เอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครอง: โดนพรรคไล่ออก กับลาออกเอง ค่าไม่เท่ากัน 

0

เป็นประเด็นอย่างมาก สำหรับนางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ โหวตสวนมติพรรคในการลงมติ รับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2563 วาระแรก กับการรับหลักการ พ.ร.ก.โอนโอนอัตรากำลังพลและงบประมาณบางส่วนของกองทัพบก กองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ไปเป็นของหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ซึ่งเป็นส่วนราชการในพระองค์ พ.ศ.2562 

กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ ที่มาภาพ พรรคอนาคตใหม่

กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ ที่มาภาพ พรรคอนาคตใหม่

แน่นอนว่าการโหวตส่วนมติพรรคเป็นเรื่องที่ทำได้ในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2560 ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อครั้งโหวตตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ได้โหวตส่วนมติพรรคโดยการงดออกเสียงเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ 

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โหวตส่วนมติพรรค ที่มาภาพ ครอบครัวข่าว 3

สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โหวตส่วนมติพรรค ที่มาภาพ ครอบครัวข่าว 3

โดยส่วนตัวแอดมิน มองว่าการโหวตสวนมติพรรคถือเป็นเรื่องที่ทำได้ เมื่อมีเหตุผลเพียงพอ เพราะในต่างประเทศก็เป็นเรื่องที่ทำกันเป็นปกติ และเป็นความสง่างามของระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นและเป็นเอกสิทธิ์ ส.ส. ที่สามารถตัดสินใจด้วยตนเอง 

แต่เป็นเรื่องยากที่จะรับได้สำหรับประชาชนที่เลือก ส.ส.กวินนาถ เข้าไปทำหน้าที่ในสภาของพรรคอนาคตใหม่ ที่มีเป้าประสงค์หลักในการคัดค้านการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลประยุทธ์ แต่กลับโหวตให้กับรัฐบาลประยุทธ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องตอบกับสังคม โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ให้ได้ แม้ว่า ส.ส.กวินนาถ จะให้เหตุผลว่า ต้องการให้รัฐบาลช่วยประชาชนในพื้นที่ ก็คงฟังไม่ขึ้นสำหรับประชาชน โดยเฉพาะคนที่เลือกพรรคอนาคตใหม่ 

ผลที่ตามมีคือ พรรคอนาคตใหม่จะดำเนินการอย่างไร กับ ส.ส.คนดังกล่าว หากปล่อยไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คงถูกประชาชนวิจารณ์ในวงกว้าง แต่หากดเนินการถอดถอนออกจากพรรค ส.ส.คนดังกล่าวก็สามารถหาพรรคใหม่ได้ ไม่สิ้นสุดความเป็น ส.ส. ยกเว้นกดดันให้ ส.ส.ลาออกเอง เพื่อให้มีการเลือกตั้งในเขตนั้นใหม่ ก็ล้วนเป็นเรื่องที่พรรคอนาคตใหม่ต้องจัดการ 

เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวสั่งแขวนกวินนาถ จนกว่าพรรคจะมีมติต่อไป ที่มาภาพ มติชน

เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงข่าวสั่งแขวนกวินนาถ จนกว่าพรรคจะมีมติต่อไป ที่มาภาพ มติชน

โดยในกฎหมายมาตรา 101 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ระบุถึงสมาชิกภาพของ ส.ส.สิ้นสุดเมื่อใด ข้อ 8 ระบุว่า ลาออกจากพรรคการเมืองที่ตนเองเป็นสมาชิก และข้อ 9 ระบุว่า พ้นจากการเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองที่ตนเป็นสมาชิก ตามมติของพรรคการเมืองนั้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3ใน 4 ของที่ประชุมร่วมของคณะกรรมการบริหารของพรรคการเมืองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่สังกัดพรรคการเมืองนั้น ในกรณีเช่นนี้ ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นมิได้เข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พรรคการเมืองมีมติ ให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่วันที่พ้นสามสิบวันดังกล่าว

ซึ่งในรัฐธรรมนูญ 2560 แตกต่างกับรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ระบุในข้อ 7 ว่าสมาชิกภาพจะสิ้นสุด เมื่อลาออกจากพรรคการเมืองที่ตนเป็นสมาชิก หรือพรรคการเมือง ที่ตนเป็นสมาชิกมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของที่ประชุม ร่วมของคณะกรรมการบริหารของพรรคการเมืองและสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่สังกัดพรรคการเมืองนั้น ให้พ้นจากการเป็นสมาชิกของพรรค การเมืองที่ตนเป็นสมาชิก ในกรณีเช่นนี้ให้ถือว่าสิ้นสุดสมาชิกภาพนับแต่ วันที่ลาออกหรือพรรคการเมืองมีมติเว้นแต่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้น ได้อุทธรณ์ต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พรรคการเมือง มีมติ คัดค้านว่ามติดังกล่าวมีลักษณะตามมาตรา ๖๕ วรรคสาม ถ้าศาล รัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามติดังกล่าวมิได้มีลักษณะตามมาตรา ๖๕ วรรคสาม ให้ถือว่าสมาชิกภาพสิ้นสุดลงนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแต่ถ้า ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามติดังกล่าวมีลักษณะตามมาตรา ๖๕ วรรคสาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้นั้นอาจเข้าเป็นสมาชิกของพรรคการเมืองอื่นได้ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

 

อ้างอิง 

https://library2.parliament.go.th/giventake/content_cons57/constitution-comp3cons.pdf

https://library2.parliament.go.th/ejournal/content_af/2561/mar2561-2.pdf

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/people/news_2597246

https://www.matichon.co.th/politics/news_1719400

 

Share.

About Author

Comments are closed.