ไปกันใหญ่!!! ประวิตร ห่วงน้ำแล้ง ให้ชาวนางดทำนา

0

 

20 ธ.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ครั้งที่ 3/2562 ณ ทำเนียบรัฐบาล

5cc116b50fb8d

โดยพล.อ.ประวิตร สัมภาษณ์ระบุว่า “ปีนี้เป็นปีที่น้ำแล้งมากกว่าปกติ ก็ต้องเตรียมการนำน้ำใต้ดินและน้ำบนดิน ต้องมีน้ำใช้อย่างอย่างเพียงพอในการอุปโภคและบริโภค ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ ในส่วนของน้ำใต้ดินได้ทำการเจาะน้ำบาดาลเพิ่มประมาณ 500 บ่อทั่วประเทศในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ”

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ยังฝากไปถึงประชาชนขอให้ช่วยกันประหยัดน้ำ ขณะที่การทำนาปรังขอให้เกษตรกรอย่าเพิ่งทำนาปรัง เพราะเราไม่มีน้ำแล้วจะทำนาปรังได้อย่างไร และขอให้ปลูกพืชน้ำน้อยดีกว่า แต่ต้องดูว่ากรมชลประทานมีน้ำสำหรับการเพาะปลูกหรือไม่ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ได้ดำเนินการอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อเป็นการจูงใจแก่พี่น้องชาวเกษตรกรไปแล้ว”

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มาภาพ แนวหน้า

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่มาภาพ แนวหน้า

สำหรับการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ที่ประชุม มีมติเห็นชอบ 4 เรื่อง คือ 

 1.แผนปฏิบัติการภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ของ 2 หน่วยงาน คือ แผนปฏิบัติการด้านการจัดการน้ำเสียชุมชนระยะ 20 ปี ขององค์การจัดการน้ำเสียโดยมีแผนปฏิบัติการปี 2564-2580 ที่ส่งเสริมให้มีการจัดสร้างระบบรวบรวมและบำบัดน้ำเสียชมชนในเขตพื้นที่เทศบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ รวมระบบบำบัดน้ำเสียที่จะก่อสร้าง 780 แห่ง สามารถบำบัดน้ำเสียได้ 1.70 ล้าน ลบ.ม./วัน และโครงการเพื่อการพัฒนาปี 2562และปี 2563 ของการประปาส่วนภูมิภาคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการผลิต ระบบส่งน้ำ และระบบจ่ายน้ำประปาในพื้นที่ประสบปัญหา ให้สามารถบริการน้ำประปาแก่ประชาชนได้เพิ่มขึ้นอีก 10 ปีข้างหน้าอย่างพอเพียง รวม 14 โครงการ สามารถเพิ่มกำลังผลิตอีก 513,960 ลบ.ม./วัน และสามารถให้บริการผู้ใช้น้ำเพิ่มอีก 453,583 ราย

  1. แผนงานโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญ 3 โครงการ โดยมี โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและการจัดการทรัพยากรน้ำรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (ปี2563-2580) โดยสทนช.ได้ศึกษาทบทวนความเพียงพอของการพัฒนาและจัดทำแผนหลักเพื่อรองรับการพัฒนาในระยะ 10 ปีและ 20 ปี พบว่าความต้องการใช้น้ำจะเพิ่มขึ้นจากปี 2560-2580 รวม 670 ล้าน ลบ.ม./ปี โดยในแผนการดำเนินการประกอบด้วย แผนงานพัฒนาแหล่งน้ำต้นทุน ปี 2563-2570 รวม 38 โครงการ เพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้ 872.19 ล้าน ลบ.ม. แผนการบริหารจัดการด้านความต้องการใช้น้ำปี 2563-2580 จำนวน 9 โครงการ/มาตรการ แผนการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยปี 2563-2580 จำนวน 25 โครงการ แผนการจัดการคุณภาพน้ำปี 2563-2580 จำนวน 33โครงการ และมาตรการอื่นๆเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำปี 2563-2580 จำนวน 3 โครงการ แผนหลักการพัฒนาหนองหาร จ.สกลนคร มีหน่วยงานรับผิดชอบ 12 หน่วยงาน รวม 65 โครงการครอบคลุมการพัฒนา 10 ปี (พ.ศ. 2563-2572) กรอบวงเงิน 7,445 ล้านบาท มีแผนงานระยะเร่งด่วนปี 63-65 จำนวน 34โครงการ กรอบวงเงิน 1,842 ล้านบาท และเรื่องที่ 3 พิจารณากรอบแนวทางเพื่อการกำหนดหลักเกณฑ์การใช้สอยทรัพยากรน้ำสาธารณะของหน่วยงานรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเรื่องที่ 4 ร่างคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด

ด้าน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ได้แสดงความห่วงใยสถานการณ์ภัยแล้งปี 2562/2563 พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดในการเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบและปฏิบัติตามแผนบริหารจัดการน้ำอย่างเคร่งครัด ซึ่ง สทนช.ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องในการเฝ้าติดตามและวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง ทั้งนี้จากข้อมูลสถานการณ์น้ำวันที่ 18 ธ.ค. คาดการณ์ว่ามีพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค 43 จังหวัด ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดเตรียมมาตรการแก้ไขปัญหาไว้พร้อมแล้ว ได้จัดหาแหล่งน้ำสำรองและขุดเจาะบ่อบาดาล 61 สาขา 31 จังหวัด และจัดหาแหล่งน้ำสำรองสำหรับประปาหมู่บ้านนอกเขต กปภ.ขุดเจาะบ่อบาดาล 524 แห่ง 32 จังหวัด

นางนฤมล กล่าวว่า สำหรับพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำด้านการเกษตรนอกเขตชลประทานที่คาดว่าจะมีพื้นที่เสี่ยงรุนแรงกว่า 30 จังหวัด 0.37 ล้านไร่ กรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเตรียมแผนรับมือโดยเร่งจัดหาแหล่งน้ำสนับสนุน ทั้งการขุดบ่อบาดาลและหาแหล่งน้ำผิวดินเพื่อลดความรุนแรงของไม้ผลที่อาจยืนต้นตายได้ นอกจากนี้ยังเตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรเครื่องมือทั้งประเทศรวม 4,192 เครื่อง และจัดเจ้าหน้าที่พร้อมให้การช่วยเหลือได้ทันทีที่ประชาชนร้องขอ ส่วนสถานการณ์แม่น้ำโขงที่ลดลงเตรียมเสนอขอความร่วมมือจากสาธารณรัฐประชาชนจีนในการขอน้ำเพิ่มในฤดูแล้งเป็นกรณีพิเศษ และให้วางมาตรการแม่น้ำโขงให้ชัดเจนเพื่อการบริหารจัดการน้ำในอนาคตด้วย โดยขอความร่วมมือเกษตรกรและประชาชนช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดเพื่อมีน้ำใช้อย่างพอเพียงตลอดช่วงแล้งนี้

 

อ้างอิง

https://siamrath.co.th/n/122295

https://www.matichon.co.th/politics/news_1828965 

 

Share.

About Author

Comments are closed.