“สมาชิกรัฐสภาอาเซียน” แสดงความผิดหวังต่อคําตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ให้ธนาธร พ้น ส.ส.

0

สมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (ASEAN Parliamentarians for Human Rights: APHR) ได้ออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังต่อคําตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ที่เพิกถอนสถานะความเป็น ส.ส.ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และเรียกร้องให้รัฐบาลทหารหยุดนํากฎหมายมาเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้ง สมาชิกพรรคฝ่ายค้านและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย

สมาชิกรัฐสภาอาเซียน ที่มาภาพ เฟสบุ๊คเพจสมาชิกรัฐสภาอาเซียน

สมาชิกรัฐสภาอาเซียน ที่มาภาพ เฟสบุ๊คเพจสมาชิกรัฐสภาอาเซียน

จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัย ให้นายธนาธร สิ้นสมาชิกภาพความเป็นส.ส. นับตั้งแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว คือ วันที่ 23 พ.ค. 2562 เมื่อสมาชิกภาพของผู้ถูกร้องสิ้นสุดลง ทำให้ ส.ส.บัญชีรายชื่อว่างลง ตั้งแต่ 20 พฤศจิกายน 2562

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่มาภาพ พรรคอนาคตใหม่

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่มาภาพ พรรคอนาคตใหม่

โดยเนื้อความในแถลงการณ์มีเนื้อความดังนี้

20 พ.ย. 2562 จาก จาการ์ตา อินโดนีเซีย สมาชิกรัฐสภาอาเซียนแสดงความผิดหวังต่อคําตัดสินของศาลในวันนี้ซึ่งเพิก ถอนสถานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน และเรียกร้องให้หยุดนํา กฎหมายมาเป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งสมาชิกพรรคฝ่ายค้านและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย

ธนาธร หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ถูกตัดสินว่ามีความผิดตามมาตรา 98(3) ตามรัฐธรรมนูญ ในข้อหามีหุ้นสื่อ ขณะที่ลงสมัครเลือกตั้งในเดือนมีนาคม ในวันที่ 23 พ.ค. ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ ธนาธร หยุดพักการ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสมาชิกรัฐสภาระหว่างการพิจารณาคดี แต่ตอนนี้สถานะการเป็นสมาชิกรัฐสภาของเขาถูกเพิก ถอน ธนาธร กล่าวว่าเขาขายหุ้นสื่อไปเมื่อเดือนมกราคม 2562

“การตัดสินในวันนี้เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า ถึงแม้จะมีการเลือกตั้งในปีนี้ ผู้มีอํานาจของไทยก็ยังไม่พร้อมจะมี ประชาธิปไตยที่โปร่งใสและเป็นอิสระ” Charles Santiago สมาชิกรัฐสภามาเลเซียและประธานกลุ่มสมาชิก รัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (APHR) กล่าว

“คดีนี้ควรได้รับการพิจารณาจากบริบทที่กว้างกว่า ที่สมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้านและพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พรรคอนาคตใหม่ ถูกเลือกปฏิบัติโดยสถาบันที่ว่ากันว่าเป็นอิสระ สัญญาณทุกอย่างบ่งชี้ว่านี่คือความพยายามของ หลายฝ่ายในการปิดปากพรรคการเมืองที่สั่นคลอนสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากพรรคพยายามจะ แก้ไขรัฐธรรมนูญ

พรรคอนาคตใหม่ชนะการเลือกตั้งมาเป็นลําดับที่สามในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา และได้ที่ นั่ง 80 ที่ในรัฐสภา ในฐานะฝ่ายค้าน พรรคได้ตั้งคําถามอย่างสม่ําเสมอต่อบทบาทของทหารในการเมืองไทย ตั้งแต่นั้นมาผู้มีอํานาจก็ใช้กฎหมายกลั่นแกล้งพรรคและสมาชิกพรรค

ณ ปัจจุบัน สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ถูกฟ้องกว่า 27 คดี ซึ่งรวมถึงคดีที่ฟ้องพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค และ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการของพรรค คดีที่อยู่ระหว่างการฟ้องเหล่านี้รวมถึงคดีหมิ่นศาล ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และข้อหายุยงปลุกปั้น หนึ่งในคดีเหล่านี้อาจนําไปสู่การยุบพรรคได้

คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาก็เป็นเหตุมาจากคําร้องของคณะกรรมการเลือกตั้งซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ต่อการจัดการการเลือกตั้งในเดือนมีนาคม องค์กรภาคประชาสังคมก็ตั้งคําถามกับความเป็นอิสระของศาล รัฐธรรมนูญเช่นกัน เพราะมีคําสั่งคสช.ซึ่งขยายเวลาการดํารงตําแหน่งของผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ การตัดสิน ของศาลรัฐธรรมนูญเองก็ถูกมองว่าลําเอียงต่อทหารและพันธมิตรของทหาร ซึ่งรวมถึงข้อเท็จจริงที่เมื่อพรรคอนาคตใหม่ยื่นคําร้องต่อสมาชิกรัฐสภาคนอื่นๆ 41 คน ซึ่งต่างมีหุ้นในสื่อ กลับไม่มีสมาชิกรัฐภาคนใดถูกสั่งพัก การปฏิบัติหน้าที่

APHR กล่าวว่า ถึงแม้ว่าจะมีการกล่าวอ้างว่าการปกครองของรัฐบาลทหารได้สิ้นสุดไปแล้ว คดีความจํานวนมาก ที่ดําเนินต่อสมาชิกฝ่ายค้านแสดงให้เห็นว่ายังคงมีการจํากัดเสรีภาพในการแสดงออกและความไม่อดทนอดกลั้น ต่อเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อรัฐบาลและอิทธิพลของทหาร

“ภายใต้การแสดงตนว่าเป็นประชาธิปไตย ระบอบการปกครองซึ่งกดขี่ของไทยยังคงโจมตีสมาชิกฝ่ายค้านด้วยคดี ความเป็นที่ชัดเจนว่าพรรคอนาคตใหม่ตกเป็นเป้าเพราะผลเลือกตั้งที่น่าตกใจของพรรคและการต่อต้านทหารซึ่ง มีอํานาจ การริบที่นั่งในสภาของหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่คือการริบเสียงของผู้ที่ไปเลือกตั้ง การโจมตีพรรคฝ่าย ค้านพรรคใดก็ตามคือการโจมตีโดยตรงต่อเสรีภาพในการพูดและประชาธิปไตย” Eva Sundari อดีตสมาชิก รัฐสภาอินโดนีเซียและสมาชิก APHR กล่าว

ในเดือนสิงหาคม APHR ออกข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลไทย เรียกร้องให้ผู้มีอํานาจฟื้นคืนประชาธิปไตยและเคารพ เสรีภาพขั้นพื้นฐาน

APHR กังวลว่าการตัดสินในวันนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนของแนวโน้มและความเป็นไปที่น่ากังวลในระดับภูมิภาคที่ ผู้มีอํานาจพยายามปิดปากสมาชิกพรรคฝ่ายค้านโดยใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือและใช้ตอบโต้ในรูปแบบต่างๆ และ วันนี้ยังเป็นวันครบรอบ 1000 วันที่สมาชิกวุฒิสภา Leila de Lima ถูกกักตัว

“ข้อหาต่อสมาชิกวุฒิสภา Leila de Lima เป็นข้อหาที่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมืองและเป็นผลมาจากการ ทํางานของเธอในการหยุดสงครามต้านยาเสพติดอันกระหายเลือดของ Duterte ข้อหาทุกอย่างควรถูกยกฟ้อง เธอต้องได้รับการปล่อยตัวทันทีและต้องได้รับอนุญาติให้ทําหน้าที่ในฐานะวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งในสภา ของชาติ” Mu Sochua อดีตสมาชิกรัฐสภากัมพูชาและสมาชิก APHR กล่าว

“สมาชิกรัฐสภากําลังถูกไล่ล่าและจําคุกเพียงเพราะทํางานเพื่อตรวจสอบและถ่วงดุลอํานาจบริหาร และนี่เป็น ภยันตรายต่อทุกคน ในฐานะสมาชิกรัฐสภาด้วยกัน เราจะดําเนินการสนับสนุนในทุกระดับต่อไป เพื่อให้แน่ใจว่า เพื่อนร่วมงานของเราในระดับภูมิภาคสามารถทํางานโดยปราศจากความกลัวและการถูกโต้กลับ”

 

 

 

อ้างอิง

https://aseanmp.org/wp-content/uploads/2019/11/201119APHRStatementThai-1.pdf?fbclid=IwAR2RvmlRh6oeBjXqhTmvZDFtawqz2OmpyHIsMaNJ6VJX8hWh343AAqX-3Sw 

Share.

About Author

Comments are closed.