บรรทัดฐาน(ที่บิดเบี้ยว)ของศาลรัฐธรรมนูญ

0

ฉับพลันที่คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญออกมาว่าการจัดการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557

“ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ได้จัดเลือกตั้งในวันเดียวกันทั่วทั้งประเทศ”

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ความชัดเจนในทางการเมืองของประเทศไทยดูเหมือนเริ่มจะริบหรี่ลงไปเรื่อยๆ หลายฝ่ายเริ่มกังวลว่าประเทศนี้อาจจะไม่มีเลือกตั้งอีกชั่วกาลปาวสาน

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คำตัดสินของศาลสร้างความบิดเบี้ยวให้กับระบบกฏหมายและสังคมไทย หากยังจำกันได้คดีที่มีการตัดสินเรื่อง ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าด้วยที่มาของ สว. หรือแม้แต่ พรบ.โครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านๆ เหตุผลหนึ่งที่มีการหยิบยกมา ก็คือเรื่อง “การเสียบบัตรแทนกัน” โดยศาลรัฐธรรมนูญให้เหตุผลว่า ขัดต่อหลักในการใช้สิทธิ์ออกเสียง(ที่ 1 คนจะต้องมี 1 เสียง) และขัดต่อหลักการทำหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ที่จะต้องไม่ถูกครอบงำ)

 

ซึ่งหากดูอย่างผิวเผินอาจเห็นว่าการให้เหตุผลของศาลรัฐธรรมนูญนั้นฟังขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การกดบัตรแทนกันนั้น ย่อมเป็นความผิดเฉพาะตัวบุคคล ที่บุคคลลนั้นๆกระทำความผิดก็ต้องถูกลงโทษ และต้องหักลบคะแนนออกไป ซึ่งถ้าหากจะพิจารณาจากร่างแก้รัฐธรรมนูญ และ ร่าง พรบ. ที่ศาลรัฐธรรมนูญได้ตัดสินไปแล้วนั้นจะพบว่า ถ้าหากหักลบคะแนนของผู้กดบัตรแทนกันออกไปแล้วนั้น  ผลของการลงคะแนนก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรอย่างมีนัยยะสำคัญเลยทั้งสิ้น แต่ศาลรัฐธรรมนูญกลับไม่ได้พิจารณาในจุดนี้ หากแต่นำเอาความผิดของบุคคล 3-4 คนมาลบล้างกระบวนการออกเสียงของบุคคลอื่นอีกกว่า 400 คนที่เหลือ

 

ด้วยบรรทัดฐานเช่นนี้เอง ก็เป็นที่คลางแคลงใจกันว่าในคราต่อไป หากมีอภิปรายร่างกฏหมายใดๆ แล้วอีกฝ่ายต้องการที่จะกลั่นแกล้งให้ร่างกฏหมายนั้นล้ม ก็อาจจะอ้างอิงการให้เหตุผลของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วดำเนินการกลั่นแกล้งล้มร่างกฏหมายนั้นได้โดยง่ายเพียงแค่กดบัตรแทนกัน 1-2 คนเท่านั้น

คำถามคือ บรรทัดฐานที่ศาลรัฐธรรมนูญวางไว้ให้กับสังคมไทยเป็นเช่นนั้นหรือ?

 

เช่นเดียวกับการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นที่ชัดเจนว่าการเลือกตั้งใน 28 เขต ถูกขัดขวางโดยม็อบ กปปส. ด้วยการปิดคูหาเลือกตั้ง (อีกทั้งบางส่วนก็เกิดจากความร่วมมือของ กกต.ประจำเขต เสียด้วยซ้ำไป!) จนการเลือกตั้งใน 28 เขตนั้นไม่สามารถเดินต่อไปได้

 

คำถามคือ การเลือกตั้งในวันที่ 2 กุมภาฯ 2557 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญอย่างไร? ในเมื่อกว่า 90% ของเขตเลือกตั้งที่เหลือ ก็ยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการขัดขวางของกลุ่มบุคคลที่ทำผิดกฏหมายเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องของการตรากฏหมาย เนื่องจาก พรฎ.ยุบสภา ได้กำหนดให้มีวันเลือกตั้งทั่วไปในวันเดียวกันทั้งประเทศ

 

คำถามคือ ถ้าเรายอมให้บรรทัดฐานการตีความกฏหมายแบบบิดเบี้ยวของศาลรัฐธรรมนูญแบบนี้ มีผลผูกพันธ์องค์กรอื่นๆตามกฏหมายได้(อย่างที่รัฐธรรมนูญว่าไว้) ประเทศนี้ก็คงไม่มีอนาคตใดๆเหลืออีกต่อไปแล้ว เพราะไม่ว่าจะเสนอกฏหมายอะไรก็ดี หรือจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปก็ดี เพียงแค่คนไม่กี่คนลุกขึ้นมากระทำความผิด ทั้งกฏหมาย และทั้งการเลือกตั้งนั้นก็จะล้มไปเลยทันที….

 

แล้วประเทศเทศนี้ มันจะอยู่กันยังไง?

 

 

 

Share.

About Author

Leave A Reply