“ประยุทธ์” ชี้ ต้นเหตุฝุ่น P.M.2.5 มากจากประชาชน 

0

 

ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือที่ประชาชนมักเรียกว่า “ฝุ่น P.M.2.5”  กำลังเป็นปัญหาใหญ่กระทบประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯและหลายพื้นที่จังหวังที่เป็นเมืองที่มีจราจรหนาแน่นและเป็นเมืองอุตสาหกรรม 

68B170C056D84E1B9E240600C236713D

ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นในไทยเท่านั้น แต่เคยเกิดขึ้นในประเทศต่างๆไม่ว่าจะเป็นอังกฤษ ญี่ปุ่น สหรัฐฯ ล้วนเคยมีปัญหาฝุ่นเช่นเดียวกัน แต่รัฐบาลแต่ละประเทศมีวิธีบริหารจัดการที่แตกต่างกันไป จนทำให้มลพิษฝุ่นลดจางหายไป 

 

แต่สำหรับประเทศไทย ปัญหานี้กลับไม่ได้รับการแก้ปัญหาเท่าที่ควร แต่เป็นการบายเบี่ยงของรัฐบาลและหน่วยงานราชการที่จะจัดการปัญหาอย่างจริงจัง 

Prayuth Chan-Ocha, Thailand's prime minister, gestures during an interview in London, U.K., on Thursday, Jun. 21, 2018. Thailand wants to reach a trade agreement with the UK after the latter leaves the European Union, Chan-Ocha's delegation told PM Theresa May, according to Kobsak Pootrakool, minister attached to the Thai PM's office. Photographer: Simon Dawson/Bloomberg via Getty Images

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้นเหตุฝุ่นพิษมาจากประชาชน โดยเป็นการกล่าวถึงปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือพีเอ็ม 2.5 ว่า 

 

“วันนี้ปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ว่า ที่จ.นราธิวาส คงไม่ใช่ปัญหา และต้องยอมรับว่าปัญหาหลายอย่างเกิดจากประชาชน แต่เราจะโทษประชาชนไม่ได้ เพียงแต่ต้องอาศัยความร่วมมือ อีกทั้งกฎหมายก็มีอยู่ แต่จะให้ไปดำเนินคดีทั้งหมดคงไม่ได้ เพราะจะสร้างความเดือดร้อนเพียง แต่อยากขอความร่วมมือให้ช่วยกับรัฐบาล โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการเผาวัชชพืช ต้องมาช่วยกันคิดว่าจะทำอย่างไรเราต้องเผาให้น้อยลงหรือไม่เผาเลย”

ค่าฝุ่น

“หลายคนที่ได้รับความเดือดร้อน ก็บอกว่าให้ไปจับคนที่เผาเหล่านี้มาเลย ปัญหาแบบนี้มีสองฝ่ายเสมอ สำหรับปัญหา พีเอ็ม 2.5 ในวันนี้ เกิดจากจราจรประมาณ 72 % เรื่องเผาวัชพืชประมาณ 15 % อุตสาหกรรม 5 % ที่เหลือเป็นอื่นๆ จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ ต้องหายใจออกมาให้ได้ ทั้งหมดมีปัญหาขนาดของฝุ่น 2.5 ขนาดเล็ก มันมีผลต่อผู้อายุน้อยๆ เด็ก ทารก คนมีครรภ์ คนชรา คนที่มีโรคประจำตัว นอกนั้นแข็งแรงพอสู้ไหว อย่างผมนี่พอไหว ถ้าใครรู้ว่าเสี่ยงก็ปิดจมูก ใส่หน้ากากไป ถ้าคิดว่าตัวเองไม่ปลอดภัย”

 

“ทั้งหมดเป็นการแก้ปัญหาเชิงบูรณาการที่มาจากหลายงานด้วยกัน ที่ทำให้เกิดปัญหา ทุกเรื่องมีปัญหาอย่างนี้หมด ทั้งปัญหาน้ำท่วมฝนแล้ง ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาการก่อสร้าง แล้วไปกีดขวางทางน้ำ หรือแหล่งน้ำไม่ได้รับการขุดลอก ทางน้ำมีการเปลี่ยนแปลง ทุกคนจึงต้องช่วยกันจะไปลงโทษทั้งหมด คงไม่ได้ แม้ทุกคนจะรู้กฎหมายอยู่แล้วก็ตาม แต่ถ้าเราทำผิดน้อยลงในสิ่งที่ไม่ควรทำ หรือทำผิดแบบไม่ตั้งใจ ยืนยันว่าตนไม่อยากลงโทษประชาชน แต่ถ้าเราปล่อยมากๆก็จะบานไปทุกเรื่อง เราต้องแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้างอย่างบูรณาการ ใช้ทางกฎหมายและวิธีการที่มี ก็จะสามารถแก้ปัญหาได้ ไม่เคยมีรัฐบาลไหนทำเช่นนี้มาก่อน นอกจากรัฐบาลนี้และมีการทำต่อเนื่อง”

 

อ้างอิง

https://news.ch7.com/detail/389288?fbclid=IwAR1jMR8Mbhv_u2QCGyka2sENW_29V6wfT–_r2Zsvv5IitmZ6V9tapKY_ik 

 

Share.

About Author

Comments are closed.