างกาย
    • จิตใจ/อารมณ์
    • ทางเพศ เช่น ข่มขืน ลวนลาม วาจา 
  • ความรุนแรงในครอบครัว 
  • แรงงานสตรีที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากเจ้าของกิจการ หรือผู้ว่าจ้าง 
  • กฎหมาย หรือ ระเบียบบางอยางที่จํากำสิทธิของสตรีอย่างไม่เป็นธรรม

ตัวอย่าง  

    • ผู้หญิงที่มีการศึกษาระดับเดียวกันกับชายก็ตามมักได้รับค่าจ้างต่ำกว่าชาย
      • ปี 60 ชาย-หญิง ระดับ ป.ตรี เท่ากัน มีค่าจ้างต่างกันถึง 5,000 บาท หรือ 28% 
      • ในงานใช้แรงกายมาก ผู้หญิงยิ่งได้ต่ำกว่ามาก 

 

  • ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์มีอัตราการว่างงานสูงกว่าชาย

 

    • สถานประกอบการมองว่าการตั้งครรภ์ของแรงงานเพิ่มต้นทุน
    • ใบสมัครงานของบางบริษัทมีคำถามแก่ผู้สมัครงานหญิงว่าตั้งครรภ์อยู่หรือไม่
    • สิทธิปัจจุบัน ผู้หญิงลาคลอดได้เป็นเวลา 3 เดือนโดยที่นายจ้างยังต้องจ่ายค่าจ้างให้ตามเดิม
  • การถูกทารุณกรรม เอารัดเอาเปรียบ ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ เพราะไทยเป็นสังคมชายเป็นใหญ่
  • ปัญหาความรุนแรงต่อผู้หญิง เป็นปัญหาร่วมกันของผู้หญิงทั่วโลก ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน maxresdefault (2)

ที่มาภาพ thaihealth

กฎหมายไทยกับการใช้แรงงานผู้หญิง

 

  • งานห้ามลูกจ้างหญิงทำ

 

      • งานเหมืองแร่
      • ก่อสร้างใต้ดิน ใต้น้ำ ในถ้ำ ในอุโมงค์ หรือปล่องภูเขา
      • งานนั่งร้านสูงกว่า 10 ม.
      • งานผลิต/ขนส่ง วัตถุระเบิด/วัตถุไวไฟ
      • งานยก แบก หาม หาบ ทูน ลาก หรือเข็นของหนักเกิน 25 กก. 

 

  • การทำงาน 00.00-06.00 น. 

 

      • ต้องมีพนักงงานตรวจสอบแรงงานตรวจว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่
      • ถ้าอันตรายต่อสุขภาพ นายจ้างต้องเปลี่ยนเวลาทำงานหรือลดชั่วโมงทำงานได้ตามที่เห็นสมควร
    • วามเท่าเทียมเทียมกันและไม่เลือกปฏิบัติระหว่างแรงงานชายหญิง
      • ให้นายจ้างปฏิบัติต่อลูกจ้างชายหญิงเท่าเทียมกันในการจ้างงาน 
        • เว้นแต่ลักษณะหรือสภาพของงานไม่อาจปฏิบัติเช่นนั้นได้
      • นายจ้างจะต้องกำหนดค่าจ้าง ค่าล่วงเวลาและค่าทำงานในวันหยุดให้ลูกจ้างเท่าเทียมกัน
      • ประกาศกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ให้ใช้บังคับแก่นายจ้างและลูกจ้างไม่ว่านายจ้างและลูกจ้างนั้นจะมีสัญชาติ ศาสนาหรือเพศใด

 

  • การคุ้มครองลูกจ้างหญิงมีครรภ์

 

      • งานที่ห้ามนายจ้างให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ทำ
        • งานเกี่ยวกับเครื่องยนต์มี่มีความสั่นสะเทือน
        • งานที่ขับเคลื่อนหรือติดไปกับยานพาหนะ
        • งานยก แบก หาม ทูน ลากหรือเข็นของหนักเกิน 15 กิโลกรัม
        • งานที่ทำในเรือ
        • การทำงานล่วงเวลา 22.00 – 06.00 น.
        • การทำงานล่วงเวลา
        • การทำงานในวันหยุด
        •  ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ที่ทำงานในตำแหน่งผู้บริหาร งานวิชาการ งานธุรการ งานการเงินหรือบัญชี ทำงานล่วงเวลาในวันทำงานได้ โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง

 

  • สิทธิการลาคลอดและการทำหมัน

 

    • ครรภ์หนึ่งไม่เกิน 90 วัน 
      • โดยให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างซึ่งลาคลอดเท่ากับค่าจ้างในวันทำงาน
      • ตลอดระยะเวลาที่ลา แต่ไม่เกิน 45 วัน
      • ถ้ามีใบรับรองแพทย์แสดงว่าไม่อาจทำงานในหน้าที่เดิมต่อไปได้ ลูกจ้างมีสิทธิขอให้นายจ้างพิจารณาเปลี่ยนงานที่เหมาะสมให้แก่ลูกจ้างเป็นการชั่วคราวก่อนหรือหลังคลอดได้
      • มีสิทธิลาเพื่อทำหมันได้ตามระยะเวลาที่แพทย์แผนปัจจุบันชั้นหนึ่งกำหนดและออกใบรับรองโดยได้รับค่าจ้าง

 

  • งานที่อาจให้ลูกจ้างหญิงมีครรภ์ทำงานล่วงเวลาได้

 

      • ตำแหน่งผู้บริหาร งานวิชาการ งานธุรการ รวมทั้งงานเกี่ยวกับการเงินหรือบัญชี 
      • ทำงานล่วงเวลาในวันทำงานได้เท่าที่ไม่มีผลกระทบต่อสุขภาพของลูกจ้าง 
      • โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้างเป็นคราวๆ ไป

 

  • การคุ้มครองกรณีการล่วงเกินทางเพศ

 

    • ห้ามมิให้นายจ้าง หัวหน้างาน ผู้คุมคนงาน หรือตรวจงาน กระทำการล่วงเกิน คุกคาม หรือก่อความเดือนร้อนรำคาญทางเพศต่อลูกจ้าง

thaihealth_c_abghmps34578

แนวทาง ข้อเสนอ และทางออก ของภาคประชาสังคม

การใช้ความรุนแรงในครอบครัว 

  • เช่น การทำร้ายร่างกาย ข่มขืนจากคนในครอบครัวและนอกครอบครัว 
  • ประชาชนมักไม่ทราบว่าเมื่อเกิดความ รุนแรงในครอบครัวจะต้องทําอยางไร จะต้องให้ความรู้ 
    • เช่น การรับรู้เรื่อง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทําความรุนแรงในครอบครัว

ความเสมอภาคทางเพศและสิทธิสตรี

  • อยากให้ทางภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามารณรงค์และช่วยเหลือสตรีอย่างจริงจังและยั่งยืน
  • ให้มีกฎหมายที่เคร่งครัดและคุ้มครองผู้หญิงได้ดีกวานี้
  • การพัฒนาคุณภาพชีวิตสตรี ผู้หญิงต้องได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ในทุกเรื่องโดยเฉพาะบทบาทการบริหารจัดการชุมชนเพราะทุกการตัดสินใจ ผู้หญิงก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
  • นโยบายรัฐดี แต่การปฏิบัติยังไม่จริงจัง ต้องมีงบประมาณรองรับ มีการสนับสนุน เพียงพอ
  • ผู้หญิงยังไม่รู้บทบาทและสิทธิ์ของตัวเอง ยังติดในความเชื่อที่ผู้หญิงไม่เท่ากับผู้ชาย 
  • งบประมาณภาครัฐยังไม่เพียงพอ และก็ไม่มีความตื่นตัว ทํางานไปแบบขาดแรงกระตุ้น 
  • ผู้หญิงที่มีครอบครัว มีลูกแล้ว เมื่อถูกผลักภาระให้กลายเป็นผู้ดูแลลูกแต่ฝ่ายเดียว ต้องสูญเสียสังคม อาชีพ การงานของตัวเอง เมื่อวันที่ผู้ชายไม่รับผิดชอบอีกต่อไป ผู้หญิงก็ขาดความสามารถที่รับผิดชอบตัวเองกลายเป็นผู้ต้องพึ่งพิง
  • ผู้หญิงที่มีครอบครัวมีภาระที่ต้องรับผิดชอบมากเกินไป ทั้งเรื่องในครอบครัวและการทํางาน ทําให้ขาดโอกาสในการพัฒนาตนเอง
  • สังคมพูดถึงความเท่าเทียมระหว่างหญิงชายซึ่งเป็นในทางอุดมคติ แต่ในทางปฏิบัติยัง เต็มไปด้วยอคติทางเพศ มองปัญหาต่างๆ ว่ามีต้นเหตุจากตัวผู้หญิง  
  • สังคมระดับล่าง ยังมีความไม่เท่าเทียมระหว่างชายหญิง มากกว่าสังคมระดับกลางขึ้น ไป เพราะสังคมระดับล่าง ผู้ชายมักเป็นผู้หารายได้เป็นหลัก ผู้หญิงเป็นผู้พึ่งพิง จึงรู้สึกมีอํานาจมากกว่า 

ภาพรวมปัจจุบัน

ข้อเสนอในปฏิญญาและแผนปฏิบัติการปักกิ่ง 

จากการประชุมระดับโลกว่าด้วยเรื่องสตรีครั้งที่4(4-15 กันยายน 2538)ระบุประเด็นปัญหาของสตรีที่เป็นอุปสรรคต่อความเสมอภาคระหว่างหญิงชาย และการเสริมพลังให้สตรี 12 ประเด็นปัญหา ได้แก่

1.ความยากจน 

2.การศึกษาและการฝึกอบรมสตรี 

3.สุขภาพ 

4.ความรุนแรงต่อสตรี 

5.ความขัดแย้งที่มีการใช้อาวุธ 

6.เศรษฐกิจ 

7.อำนาจและการตัดสินใจ 

8.กลไกเชิงสถาบันเพื่อความก้าวหน้าของสตรี 

9.สิทธิมนุษยชนของสตรี 

10.สตรีกับสื่อมวลชน 

11.สตรีกับสิ่งแวดล้อม

12.เด็กผู้หญิง

กองทุนบทบาทสตรี

  • ในยุค คสช. ถูกย้ายกองทุนไปอยู่กระทรวงมหาดไทย 
  • ข้าราชการครอบงำการบริหารจัดการกองทุน

สตรีในยุค คสช.ถูกลิดรอนสิทธิความเสมอภาคทางเพศ

  • สตช.รับสมัครพนักงานสอบสวนชายเท่านั้น 
  • ยกเลิกนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิง

ยุทธศาสตร์การพัฒนาสตรี พ.ศ. 2560 – 2564

  • วิสัยทัศน์ “สร้างสังคมเสมอภาค ปราศจากการเลือกปฏิบัติ สตรีมีคุณภาพชีวิตที่ดี มั่นคงปลอดภัย ร่วมสร้างชาติ นำสมัย”
  • 5 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ 
    • (1) ปรับเปลี่ยนเจตคติของสังคมในประเด็น ความเท่าเทียมกันระหว่างหญิงชาย 
    • (2) เสริมพลัง เพิ่มบทบาทการมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาสังคม และคุณภาพชีวิตแก่สตรีทุกกลุ่มและทุกระดับ 
    • (3) พัฒนาเงื่อนไขและปัจจัยที่เอื้อต่อการพัฒนาสตรี ที่มีประสิทธิผลและเสมอภาค 
    • (4) กำหนดมาตรการเฝ้าระวัง ขจัดปัจจัยเสี่ยง ป้องกัน คุ้มครอง ช่วยเหลือและเยียวยา (5) สร้างความเข้มแข็งของกลไกและกระบวนการพัฒนาสตรีซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของยุทธศาสตร์ชาติระยะ20ปี(พ.ศ.2560-2579)และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่12(พ.ศ.2560-2564)

นโยบายพรรคต่างๆในไทยเกี่ยวกับสตรี 

พรรคเพื่อไทย 

  • “เกิดอย่างมีคุณภาพ อยู่อย่างมีความสุข ทุกวัยมีคุณค่า ลาจากอย่างมีศักดิ์ศรี”
  • โรงเรียนพ่อแม่ : เตรียมความพร้อมก่อนสมรส การดูแลกัน  การเลี้ยงลูก
  • สร้าง “ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน” ให้ทันสมัย 
  •  ฝึกอบรม ลดค่านิยมใช้ความรุนแรงในครอบครัว
  • กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีแห่งชาติ บัญญัติเป็นกฎหมายอย่างถาวร เพิ่มงบประมาณ 
  • ส่งเสริมสตรีให้เป็นผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น

พรรคอนาคตใหม่ 

  • มีนโยบายพัฒนาสวัสดิการที่รองรับการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ให้กับคนทุกคนอย่างถ้วนหน้า

พรรคชาติไทยพัฒนา 

  • มีนโยบายสร้างสวัสดิภาพเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส
  • สนับสนุนการจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียนและศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

สรุปข้อเสนอรูปธรรมจากการประมวลข้อมูล

    • รัฐบาลเอาจริงกับการรณรงค์ให้คนในสังคมหันมาให้ความสำคัญกับสิทธิสตรี ในการเปลี่ยนทัศนคติ โดยเฉพาะปัญหาความรุนแรงและความไม่เสมอภาคทางเพศ ผ่านหน่วยงาน เช่นกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี,โรงเรียนพ่อแม่(ยังไม่มี),ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน,องค์การท้องถิ่น 
    • นำเสนอกฎหมายเกี่ยวกับสิทธิสตรีที่มีอยู่แล้วให้ประชาชนรับทราบโดยทั่วกัน และปฏิบัติได้จริง ผ่านโซเชียลมีเดีย 

 

  • เอาจริงกับนายจ้างที่ให้ค่าแรงไม่เท่าเทียมกับชาย และไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ผ่านหน่วยงานตรวจสอบนายจ้าย

 

      • ปัญหาค่าแรงขั้นต่ำไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ยังคงเป็นปัญหาโครงสร้าง ทั้งชายหญิง เพราะเมื่อค่าแรงไม่เพียงพอ ทำให้ต้องทำโอเวอร์ไทม์ ทำให้ไม่มีเวลาพักผ่อน ดูแลครอบครัว สุขภาพ ฯลฯ และผู้หญิงมักถูกตัดออกจากการทำโอเวอร์ไทม์ ทำให้ปัญหารายได้ไม่เพียงพอยังคงเป็นปัญหากลับมาที่ครอบครัวเช่นเดิม 
      • ในแรงงานที่มีการศึกษา รายได้ของสตรีต่ำกว่าผู้ชายในวุฒิการศึกษาเดียวกันถึง 28% หรือเฉลี่ยถึง 5,000 บาท 
    • ส่งเสริมสตรีให้เป็นผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น ธนาคาร,SME,ฯลฯ
    • ส่งเสริมให้สตรีอยู่ในฝ่ายบริหารมากขึ้น 

 

  • สนับสนุนบุตรของแรงงานหญิงผ่านเงินอุดหนุน ช่วยเหลือ ตามวัยของบุตร
  •  เช่น แรกเกิด-3 ปี ได้รับเงิน….บาท 
  • 3-7 ปี ได้เงินอุดหนุน….บาท
  • จนจบมหาวิทยาลัย 
  • ที่ควรจะเป็นคือ เส้นความยากจน ประมาณ 2,900 บาทต่อคน(เพราะถือว่าบุตรสร้างรายได้ไม่ได้) ถือว่าลดภาระเยอมาก เพราะ สตรี 1 คน ต้องดูแลคนเฉลี่ย 2 คน เช่น แม่ของตนเอง,ลูก,สามี,

 

    • ห้ กองทุนบทบาทสตรี เป็นกฎหมายถาวร 

 

  • เป็นหน่วยงานหลักในการรณรงค์ลดใช้ความรุนแรงกับสตรี 
  • และดูแลภาพรวมของสตรีไทย 
  • เป็นหน่วยงานอิสระ ไม่อยู่ภายใต้ข้าราชการ(ครอบงำ) คล้าย สสส. 

 

    • สนับสนุนศูนย์เลี้ยงเด็กที่มีคุณภาพ 
    • ลดอัตราดอกเบี้ยบ้าน ที่อยู่อาศัย เหลือ 1-2%  เพราะเราจะพบว่าอัตราดอกเบี้ยบ้านอยู่ที่ 7-10% ทำให้แรงงานสตรี ยากที่จะมีบ้านเป็นของตนเอง 
    •  สนับสนุน NGO (ซึ่งทำเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว) รณรงค์ เรียกร้อง 

 

  • ปัจจุบัน แรงงานไทย ถูกผลักให้ไปเป็น outsource มากขึ้น ทำให้สถานะในการเรียกร้องสวัสดิการในบริษัทแทบไมมี นอกจากนั้น ยังได้ค่าแรงที่ลดลงไปจากเดิมถึง 20-30% เพราะถูกหักให้บริษัทนายหน้า ซึ่งเพศหญิงอยู่ในกลุ่มนี้มากเช่นเดียวกัน 

 

  • กองทุนประกันสังคม ยังเป็นหน่วยงานที่ดูแลสุขภาพและสวัสดิการแรงงานหญิงเป็นหลัก แต่ผลตอบแทนที่ได้กลับมาจากกองทุนนี้ยังไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพและการดูแลสุขภาพที่ดีเพียงพอ 
  • เพิ่มลาคลอดจาก 3 เดือน เป็น 6 เดือน โดยได้รับเงินเดือน และให้สิทธิสามีลาคลอดเพื่อมาช่วยเลี้ยงดูบุตรได้ เป็นเวลา 3 เดือน 

อ้างอิง

ผศ.สมิทธิ์ บุญชุติมา คณะนิเทศศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการวิจัย,ที่มา https://www.posttoday.com/pr/561662

การประชุม World Economic Forum (WEF) 2015 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์,https://www.thaiquote.org/content/27448

บทความ “3 ทศวรรษของการเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงานไทย”ของ ดร.วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ ที่ปรึกษา ด้านหลักประกันทางสังคม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ),https://www.thaiquote.org/content/27448

http://www.thapra.lib.su.ac.th/objects/thesis/fulltext/snamcn/Prang_Yodket/fulltext.pdf

การใช้แรงงานหญิง,https://www.labour.go.th/th/index.php?option=com_content&view=article&id=60:2011-06-02-03-47-12&catid=44:employercategory&Itemid=94

Share.

About Author

Comments are closed.