ลายมือเผด็จการ บนหน้าประวัติศาสตร์ไทย

0

เคยมีคำกล่าว ที่ว่า “อดีตเป็นบทเรียน แล้วสร้างปัจจุบัน” เนื่องจากมนุษย์ ใช้การเรียนรู้เป็นสิ่งที่ขับเคลื่อนการดำเนินชีวิตในทิศทางต่างๆเพราะไม่มีใครรู้ได้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่สิ่งที่เคยทำและพบมา จะเป็นตัวกำหนดแนวทางในการใช้ชีวิตต่อไป

การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบใด ประวัติศาสตร์ก็สามารถคอยสอนและบอกให้เราทราบว่า ปัจจุบันเกิดขึ้นและพัฒนามาได้อย่างไร ถ้าหากเรา ปิดหู ปิดตา ทำเป็นว่าไม่รู้ประวัติศาสตร์ ไม่รู้สิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ก็เหมือนกับการไม่ยอมรับความจริง

ซึ่งสิ่งที่จะเก็บรายละเอียดและถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ได้เป็นอย่างดี หนีไม่พ้นกระดาษกับน้ำหมึก เมื่อนำมารวมกัน เราเรียกว่า หนังสือ เป็นตัวแปรที่เก็บข้อความ ข้อมูล และตกทอดมาสู่ลูกหลานในปัจจุบันให้ได้ทราบและเรียนรู้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

ซึ่งเนื้อหาของประวัติศาสตร์นั้น จะถูกสอดแทรกอยู่ในบทเรียนหลายระดับของโรงเรียนและสถาบันการศึกษาต่างๆ เพื่อใช้ในการเรียนการสอนและสร้างความเข้าใจให้แก่เด็ก ตั้งแต่ยังเล็กจนโต

เมื่อประวัติศาสตร์บทหนึ่งของไทย ถูกลบ?

ต้องเรียนให้ทราบก่อนว่า เด็กไทยจำเป็นต้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์ไทย ตั้งแต่อยู่ชั้นประถมจนมหาวิทยาลัย เนื้อหาก็จะประมาณว่า ก่อนจะมาเป็นขวานทองแห่งทวีปเอเชีย ต้องผ่านการต่อสู้อะไรมาบ้าง ตั้งแต่ก่อนสมัยสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์ หรือไทยมีพระมหากษัตริย์กี่พระองค์ บ้านเมืองแต่ก่อนเป็นอย่างไร ล้วนใส่อยู่ในบทเรียนในหนังสือทั้งสิ้น

แต่เมื่อ 16 กันยายน 2557 มีการรายงานข่าวของเว็บไซด์หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ โดยโธมัส ฟูลเลอร์ ว่า จากการเปิดเผยของ นายถนอม อานามวัฒน์ ผู้เขียนแบบเรียนประวัติศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลบชื่อของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีออกจากแบบเรียน[1]

ก่อนหน้านี้มีหนังสือตำราเรียนประวัติศาสตร์เล่มก่อนๆ เคยเขียนชื่อของทักษิณ 7 ครั้ง แต่ตำราที่เขียนขึ้นหลังจากการรัฐประหาร เมื่อปี 2549 ชื่อทักษิณถูกละเว้นไม่เขียนอ้างอิงถึง[2]

ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องปกติที่กระทรวงศึกษาธิการไทยจะพยายามปิดกั้นข้อมูลต่างๆในอดีต แต่มันกลับเป็นเรื่องที่แปลกสำหรับคนทั่วไปที่จะทำเช่นนี้ ในเมื่อทักษิณ ก็เป็นบุคคลสำคัญมากคนหนึ่ง ที่ได้สร้างประวัติศาสตร์ไทยครั้งแรก โดยสามารถเอาใจเหล่าคนจน คนรากหญ้าจำนวนมากผ่านนโยบายต่างๆ รวมทั้งเรื่องปัญหายาเสพติด ทักษิณก็ยังขจัดให้หมดไปได้

พอมาถึงคราวนี้ เกิดการรัฐประหารครั้งล่าสุด โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็กลับมาตัดชื่อทักษิณออกจากแบบเรียนของนักเรียนอีก แสดงให้เห็นว่า เมื่อทหารยึดอำนาจแล้ว กระทรวงศึกษาธิการอยากจะทำอะไรก็ทำได้อย่างนั้นหรือ? โดยไม่มองความถูกต้อง ทั้งที่การยึดอำนาจของเหล่าทหารก็ขัดกับหลักของประชาธิปไตยอยู่แล้ว แต่ยังไม่ยอมรับอดีตนายกฯ ทักษิณ ที่ได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนแท้ๆอีก

ทางกระทรวงศึกษา ก็มักอ้างเหตุผลที่เลือกทำเช่นนี้เพราะว่า “เพื่อเป็นหนึ่งในความพยายามที่จะปลูกฝังความรักชาติให้เยาวชนไทย และการเรียนรู้ถึงช่วงความรุ่งโรจน์ของราชอาณาจักรสยามในอดีต” แต่การทำงานของทักษิณที่ช่วยพัฒนาประเทศไทยให้ไปได้ไกลกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา ได้ไปขัดขวางการปลูกฝังเหล่านี้

การไปปกปิดหรือบิดเบือนประวัติศาสตร์นั้น เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอยู่แล้ว และการเผยแพร่ผ่านหนังสือเรียนของเด็กแล้วนั้น เป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำยิ่งกว่า หากลองมองต่อไปในอนาคตว่า เด็กไทยรุ่นใหม่จะทำงาน บริหารบ้านเมืองให้ดีได้อย่างไร หากยังรู้ ไม่เข้าใจถึงประวัติศาสตร์ไทยที่แท้จริง

ผู้ที่ไม่สนับสนุนการซ่อนประวัติศาสตร์

ในส่วนท้ายของการรายงานข่าวของเว็บไซด์หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์[3] ถนอม อานามวัฒน์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดหรือเป็นบทเรียนให้เรียนรู้ เราควรได้บอกเล่าให้กับคนรุ่นหลัง และพวกเขาควรได้รู้เกี่ยวกับมันเราไม่ควรตัดทิ้ง เพราะประวัติศาสตร์เป็นเรื่องข้อเท็จจริง”

หรือแม้แต่กระทั่ง นายคริส เบเกอร์ ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ไทย[4] เจ้าของผลงานหนังสือประวัติศาสตร์ไทยร่วมสมัย ก็ไม่เห็นด้วยกับการตัดชื่อทักษิณออกจากแบบเรียน เขาได้กล่าวว่า “การเซ็นเซอร์ทางประวัติศาสตร์ในขณะที่สังคมขณะนี้เปิดกว้างแล้วเป็นการเลือกที่ผิด การลบข้อมูลเช่นนี้เป็นวิธีในยุคเผด็จการ และยิ่งทำให้คนสังเกตได้ชัดถึงข้อมูลที่ถูกลบออกไป”

ไม่ว่าจะเป็นนักเขียน นักวิชาการ นักเคลื่อนไหว หรือประชาชนคนธรรมดา ก็ไม่มีใครเห็นด้วยหากจะตัดเรื่องราว การทำงาน ในฐานะการเป็นนายกรัฐมนตรีของ ทักษิณ ชินวัตร หรือไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนใด ต่างก็มีบทบาททางประวัติศาสตร์การเมืองด้วยกันทั้งสิ้น ไม่จำเป็นต้องเฉพาะเจาะจง

เพราะความขัดแย้งกันทางการเมืองคืบคลานสู่สังคม?

ทางออกสำหรับการเมืองในปัจจุบันแทบจะมองไม่เห็นหนทางเลย ซ้ำในอดีตยังเกิดการปะทะกัน และเริ่มวิกฤติขึ้นทุกวัน หากเราทุกคนลองมองย้อนกลับไปเหตุการณ์การเมืองในอดีตที่เคยเกิดขึ้น ที่ส่งผลเสียให้กับประเทศชาติ บ้านเมืองปั่นป่วน สูญเสียชีวิตคนไปจำนวนมาก เป็นที่น่าสะเทือนใจและคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น

หากจะหาทางออกให้ดีนั้น แต่ละฝ่ายควรจะตกลงกันทำโดยสันติวิธี ถึงแม้มันจะดูยากแต่ก็อาจจะเป็นทางออกที่ดี หากลดความอคติต่อกันสักนิด หรือการขอโทษ เมื่อสำนึกผิด การให้อภัยและให้โอกาสหากอีกฝ่ายต้องการแก้ตัว แค่นี้ก็เป็นการแก้ปัญหาไร้ความรุนแรง

ไม่ใช่เลือกที่จะบิดเบือน ปกปิดประวัติศาสตร์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ทางการเมืองใหม่ที่ไม่เป็นความจริงให้แก่เยาวชนไทย ซึ่งทักษิณก็ได้สร้างประโยชน์ให้แก่ประชาชนและคุณงามความดีต่อประเทศไทยอย่างมาก ก็ควรจะยกย่องในสิ่งที่เขาได้ทำ อย่างน้อยทักษิณก็เป็นนายรัฐมนตรีที่ได้คะแนนเสียงจากการเลือกตั้งจากประชาชนมากที่สุดคนหนึ่ง

และหากทุกคนทำตามกติกาทางการเมือง จัดให้มีการเลือกตั้งนายกคนใหม่ที่มาจากประชาชน ทุกคนยอมรับผลการเลือกตั้ง รัฐบาลดำเนินงานไปตามลำดับเป็นขั้นเป็นตอน เมื่อไม่เห็นด้วยก็ออกมาแสดงความคิดเห็น หาทางออก แก้ไขปัญหา ร่วมกันสร้างประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น

 

 

[1] http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1410868598

[2] http://www.naewna.com/politic/columnist/14599

[3]http://www.nytimes.com/2014/09/16/world/asia/loved-and-hated-thaksin-shinawatra-former-premier-of-thailand-is-erased-from-textbook.html?smid=fb-share&_r=2

[4] http://hilight.kapook.com/view/108106

Share.

About Author

Comments are closed.