รัฐธรรมนูญ 2558 ร่างกฎหมายพิสูจน์อุดมการณ์

0

เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันในวงสังคมเป็นอย่างมากเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ.2558 ซึ่งกำลังยกร่างกันอยู่ในขณะนี้ ถึงความเป็นประชาธิปไตยจากกรณีของการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ซึ่งได้สะท้อนผ่านมุมมอง และข้อเสนอของคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2558 ซึ่งมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ

ซึ่งแนวทางการใช้อำนาจของประชาชนผ่านระบบการเลือกตั้งที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2558 นี้ อาจเรียกได้ว่ามีการย้อนกลับแนวคิดไปหลังยุคการร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 เสียอีก ทั้งนี้พิสูจน์ได้จากแนวคิดของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2558 ซึ่งมีแนวคิดที่ต้องการจำกัดอำนาจของประชาชนในการใช้สิทธิเลือกตั้ง เช่น การลดจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) ซึ่งทำให้สัดส่วนสมาชิกรัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมีจำนวนน้อยลง การเสนอให้นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน

n20141121100117_99963

หรือที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือการให้สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.)มาจากการสรรหาทั้งหมด และเพิ่มอำนาจของสมาชิกวุฒิสภา เช่น การให้อำนาจ ส.ว. เสนอร่างกฎหมายได้ การให้อำนาจ ส.ว. ให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งรัฐมนตรี ซึ่งที่กล่าวมาล้วนแต่เป็นการลดอำนาจของบุคคลซึ่งได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน และเพิ่มอำนาจให้แก่บุคคลที่มาจากการแต่งตั้ง

นอกจากนี้การอภิปรายไม่ไว้วางใจยังเปลี่ยนจากระบบตรวจสอบเป็นระบบที่ทำลายเสถียรภาพทางการเมือง เนื่องจากหากรัฐบาลไม่ผ่านมติการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีผลให้สภาผู้แทนราษฎรสิ้นสภาพ เหลือเพียงวุฒิสภาทำหน้าที่แทน

22_205

สิ่งเหล่านี้คือข้อพิสูจน์ที่ชัดแจ้งว่าเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับ 2558 นี้มีความต้องการลดทอนอำนาจของประชาชน เพิ่มอำนาจของระบอบอุปถัมภ์จากการแต่งตั้งบุคคลจากกลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียว และมีความประสงค์ให้ระบอบการเมืองมีความอ่อนแอไร้เสถียรภาพ

นี่คือความแตกต่างจากเจตนารมณ์ในการร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 อย่างสิ้นเชิง เพราะรัฐธรรมนูญปี 2540 นั้นมีแนวคิดสำคัญคือการให้อำนาจแก่ประชาชน สร้างระบอบการเมืองที่เข้มแข็ง สร้างเสถียรภาพแก่รัฐบาล สร้างระบบรัฐสภาที่เข้มแข็ง สิ่งที่น่าตกใจคือแนวคิดนี้คือแนวคิดของรัฐธรรมนูญไทยเมื่อเกือบ 20 ปีก่อนกลับมีความเป็นประชาธิปไตย และเคารพอำนาจของประชาชนมากกว่าแนวคิดของรัฐธรรมนูญยุคปัจจุบัน

88436

ที่สำคัญกว่านั้น คือ “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เคยเป็นคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญที่เคยมีความศรัทธาในระบอบประชาธิปไตยที่เคารพอำนาจของประชาชนเมื่อ 18 ปีก่อน กลับกลายมาเป็นประธานคณะกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญปี 2558 ซึ่งลดทอนความเป็นประชาธิปไตยและอำนาจของประชาชน

605957

ทั้งนี้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เคยกล่าวไว้ในหนังสือ “เจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ” ของ สถาบันพระปกเกล้า เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2544 ในหน้า 43 , 44 และ 45 เนื้อหาสาระสำคัญก็คือ นายบวรศักดิ์ในช่วงปี 2540 เคยเชื่อมั่นว่า นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง ไม่สมควรมาจากการเสนอให้มีการแต่งตั้ง และสมาชิกวุฒิสภาควรมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน เพื่อเพิ่มส่วนร่วมของประชาชนในการปกครอง ให้อำนาจและศักดิ์ศรีแก่สมาชิกวุฒิสภาในการถอดถอนสมาชิกสภาผู้แทนฯและรัฐบาลได้ เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาก็มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

k1k2

หากแต่นายบวรศักดิ์ในปี 2558 กลับมีแนวคิดว่าการเลือกตั้งไม่ใช่สิ่งสำคัญ จากการให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2558 “ที่มาสภาที่สอง จะมาจากการเลือกตั้งหรือไม่นั้น มีความสำคัญน้อยกว่าบทบาทการทำหน้าที่ เพราะมีสภาที่หนึ่ง ซึ่งมาจากการเลือกตั้งอยู่แล้ว การทำหน้าที่ของสภาที่สองควรดูจากวุฒิว่า สามารถทำหน้าที่ได้ดีแค่ไหน แต่จะมาจากการเลือกตั้งหรือไม่ ไม่ใช่สิ่งสำคัญ”

นอกจากนายบวรศักดิ์แล้ว ยังมีอีกหลายความคิดเห็นที่น่าสนใจของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 และผู้สนับสนุนซึ่งยังคงมีบทบาททางการเมืองในปัจจุบัน ซึ่งมีการบันทึกไว้ในรายงานการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 วันศุกร์ที่ 5 กันยายน 2540 เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 เช่น

นายนรนิติ เศรษฐบุตร สมาชิกวุฒิสภา (ปัจจุบันเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.) อภิปรายสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ 2540 ยกเรื่องสังคมประชาธิปไตยยุคใหม่ ประชาชนต้องมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น และเน้นย้ำเรื่องเสรีภาพทางวิชาการ(หน้า 102,103)

DnQ5PsuMon110036

น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ ชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญมีเจตนาที่จะให้ประชาชน ใช้สิทธิปกป้องสิทธิของตัวเอง เนื่องจากการยึดอำนาจนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นการแย่งสิทธิของประชาชนและประชาชนมีสิทธิต่อต้าน(หน้า 28,31)

tnews_1368326392_8271

นายกระมล ทองธรรมชาติ ชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญ เป็นการสร้างฐานทางการเมืองของระบบประชาธิปไตยขึ้นใหม่ ที่กว้างขวางและมีประชาชนรองรับอย่างมั่นคง โดยประชาชนจะเป็นผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย แม้แต่วุฒิสภาก็ต้องเลือกตั้งมาจากประชาชน เพื่อเป็นการปฏิรูปการเมืองตามโครงสร้างใหม่ เพื่อให้เกิดเสถียรภาพทางการเมืองและประสิทธิภาพในการพัฒนาประเทศ ซึ่งจะเป็นการแก้ไขการเมืองอ่อนแอในอดีต(หน้า 108,110-116,119)

นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ อภิปรายสนับสนุนร่างรัฐธรรมนูญ 2540 บ่งบอกถึงการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนอย่างชัดเจน ชี้ให้เห็นบทบาทของสมาชิกรัฐสภาที่งดงาม สอดคล้องกับโลกยุคโลกาภิวัตน์(หน้า 52,53)

article_20102708_101629

นายชวน หลีกภัย อภิปรายยืนยันหลักการประชาธิปไตยที่แท้จริงผู้บริหารจะต้องมาจากประชาชนไม่ว่าจะเป็นระบอบเลือกตั้งแบบไหน และหลักอมตะของระบอบประชาธิปไตยคือผู้บริหารต้องมาจากประชาชน ไปจนถึงประชาชนต้องมีสิทธิตั้งรัฐบาลของเขาเองได้ เราไม่ควรปฏิเสธประชาชน(หน้า189,196,197,198)

09-43-01-2112426648

จากข้อความที่มีการบันทึกไว้นี้ ชัดเจนว่าเจตนารมณ์ของการร่างรัฐธรรมนูญ 2540 คือ ให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางอำนาจ ผู้บริหารต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ต่อต้านระบอบการแต่งตั้ง เน้นความยึดโยงกับประชาชน สร้างระบบการเมืองที่เข้มแข็ง

แต่น่าสนใจว่าหลักการประชาธิปไตยเหล่านี้กลับถูกลืมเลือนไปโดยกลุ่มคนกลุ่มเดียวกันนี้ ที่หันมาสนับสนุนระบบลากตั้ง ไม่เห็นความสำคัญของการเลือกตั้ง ไม่สนใจความเห็นของประชาชน และคนกลุ่มนี้บางคนถึงกับไปรับใช้ระบอบเผด็จการ ร่วมร่างกฎหมายที่ลิดรอนอำนาจประชาชน ทำลายประชาธิปไตย คำถามคืออะไรทำให้คนกลุ่มนี้เปลี่ยนแปลงอุดมการณ์ไปถึงเพียงนี้!!!

Share.

About Author

Comments are closed.