6 ข้อโต้แย้งพรรคอนาคตใหม่ ศาล รธน.ไม่มีอำนาจ การยื่น กกต.ไม่ถูกกฎหมาย นัดอ่านก่อนอภิปรายไม่ไว้วางใจ 3 วัน 

0

วันที่ 21   กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ ได้นัดอ่านคำวินิจฉัยในคดีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพื่อมีคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ จากการกู้เงินนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค เป็นเงิน  191.2 ล้านบาท เพื่อทำกิจกรรมการเมืองช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

โลโก้พรรคอนาคตใหม่

โลโก้พรรคอนาคตใหม่

โดยข้อโต้แย้งของพรรคอนาคตใหม่ดูจะมีเหตุผลชวนให้เราพิจารณา ดังนี้ 

1.รัฐธรรมนูญไม่ได้ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค

กรณีที่ กกต.ขอให้ยุบพรรค ไม่ใช่กรณีวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องของอำนาจหน้าที่ขององค์กรตามที่ระบุ และในรัฐธรรมนูญ ไม่มีบทบัญญัติอื่นใดที่ให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคการเมือง และไม่ได้ให้มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอื่น

ศาลรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญ

2.กระบวนการยื่นคำร้องของ กกต.ไม่ถูกกฎหมาย

– อนุกรรมการยืนยันกู้เงินไม่ผิด แต่ กกต.ไม่หยุด มีการตรวจสอบเรื่องการกู้เงินแล้วให้ยกคำร้อง ซึ่ง พ.ร.ป. กกต. มาตรา 41 กำหนดว่า “ถ้าผลการสืบสวนหรือไต่สวนปรากฏว่าไม่มีมูลความผิดให้สั่งยุติเรื่อง”

– นำข้อมูลสอบ ตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง ม.66 (เงินบริจาค) ใช้ตั้งข้อหาตาม ม.72 (ห้ามรับเงินสกปรก)

กกต.ไม่ได้ยุติเรื่องแต่อาศัยข้อเท็จจริงจากสำนวนการสืบสวนว่าเงินกู้ชอบด้วย ม.66 เรื่องบริจาคเงินเกิน 10 ล้านบาทต่อปี ใช้ตั้งฐานความผิด ตาม ม.72 ซึ่งเป็นเรื่องรับเงินที่มีแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย

กกต-7-696x403

– ไม่เคยแจ้งข้อกล่าวหา และให้แก้ข้อกล่าวหาสู้คดี

เมื่อมีการตั้งฐานความผิดตาม ม.72 ไม่ได้มีการสืบสวนและไต่สวนและแจ้งข้อกล่าวหา กลับส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเลย โดยไม่ให้โอกาสพรรคอนาคตใหม่ ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา แสดงพยานหลักฐานหรือต่อสู้คดีก่อน

3.ไม่มีกฎหมายห้ามพรรคการเมืองกู้เงิน

พรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลเอกชน มีสิทธิเสรีภาพก่อนิติสัมพันธ์ใดๆ ตราบเท่าที่ไม่มีกฎหมายกำหนดห้าม และ “เงินกู้” มีสถานะเป็น “หนี้สิน”ไม่ใช่รายได้

นอกจากพรรคอนาคตใหม่ มีอีก 16 พรรคการเมืองที่มีการกู้เงินตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 โดยอยู่ในรูปแบบเงินยืม/เงินทดรองจ่าย/เงินบืมทดรองจ่าย

กรณีต่างประเทศ ทั้ง สหราชอาณาจักร,นิวซีแลนด์, เยอรมนี,ฝรั่งเศส ไม่มีกฎหมายห้ามกู้เงิน

 

  1. กกต.นำเรื่องห้ามรับเงินสกปรก (ม.72) มาฟ้องเรื่องกู้เงิน ไม่ตรงเจตนารมณ์กฎหมาย

พ.ร.ป.พรรคการเมือง ม.72 “ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดํารงตําแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย”

มีเจตนารมณ์ห้ามรับเงินสกปรก เช่น เงินจากการค้ามนุษย์ ยาเสพติด หรือฟอกเงิน ส่วนการที่นายธนาธร ให้พรรคกู้เงินไม่ได้มีที่มาจากแหล่งดังกล่าว

25-11

5.การให้กู้เงินทำเปิดเผยไม่ใช่การอำพรางเงินบริจาค

การทำสัญญาเงินกู้ มีเนื้อหากำหนดชัดเจน ถึงการต้องชำระเงินคืนและกำหนดอัตราดอกเบี้ย และที่ผ่านมาพรรคก็ได้ทยอยคืนเงินและดอกเบี้ย จึงไม่ใช่การให้เงินโดยไม่มีค่าตอบแทน

 

  1. กกต.เคยเตือนเรื่องห้ามรับเงินบริจาค เรื่องกู้เงินถ้าผิดจริงทำไมไม่เตือน

เมื่อครั้งพรรคอนาคตใหม่รับบริจาคเงินในช่วงวันที่ 3 – 31 ต.ค.61 โดยมีผู้บริจาค 44 ราย กกต.โดยนายทะเบียนพรรคการเมืองได้มีหนังสือแจ้งเตือนว่าไม่สามารถรับบริจาคจากผู้ที่ไม่ใช่กรรมการพรรคการเมืองได้ ซึ่งเป็นไปตามประกาศ คสช. 57/2557 และมติ กกต. 89/2557 กับ 63/2561 โดย กกต.แจ้งให้คืนเงินกับผู้บริจาค

แต่กรณีกู้เงิน ไม่เคยมีทั้งการแจ้งเตือนหรือแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนเสนอคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ

 

อ้างอิง

เอกสารชี้แจงข้อกล่าวหาที่พรรคอนาคตใหม่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา 

https://www.bbc.com/thai/thailand-51396175

Share.

About Author

Comments are closed.