องค์กรสิทธิเรียกร้องรัฐบาลไทย หยุดการจับกุมพลเรือนในทางลับ

0

การที่กองทัพไทยทำการจับกุม และกักตัว พยานในคดีของทหารเองโดยไม่มีหมายศาลนั้นทำให้เกิดความกังวลอย่างมากว่าจะมีการพยายามปิดปากในทางการเมือง องค์กรสิทธิมนุษยชน (Human Right Watch) กล่าววันนี้ การกักตัวพยานปากสำคัญถึงหกวันนั้นมีความเสียงสูงมากว่าจะมีการซ้อมทรมาณเกิดขึ้น

ในวันที่ 11 มีนาคม 2015 ทหารห้านายได้นำตัว ณัฐธิดา มีวังปลา ไปจากบ้านของเธอที่จังหวัดสมุทธปราการ ณัฐธิดา เป็นพยาบาลอาสา และพยานผู้เห็นเหตุการณ์ที่ทหารยิงพลเรือนเสียชีวิต ในปี 2553 ในระหว่างการเผชิญหน้าการระหว่างรัฐบาลอภิสิทธิ์และกลุ่มคนเสื้อแดงที่สนับสนุนทักษิณชินวัตร

เป็นเวลากว่า 6วัน ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ปฎิเสธการรับรู้ถึงการจับกุมในครั้งนี้ในทางสาธารณะ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลใจอย่างมากถึงความปลอดภัยของเธอ อย่างไรก็ดี ในวันที่ 17 มีนาคม กองทัพก็ได้นำส่งตัวเธอมายังกองบัญชาการตำรวจนครบาล และตั้งข้อหาก่อการร้ายกับเธอ และยังปฎิเสธการประกันตัว พลเอกประยุทธ จันทรโอชา กล่าวว่า ณัฐธิดา ได้ถูกสอบสวนและพบว่ามีความเกี่ยวข้องกับการระเบิดศาลอาญาเมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา

“การจับกุมและกักตัว ณัฐธิดา มีวังปลา โดยกองทัพ เป็นสัญญาณอันตราย” แบรด อดัม ประธานองค์กรสิทธิมนุษยชนประจำทวีเอเชียกล่าว “การนำตัวพยานเรื่องอาชญากรรมของทหารไปเป็นเวลาถึงหกวันโดยขาดการติดต่อ เป็นการละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรง และมันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วภายใต้กฎอัยการศึก”

องค์กรสิทธิมนุษยชน หรือฮิวแมนไรท์วอชได้แสดงท่าทีกังวลอย่างมากต่อการกักตัวของกองทัพในทางลับอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คสช นำโดยพลเอกประยุทธ ได้ทำการกักตัวนักการเมือง นักกิจกรรม นักข่าว และบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนรัฐบาลก่อนหน้า ไม่เคารพต่อสถาบันกษัตริย์ และเกี่ยวข้องกับการต่อต้านรัฐประหาร รวมหลายร้อยคน รัฐบาลทหารอ้างว่าหมายจับนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เพราะประเทศอยู่ภายใต้กฎอัยการศึก

หลายคนที่กล่าวมานั้นถูกกักตัวโดยที่ไม่สามารถติดต่อได้ในที่ที่ไม่เป็นทางการ เช่นค่ายทหาร บุคคลของกองทัพได้ทำการสอบสวนผู้ถูกกักขังโดยเขาไม่สามารถมีทนายหรือการคุ้มครองจากการถูกทำร้ายได้ และ คสช ก็ไม่ได้ทำการให้ข้อมูลบุคคลที่ถูกกักตัวในทางลับแต่อย่างใด

มันทำให้เกิดความเสี่ยงอย่างมากว่าจะมีการหายตัวไป การซ้อมทรมาณ หรือการกระทำที่ไม่ดีต่อผู้ที่ถูกกักตัวโดยที่ไม่สามารถติดต่อได้ โดยการกักตัวอย่างไม่เป็นทางการ การจงใจทำให้บุคคลหายตัวไป ภายใต้กฎหมายสากลว่าด้วยการกักตัวบุคคลโดยทางการ ไม่ให้เสรีภาพกับเขา และไม่เปิดเผยที่อยู่หรือชะตากรรมของเขานั้น เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ภายใต้กฎความร่วมมือด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิด้านการเมืองสากลที่ไทยนั้นได้ทำข้อตกลงไว้ ในข้อตกลงนี้ได้หมายรวมการห้ามให้มีการกักขังบุคคลโดยมิชอบ การทรมาณ การลดทอนความเป็นมนุษย์ และการประหารชีวิต ด้วย

“การที่กองทัพกักตัวบุคคลในทางลับนั้นเป็นปัญหาที่น่ากังวลมาก และมันจะนำไปสู่หายนะ ถ้าวันหนึ่งผู้ที่ถูกกักตัวไปเกิดเสียชีวิตขึ้นมา” อดัมกล่าว “กองทัพต้องหยุดการกระทำเช่นนี้ในทันที”

Share.

About Author

Comments are closed.