10 อันดับที่สุดเหตุการณ์จับตัวประกัน

0

จากเหตุการณ์มือปืนบุกจับตัวประกันนับสิบราย ที่ร้านลินด์ ช็อกโกแลต คาเฟ่ ย่านมาร์ติน เพลส ในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ตั้งแต่ช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งจบลงด้วยการบุกชิงตัวประกันโดยกำลังตำรวจคอมมานโดของออสเตรเลีย และมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 3 ราย โดยเป็นตัวประกัน 2 คนและ คนร้าย วันนี้ทีมงาน I-Space Thailand ขอนำท่านไปย้อนรอย 10 อันดับที่สุดของเหตุการณ์จับตัวประกันที่โด่งดังที่สุด

141215150223-02-sydney-hostage-flee-horizontal-gallery

  1. เหตุการณ์กลุ่มก็อด’ส อาร์มี บุกยึดโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี

เริ่มต้นด้วยเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย และอยู่ในความทรงจำของคนไทยจำนวนมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 24 มกราคม 2000 โดยกลุ่มกระเหรี่ยงคริสต์ติดอาวุธสัญชาติพม่า จำนวน 10 คนได้ทำการบุกยึดโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี จับตัวแพทย์ พยาบาล และคนไข้กว่า 1,000 คนไว้เป็นตัวประกัน โดยทางกลุ่มก็อด’ส อาร์มีได้ยื่นข้อเรียกร้องขอเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำ เพื่อนำตัวแพทย์และพยาบาลไปรักษากลุ่มกระเหรี่ยงติดอาวุธที่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับรัฐบาลพม่าบริเวณชายแดนไทย-พม่า ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นจบลงในช่วงเช้ามืดของวันที่ 25 มกราคม 2000 โดยรัฐบาลไทยได้สั่งการให้กองกำลังผสมระหว่างหน่วยรบพิเศษ ฉก.90 หน่วยนเรศวร261 และหน่วยอรินทราช 26 ทำการบุกเข้าชิงตัวประกัน เป็นผลให้กลุ่มก็อต’ส อาร์มี ทั้ง 10 คนเสียชีวิตทั้งหมด ในขณะที่ตัวประกันทั้งหมดปลอดภัย

อย่างไรก็ตามมีการวิพากษ์วิจารณ์กันในเรื่องของความรุนแรงที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีรายงานข่าวว่ากองกำลังก็อด’ส อาร์มีที่ก่อเหตุ ได้ยอมแพ้และวางอาวุธ แต่ก็ยังถูกสังหารทั้งหมด

733418-img-1388413082-1ca8h9iafk78kdjb5gfhci

  1. ปฏิบัติการจี้เครื่องบิน สายการบินอินเดียแอร์ เที่ยวบิน 814

เหตุการณ์จี้เครื่องบินครั้งนี้เกิดขึ้นในวันที่ 24 ธันวาคม 1999 โดยกลุ่มไฮแจ็กเกอร์ได้ทำการยึดเครื่องบินสายการบินอินเดียแอร์ เที่ยวบิน 814 เดินทางจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ไปยังกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย โดยกลุ่มไฮแจ็กเกอร์ได้ยึดเครื่องบินดังกล่าวขณะบินอยู่เหนือน่านฟ้าอินเดีย โดยกลุ่มไฮแจ็กเกอร์ได้สั่งให้เครื่องบินไปลงจอดถึง 4 ครั้ง ได้แก่ เมือง Amritsar ประเทศอินเดีย ก่อนจะไปลงจอดที่เมืองLahore ประเทศปากีสถาน ต่อด้วยเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต และมาจบที่เมืองกันดาร์ฮา ประเทศอัฟเกนิสถาน ซึ่งกลุ่มไฮแจ็กเกอร์ได้รับการเปิดเผยว่าเป็นกลุ่มก่อการร้ายมุสลิม Harkat-ul-Mujahideen ซึ่งปฏิบัติการในประเทศปากีสถานและอินเดีย โดยกลุ่มไฮแจ็กเกอร์ได้เรียกร้องให้รัฐบาลอินเดียปล่อยตัวผู้ก่อการร้ายชาวปากีสถาน 3 คนซึ่งถูกรัฐบาลอินเดียจับตัวไว้

เหตุการณ์ครั้งนี้จบลงโดยรัฐบาลอินเดียยินยอมปล่อยตัว 3 ผู้ก่อการร้ายเพื่อแลกกับชีวิตของตัวประกัน เนื่องจากไม่สามารถปฏิบัติการช่วยเหลือตัวประกันได้ในดินแดนประเทศอัฟเกนิสถานซึ่งถูกกลุ่มตาลีบันปกครอง เหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้รอดชีวิตทั้งหมด 170 คน มีตัวประกันบาดเจ็บสาหัส 1 คน รวมเวลาทั้งสิ้น 8 วัน

KandaharHijackingMan_behind_IC_h17668

  1. วิกฤติตัวประกันอิหร่าน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 4 พฤศจิกายน 1979 ในช่วงของการปฏิวัติอิหร่าน ซึ่งสืบเนื่องมาจากความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างรัฐบาลสหรัฐอเมริกา และรัฐบาลอิสลามอิหร่านใหม่ ซึ่งเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาส่งตัวพระเจ้าซาร์กลับไปยังอิหร่าน ซึ่งทางการสหรัฐอเมริกาปฏิเสธ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศเลวร้ายมากยิ่งขึ้น จนในที่สุดเหตุการณ์การชุมนุมประท้วงสหรัฐอเมริกาของชาวอิหร่านที่สนับสนุนรัฐอิสลามอิหร่านก็บานปลายจนเกิดการบุกยึดสถานทูตอเมริกาในกรุงเตหะราน ของประเทศอิหร่าน และจับตัวเจ้าหน้าที่และชาวอเมริกันในสถานทูตไว้เป็นตัวประกัน เหตุการณ์นี้กินเวลายาวนานถึง 444 วัน และการช่วยตัวประกันบางส่วนในเหตุการณ์นี้ได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง “Argo” ซึ่งได้รับรางวัลออสการ์ ในปี 2012 อีกด้วย

Iran Hostages Reaxiranian-hostage-crisis_3

  1. เหตุการณ์จี้เครื่องบินลุฟท์ฮันซ่า เที่ยวบิน 181

เวลา 11.00 น. วันที่ 13 ตุลาคม 1977 เครื่องบินสายการบินลุฟท์ฮันซ่า เที่ยวบิน 181 เดินทางจาก Palma de Mallorca ประเทศสเปน ไปยังเมืองแฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน ถูกกลุ่มติดอาวุธชาวปาเลสไตน์ซึ่งเรียกตนเองว่า กลุ่มCommando Martyr Halime ยึด และสั่งให้บินไปยังเกาะไซปรัส ทั้งนี้ยังยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลเยอรมันให้ทำการปล่อยตัวผู้นำกลุ่ม Red Army Faction(RAF) ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่ก่อการร้ายในประเทศเยอรมัน แต่ผู้ก่อเหตุไฮแจ็กเครื่องบินในครั้งนี้กลับเป็นกลุ่มติดอาวุธชาวปาเลสไตน์Popular Front for the Liberation of Palestine(PFLP) ซึ่งมีการปฏิบัติการร่วมกันกับกลุ่ม RAF การยึดเครื่องบินดังกล่าวมีการบินไปยังหลายสถานที่ได้แก่กรุงโรมประเทศอิตาลี จากนั้นบินไปยังเกาะไซปรัส ต่อด้วยบาห์เรนซึ่งไม่สามารถลงจอดได้เนื่องจากทางการบาห์เรนปิดสนามบิน จึงได้บินต่อไปยังเมืองดูไบประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรต และเมืองเอเดน ประเทศเยเมนแต่ก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ลงจอด สุดท้ายจึงไปลงจอดที่เมืองโมกาดิชู ประเทศโซมาเลีย

เหตุการณ์ครั้งนี้จบลงด้วยการบุกชิงตัวประกันของหน่วยตำรวจต่อต้านการก่อการร้าย GSG-9 ของเยอรมัน ซึ่งทำการบินติดตามเครื่องบินดังกล่าวข้ามทวีปมาเพื่อปฏิบัติการชิงตัวประกัน ผลของการปฏิบัติการดังกล่าวทำให้ผู้ก่อการร้ายเสียชีวิต 3 คน ถูกจับ 1 คน ในขณะที่เจ้าหน้าที่หน่วย GSG-9 บาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน ผู้โดยสารบาดเจ็บ 4 คน ตัวประกันทั้งหมด 90 คนได้รับการช่วยเหลือ ไม่มีผู้ใดเสียชีวิต

"Landshut"-Entführung, Rückkehr GSG 9MAGIC_FIRE_01

  1. เหตุการณ์บุกยึดสถานทูตอิหร่านในลอนดอน

เหตุการณ์จับตัวประกันครั้งนี้เกิดขึ้นในวันที่ 30 เมษายน 1980 โดยกลุ่มติดอาวุธ 6 คนได้ทำการบุกยึดและจับตัวประกันในสถานทูตอิหร่านประจำกรุงลอนดอน ซึ่งกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นสมาชิกกลุ่มDemocratic Revolutionary Front for the Liberation of Arabistan ซึ่งเป็นกลุ่มเรียกร้องอิสรภาพในจังหวัดKhuzestan ของอิหร่าน โดยกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลอิหร่านให้ปล่อยตัวนักโทษของกลุ่มในเขตจังหวัดKhuzestan และเรียกร้องขอความปลอดภัยจากรัฐบาลอังกฤษในการหลบหนีออกจากประเทศอังกฤษ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวได้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นเนื่องจากไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจา ทำให้กลุ่มผู้ก่อการร้ายทำการยิงตัวประกันแล้วโยนออกมาจากหน้าต่างของสถานทูต เป็นเหตุให้รัฐบาลอังกฤษตัดสินใจปฏิบัติการขั้นเด็ดขาดโดยส่งหน่วยรบพิเศษ SAS เข้าทำการชิงตัวประกัน

ผลสรุปของเหตุการณ์ในครั้งนี้ คือ ตัวประกันถูกสังหารเพิ่มขณะที่หน่วย SAS เข้าทำการบุกชิงตัวประกัน 1 คน ตัวประกันบาดเจ็บขณะการบุกชิงตัวประกัน 2 คน ในขณะที่ผู้ก่อการร้าย 5 คนเสียชีวิต และ 1 คนถูกจับ

SAS Assault on Iranian Embassysas-elite-service-1

  1. 2004 การสังหารหมู่ที่โคลบา

วันที่ 29 พฤษภาคม 2004 กลุ่มผู้ก่อการร้ายติดอาวุธสงครามและระเบิดจำนวน 4 คนได้บุกเข้าไปยังเขตอุตสาหกรรม และที่พักคนงานต่างชาติในเขตอุตสาหกรรมน้ำมันของซาอุดิอาระเบียหรือ The Oasis Compound ซึ่งกลุ่มผู้ก่อการร้ายดังกล่าวอ้างว่าเป็นสมาชิกกลุ่มอัลเคด้า  ได้ทำการสังหารหมู่ชาวต่างชาติในเขตบ้านพักคนงานต่างชาติ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 22 คน เป็นชาวอินเดีย 8 คน ชาวฟิลิปปินส์ 3 คน ชาวซาอุดิอาระเบีย 3 คน ชาวศรีลังกา 2 คน ชาวอียิปต์ อิตาลี แอฟริกาใต้ สวีเดน อังกฤษ และอเมริกัน อย่าง 1 คน โดยผู้เห็นเหตุการณ์กล่าวว่าผู้ก่อการร้ายจะถามตัวประกันเป็นรายคนว่านับถือศาสนาอะไร หากนับถือศาสนาอิสลามก็จะปล่อยตัวไป แต่หากนับถือศาสนาอื่นจะถูกจับปาดคอ ซึ่งมีผู้เคราะห์ร้าย 1 ศพ ถูกจับมัดกับรถและลากไปรอบบริเวณที่เกิดเหตุ

ซึ่งเหตุการณ์สังหารหมู่ครั้งนี้ ทางการซาอุดิอาระเบียถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากที่ปล่อยให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้ เพราะการสังหารหมู่ครั้งนี้กินเวลาถึง 1 วันเต็ม แต่คนร้ายกลับหนีไปได้ถึง 3 คนจากผู้ก่อเหตุทั้งสิ้น 4 คน

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

  1. วิกฤตการณ์ตัวประกันโรงละครมอสโก

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันที่ 23 ตุลาคม 2002 โดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายมุสลิมเชเชน 40-50 คนพร้อมอาวุธและระเบิดได้บุกยึดโรงละครมอสโกและจับตัวประกันไว้กว่า 850 คน ทางผู้ก่อเหตุได้ยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลรัสเซียถอนกองทัพออกจากดินแดนเชชเนีย และยุติสงครามเชชเนียครั้งที่ 2 ซึ่งหลังจากเหตุการณ์จับตัวประกันดำเนินมาเป็นเวลา 2 วัน หน่วยรบพิเศษ Alpha group ของกองทัพรัสเซียได้ทำการบุกชิงตัวประกัน โดยใช้การรมสารเคมีก่อนบุกเข้ายึดโรงละครคืนจากกลุ่มผู้ก่อเหตุ

ผลของการปฏิบัติการดังกล่าวคือ ผู้ก่อการร้ายเสียชีวิต 40 คน ตัวประกันเสียชีวิต 130 คนโดยเสียชีวิตจากผลของสารเคมีดังกล่าว  ทำให้รัฐบาลรัสเซียถูกประณามจากทั่วโลกว่าใช้วิธีการชิงตัวประกันโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย

1288103269-the-moscow-theatre-hostage-crisis-remembered--moscow_486770moscow-siege_2455969b

  1. วิกฤติการณ์ 2008 ผู้ก่อการร้ายบุกมุมไบ

การก่อการร้ายครั้งนี้นับว่าเป็นการก่อการร้ายที่อุกอาจและรุนแรงมากที่สุดครั้งหนึ่งของอินเดีย เหตุการณ์นี้เริ่มต้นจากการที่ผู้ก่อการร้ายชาวปากีสถานจำนวน 12 คนพร้อมอาวุธสงครามและระเบิด ล่องเรืองจากเมืองการาจีประเทศปากีสถาน ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2008 และทำการจี้เรือหาปลาของอินเดีย ก่อนจะสังหารชาวประมงและกัปตันเรือทั้งหมด 5 คน และแทรกซึมเข้าสู่เมืองมุมไบประเทศอินเดีย หลังจากนั้นในวันที่ 26 พฤศจิกายน กลุ่มผู้ก่อการร้ายได้ทำการแบ่งกลุ่มกันโจมตีสถานที่ต่างๆในเมืองมุมไบ ทั้งโรงแรม สถานีรถไฟ ร้านอาหาร โดยใช้ปืนไรเฟิล AK-47 และระเบิดมือ เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ เสียชีวิตและถูกจับเป็นตัวประกันจำนวนมาก

เหตุการณ์ครั้งนี้กลุ่มผู้ก่อการร้ายไม่ได้ยื่นข้อเรียกร้องใดใดต่อทางการ หลังจากการโจมตีเริ่มต้นขึ้นหน่วยคอมมานโดของอินเดียได้เข้ามาปฏิบัติการปราบปรามและช่วยเหลือตัวประกัน สุดท้ายเหตุการณ์จบลงโดยมีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 164 คน รวมทั้งผู้ก่อการร้าย 10 คน 1 ในผู้ก่อการร้ายถูกจับเป็นได้ก่อนจะถูกพิพากษาประหารชีวิตในเวลาต่อมา

A policeman walks with elderly man after shootings by unidentified assailants at a railway station in Mumbaimumbai-gunshot_1121991c

  1. วิกฤติการณ์จับตัวประกันโรงเรียนเบสแลน

เหตุการณ์จับตัวประกันครั้งนี้เกิดขึ้นในโรงเรียนเบสแลน เมืองเบสแลน ประเทศNorth Ossetia–Alania ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรัสเซียในวันที่ 1 กันยายน 2004 โดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายมุสลิมอินกัส และเชเชนจำนวน 32 คน จับตัวประกันไว้กว่า 1,100 คน ซึ่งเป็นเด็กๆถึง 777 คน โดยยื่นข้อเรียกร้องให้ยอมรับในเอกราชของเชชเนีย และให้สหประชาชาติกับรัสเซียถอนกองทัพออกจากดินแดนเชชเนีย หลังจากเหตุการณ์ดำเนินมาถึงวันที่ 3 กองกำลังทหารรัสเซียได้ทำการบุกเข้าชิงตัวประกัน โดยเกิดการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายอย่างรุนแรงทั้งระเบิด และอาวุธสงคราม

ผลจากการบุกเข้าชิงตัวประกันครั้งนี้ทำให้กลุ่มผู้ก่อการร้ายเสียชีวิต 31 คน ถูกจับ 1 คน ทหารรัสเซียประมาณ 10 คนเสียชีวิต ตัวประกันเสียชีวิตมากกว่า 385 คน เป็นเด็กๆ 186 คน

premeditated4960855921_b9e8ace722_z

  1. เหตุการณ์ก่อการร้าย 11 กันยายน 2001

เหตุการณ์ก่อการร้ายครั้งนี้ นับเป็นการก่อการร้ายครั้งใหญ่ที่สุดของโลก เกิดขึ้นโดยการบุกจี้เครื่องบินของกลุ่มผู้ก่อการร้ายมุสลิมอัลเคด้า เพื่อโจมตีต่อสหรัฐอเมริกาในแผ่นดินของสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำหนดเป้าหมายเป็นสถานที่สำคัญของอเมริกา ในนิวยอร์ค, วอร์ชิงตัน ดีซี ก่อการโดยผู้ก่อการร้าย 19 คน ซึ่งทำการจี้เครื่องบิน 4 ลำ คือ สายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ เที่ยวบิน 11 สายการบินยูไนเต็ทแอร์ไลน์ เที่ยวบิน 175 สายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ เที่ยวบิน 77 และสายการบินยูไนเต็ทแอร์ไลน์ เที่ยวบิน 93

ซึ่งเครื่องบินอเมริกันแอร์ไลน์เที่ยวบิน 11 พุ่งเข้าชนตึกเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ตึก 1 เครื่องบินยูไนเต็ทแอร์ไลน์เที่ยวบิน 175 พุ่งเข้าชนตึกเวิร์ลเทรดเซ็นเตอร์ตึก 2 เครื่องบินอเมริกันแอร์ไลน์เที่ยวบิน 77 พุ่งชนอาคารเพนตากอน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ส่วนเครื่องบินยูไนเต็ทแอร์ไลน์เที่ยวบิน 93 ตกในเพนซิลวาเนียจากการต่อสู้ของเหล่าผู้โดยสารกับผู้ก่อการร้าย

การก่อการร้ายในครั้งนี้ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 2977 คน ผู้ก่อการร้ายเสียชีวิต 19 คน มีผู้บาดเจ็บกว่า 6,000 คน ความเสียหายทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่ากว่า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

120917-9_11_wmain9-11Photo_byJimMacMillan

 

Share.

About Author

Comments are closed.