การรับน้อง ความเป็นมาและความรุนแรง

0

เป็นที่รู้จักกันดี กับการ ”รับน้อง” ที่จะมีขึ้นทุกๆปี เพื่อเป็นที่จะเตรียมความพร้อมของนิสิตนักศึกษาใหม่ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่จะเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาต่างๆ

ในการรับน้องนั้น มีจุดประสงค์หลายอย่าง ทั้งเพื่อต้องการให้ผู้ที่สอบติดเพื่อที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา จากทั่วทุกสารทิศในประเทศไทย เข้ามาทำความรู้จักกัน ก่อนเปิดภาคเรียน, เป็นการแนะนำความเป็นมาของสถาบันการศึกษาที่ตนเองเลือก เพื่อสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายในคณะ และนักศึกษาใหม่ได้คุ้นเคยและทำความรู้จักกับรุ่นพี่ ที่จะสามารถสอนวิธีการปฏิบัติตัวในสังคมได้

คนที่จัดพิธีรับน้อง มักจะเป็นรุ่นพี่ ที่เรียนอยู่ในสถาบันและคณะนั้นๆ โดยที่แต่ละแห่งจะมีแนวทางแตกต่างกัน เพราะไม่ได้มีกฎ เกณฑ์ และกรอบที่กำหนดออกมาชัดเจนว่า การรับน้องควรไปในทิศทางแบบใด ซึ่งเพราะเหตุนี้เอง จึงทำให้การรับน้องหลายแห่ง สร้างความบันเทิงให้กับกลุ่มของรุ่นพี่เอง มากกว่าที่จะคำนึงถึงเป้าหมายที่แท้จริงในการสร้างความบันเทิงให้กับเด็กใหม่

ทำให้ระบบการรับน้องในปัจจุบันกลายเป็นที่รู้จักกันว่า ระบบว้าก หรือ ระบบโซตัส (SOTUS) ที่รุ่นพี่ให้อำนาจและความรุนแรงในการสั่งสอนรุ่นน้องเพื่อให้เชื่อฟังและเคารพตนเอง แทน

ความเป็นมาของการรับน้อง

ประวัติรับน้องในประเทศไทยเริ่มจากในการแข่งขันกีฬาฟุตบอลระหว่างคณะแพทยศาสตร์กับคณะวิทยาศาสตร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อ พ.ศ. 2474 ได้มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น คือ แบ็คของคณะแพทยศาสตร์ได้ถูกผู้เล่นในทีมตรงข้ามวิ่งเข้าต่อย ซึ่งสโมสรสาขาศิริราชสืบทราบว่าได้มีการตระเตรียมวางแผนการไว้ก่อนแล้ว จึงได้ส่งหลักฐานฟ้องร้องไปทางสโมสรกลางให้จัดการลงโทษแก่ผู้กระทำผิดนั้น

ต่อมา ได้มีการพิจารณาและไต่สวนกันหลายครั้ง แต่ในที่สุดก็ได้อะลุ่มอล่วยให้เลิกแล้วกันไป นิสิตแพทย์ส่วนมากไม่พอใจ เนื่องด้วยนิสิตคณะวิทยาศาสตร์บางส่วนจะต้องข้ามมาเรียนปีสองที่คณะแพทยศาสตร์ จึงได้มีเสียงหมายมั่นจะแก้มือด้วยประการต่าง ๆ ซึ่งไม่ต้องสงสัยว่าจะต้องรู้ไปถึงหูพวกที่เป็นต้นเหตุนั้น

แต่พอใกล้เวลาที่พวกใหม่จะต้องมาเรียนที่ศิริราช คณะกรรมการสโมสรได้มีความเห็นว่า การแก้แค้นจะทำให้แตกความสามัคคี ดังนั้นชาวศิริราชจึงได้ตกลงเลือกทางกุศล คือ แทนที่จะใช้วิธีการบีบบังคับให้ขอขมา กลับจัดการเลี้ยงต้อนรับเป็นการแสดงการให้อภัยและเชื่อมความสามัคคีแทน[1]

ระบบว้าก หรือ ระบบโซตัส (SOTUS)

กำเนิดการรับน้องแบบรุนแรงหรือระบบว๊าก ที่เข้าใจว่าเป็น “ระบบโซตัส” แพร่หลายในประเทศไทยในสมัยก่อน โดยการนำของผู้นำทหาร ได้นำระบบโซตัส มาใช้อย่างแพร่หลาย ในสมัยเผด็จการทหารของรัฐบาล จอมพลถนอม กิติขจร เพื่อเข้าควบคุม และปราบปรามนักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยต่างๆ ไม่ให้ต่อต้าน รวมทั้งเพื่อกำจัดและจำคุกนักศึกษาที่ไม่เห็นด้วยกับระบบการปกครองแบบเผด็จการทหาร

โซตัสเป็นรูปแบบการรับน้องที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของรุ่นน้อง โดยยกข้ออ้างเรื่องความสามัคคีในหมู่คณะ เพื่อใช้อำพรางจุดประสงค์ คือ ใช้หลักจิตวิทยาและสร้างเหตุการณ์ตบตาขึ้น เพื่อบังคับให้รุ่นน้องเกิดความกลัวรุ่นพี่ ใช้การแบ่งชนชั้นว่าใครมีอำนาจหรือไม่มีอำนาจ หากไม่ปฏิบัติตามจะต้องได้รับการลงโทษ ไม่ว่าทำถูกหรือทำผิด

หากรุ่นน้องตัดสินใจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว รุ่นพี่จะใช้การว้ากหรือการตะโกนด่าและต่อว่ารุ่นน้อง การออกคำสั่งกับรุ่นน้อง เพื่อบังคับให้รุ่นน้องต้องเกรงกลัวรุ่นพี่ อีกทั้งเพื่อลงโทษผู้ที่ไม่ทำตามที่สั่ง หรือไม่เห็นด้วยกับระบบดังกล่าว ที่เรียกว่า การกดขี่ หรือลงโทษวินัย

หากไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งรุ่นพี่ ก็จะถูกกลั่นแกล้งต่างๆนานา ใช้อำนาจสั่งลงโทษต่างๆ ซึ่งอาจเลยเถิดไปถึงการทำอนาจารต่างๆ โดยอ้างว่ารุ่นพี่มีสิทธิสั่ง เพราะมีความอาวุโส ทั้งที่จริงแล้วไม่มีสิทธิหรืออำนาจใดๆ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายและลิดรอนเสรีภาพของนักศึกษาอย่างร้ายแรง[2]

เหตุการณ์รับน้องโหดในไทยที่ผ่านมา

จากเหตุ กรณีนายโภไคย แสงโรจน์รัตน์ อายุ 17 ปี นักศึกษา ปวช.ปี 1 วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี อ.เมืองปทุมธานี เข้าร่วมกิจกรรมรับน้องถูกนักศึกษารุ่นพี่บางคนใช้สีสเปรย์ฉีดพ่นหน้าอก และลากตัวลงไปในทะเลจนสำลักน้ำก่อนใช้เหล้ากรอกปากจนกระอักเลือดหมดสติ และสิ้นใจ หลังถูกหามส่ง รพ.กรุงเทพ หัวหิน เมื่อช่วงวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นสันนิษฐานสาเหตุการตายอาจเกิดจากการรับน้องที่รุนแรง หรือโรคประจำตัวที่เคยป่วยเป็นโรคลูคีเมีย

แต่อีกด้านหนึ่ง รุ่นพี่ที่ถูกกล่าวหาได้ออกมาพูดว่า สื่อนั้นเสนอข่าวเกินจริง ในเหตุการณ์จริงคือ มีการให้น้องดื่มเหล้าขาวจริง แต่ไม่ใช่การจับกรอก แต่คือการแบ่งกันจิบ แล้วน้องที่เสียชีวิตขอดื่มแทนเพื่อน พอน้องดื่มไปก็ได้ทำการทิ้งดิ่งจริง แต่เป็นการทิ้งดิ่งในน้ำทะเล หลังจากนั้นน้องก็อ้วก โดยไม่มีการจับหน้ากดลงกองทรายตามสื่อเสนอแต่อย่างไร พอรุ่นพี่เห็นน้องอ้วกจึงวิ่งไปถามชาวประมงคนในข่าวดังกล่าวว่า รพ.ใกล้ที่สุดอยู่ที่ไหนแล้วก็ได้พาไปส่งรพ. และไม่ได้มีการทิ้งน้องหนีหายไปแม้แต่น้อย[3]

จากเหตุการณ์นี้ก็กลายมาเป็นอุทาหรณ์อีกหนึ่งเรื่อง ไม่มีใครรู้ความจริงคืออะไร แต่ตัวแปรสำคัญที่เป็นชนวน ได้แก่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ไม่ควรให้รุ่นน้องดื่ม และไม่ควรให้มีอยู่ในการรับน้องไม่ว่ากรณีใดก็ตาม เพราะสิ่งที่ไม่คาดคิด มักเกิดจากความประมาทเสมอ

อีกทั้ง ความเกรงกลัว เกรงใจรุ่นพี่ มักมีอยู่ใสตัวรุ่นน้องเด็กใหม่ ถึงแม้ว่าจะไม่ออกทำในสิ่งนั้น แต่ก็ไม่กล้าที่จะขัดรุ่นพี่แน่นอน เพราะฉะนั้น รุ่นพี่ก็ควรนึกถึงจิตใจของรุ่นน้องด้วย

สำหรับระบบโซตัส ก็มีฝ่ายที่ต่อต้านอยู่ แต่สิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยนก็คือการมองระบบโซตัสให้อย่างเป็นมิตรมากขึ้น สิ่งที่ผู้ต่อต้านระบบโซตัสควรเรียกร้องก็คือ การที่ทำให้กิจกรรมนั้นไม่เป็นการบังคับและไม่เป็นการเบียดเบียนผู้อื่นอย่างแท้จริง โดยผู้เขียนจะขอวางข้อเสนอที่ฝ่ายต่อต้านกิจกรรมควรเรียกร้องในทางปฏิบัติ

การไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมรับน้องควรเป็นเรื่องเปิดเผย ผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับกิจกรรมควรขอการสนับสนุนจากทางมหาวิทยาลัยเพื่อแสดงออกในเรื่องดังกล่าว และควรจัดสถานที่หรือกิจกรรมซึ่งผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการรับน้องโดยทั่วไปได้มีสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นและไม่รู้สึกว่าตนเองโดดเดี่ยว

ทางออกของระบบโซตัสเพื่อหนีปัญหาที่จะเกิด

ก่อนทำกิจกรรมรับน้อง รุ่นพี่ต้องแจ้งให้รุ่นน้องรับทราบก่อนล่วงหน้าถึงโครงสร้างของกิจกรรมทั้งหมด รวมถึงส่วนที่จะมีการด่าว่าและทำโทษด้วย เพื่อให้รุ่นน้องได้ตัดสินใจด้วยตัวเองก่อนเข้ากิจกรรม อีกทั้งกิจกรรมรับน้องต้องเป็นกิจกรรมเปิด โดยสามารถให้คนภายนอกเข้าชม หรือบันทึกภาพได้

และกิจกรรมควรเสริมแรงจูงใจด้านบวกในการเข้าร่วม โดยอาจจัดกิจกรรมที่สนุกสนานมากขึ้น และลดกิจกรรมที่สร้างความกดดัน และควรแจ้งให้รุ่นน้องรับทราบก่อนล่วงหน้าถึงโครงสร้างของกิจกรรมทั้งหมด รวมถึงส่วนที่จะมีการด่าว่าและทำโทษด้วย เพื่อให้รุ่นน้องได้ตัดสินใจด้วยตัวเองก่อนเข้ากิจกรรม

รุ่นพี่จะต้องละเว้นการใช้วาทกรรมโจมตีเพื่อแบ่งแยกผู้ที่เข้าร่วมและไม่เข้าร่วมกิจกรรมออกจากกัน และเปิดกล่องรับความคิดเห็นหลังการกิจกรรมอย่างเป็นระบบ และนำข้อคิดเห็นไปปรับปรุงกิจกรรมในอนาคตอีกด้วย[4]

 

[1] http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%

[2] http://unigang.com/Forum/Topic/17106

[3] http://news.mthai.com/hot-news/378573.html

[4] https://www.facebook.com/notes/ko-natnatee-dokmai/%E0%B8%84%E0%B8%A7

Share.

About Author

Comments are closed.