4 ข้อเท็จจริงกรณีการถอดถอน “ยิ่งลักษณ์” ปมจำนำข้าว

0

ในวันที่ 9 มกราคม 2558 นี้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) จะมีการประชุมเปิดคดีถอดถอนอดีตนายกรัฐมนตรี น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จากกรณีข้อกล่าวหาปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตและเกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ในโครงการจำนำข้าว ซึ่งแม้ว่าคดีจำนำข้าวนั้นจะเป็นที่สนใจของประชาชนทั้งประเทศ แต่ในความเป็นจริงแล้วข้อเท็จจริงที่เห็นได้ชัดเจนในปัจจุบันกลับมีการพูดถึงน้อยมาก สื่อต่างๆล้วนแต่มุ่งประเด็นไปที่การถอดถอน และข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตเช่น ข้าวหาย ข้าวเน่า หรือแม้แต่ตัวเลขการขาดทุนที่เกิดขึ้นในโครงการนี้ วันนี้ทีมงาน i-Space Thailand จึงขอรวบรวมเอาข้อเท็จจริงเรื่องโครงการจำนำข้าวจนถึงการดำเนินคดีและการถอดถอนมาตีเผยแพร่

13896720061389672118l

1. โครงการจำนำข้าวนั้นเป็นโครงการอุดหนุนราคาสินค้าการเกษตรที่มีมาตั้งแต่ยุครัฐบาลพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และมีการดำเนินโครงการนี้เรื่อยมาทุกรัฐบาล การขาดทุนของโครงการนี้ก็มีมาในทุกรัฐบาลเช่นกัน และเป็นเรื่องปกติของมาตรการอุดหนุนราคาสินค้าการเกษตรทั้งโลก เพราะถือเป็นมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร มิใช่มาตรการหากำไร

2. กรณีข้าวหาย หรือเสื่อมสภาพ ใครคือผู้รับผิดชอบ? ในกรณีของการจำนำข้าวในรัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ใช้ระบบเดียวกันทั้งหมด รัฐบาล น.ส. ยิ่งลักษณ์ ก็เช่นกัน การเก็บข้าวในโกดังนั้นมีการทำสัญญาเช่ากับเอกชน ซึ่งในส่วนนี้คู่สัญญาในฝ่ายของภาครัฐก็คือ องค์การคลังสินค้า(อคส.) หรือองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อ.ต.ก.) ทำกับคู่สัญญา คือ เจ้าของโกดัง และมีผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าวที่เรียกว่าบริษัทเซอร์เวเยอร์ ซึ่งสัญญารับฝากข้าวดังกล่าวถือเป็นสัญญาทางแพ่ง มีการรับผิดทางแพ่งอย่างชัดเจน ดังนั้นเมื่อมีข้าวหาย หรือเสื่อมสภาพ เจ้าของโกดังและเซอร์เวเยอร์ต้องรับผิดชอบร่วมกันตามสัญญาที่ได้ระบุไว้

13699662891369966322l

3. ข้อกล่าวหาต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ อดีตนายกรัฐมนตรีในกรณีโครงการจำนำข้าวยึดตามสำนวนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) คือ ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตและเกิดความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว หากแต่การกล่าวหาเรื่องการปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริตนั้น ย่อมต้องสามารถพิสูจน์ว่ามีการทุจริตเกิดขึ้นแล้วเสียก่อน แต่ในปัจจุบันคดีการทุจริตในโครงการจำนำข้าวนั้นกลับยังไม่มีปรากฏ ยกเว้นแต่ความพยายามที่จะเอาผิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ เท่านั้น

news_img_556825_1

4. อำนาจของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในการถอดถอนอดีตนายกรัฐมนตรี ตามสำนวนคดีที่มีการถอดถอนอดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้นเป็นข้อกล่าวหาและอาศัยอำนาจการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งยกเลิกไปแล้วตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(คสช.) ดังนั้นจึงต้องยึดตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ซึ่งถูกบังคับใช้อยู่ และไม่มีมาตราไหนในรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ที่ระบุให้อำนาจในการถอดถอนอดีตนายกรัฐมนตรี

1.317

จากที่กล่าวมาทั้ง 4 ข้อนับว่าเป็นข้อเท็จจริงที่มีผู้รับทราบในสังคมน้อยกว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตโครงการจำนำข้าว จึงอยากให้ผู้อ่านนั้นแยกแยะระหว่าง “ข้อกล่าวหา” และ “ข้อเท็จจริง” ออกจากกัน

ที่สำคัญสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)เองซึ่งเป็นผู้รับเอาคดีนี้ไปพิจารณาถอดถอนนั้น ต้องทบทวนเรื่องข้อเท็จจริง ความผิดที่ชี้ชัดได้ และอำนาจของสนช.ด้วย เพราะเชื่อว่าสนช.ต้องการที่จะแก้ไขกรณีจำนำข้าวด้วยความเป็นธรรมในอำนาจที่มีอยู่ มากกว่าจะเพิ่มความขัดแย้งด้วยการตัดสินแบบเลือกข้างทางการเมืองโดยไม่สนใจข้อเท็จจริงและความเป็นธรรม

Share.

About Author

Comments are closed.