“นักเลือกตั้ง” กับ “นักลากตั้ง” สุดท้ายก็แค่วาทกรรม

0

ตลอดระยะเวลาที่มีความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยห้วงหลายปีที่ผ่านมา “วาทกรรม” ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่สุดในการทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม และหนึ่งใน “วาทกรรม”ที่สำคัญที่สุดที่ยกมาเพื่อทำลายความชอบธรรมของนักการเมืองก็คือ “นักเลือกตั้ง”

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า “นักการเมือง” ในระบอบประชาธิปไตย แน่นอนว่าจะต้องผ่านการเลือกตั้ง ดังนั้นหากไม่นำมาใช้ในบริบทเพื่อทำลายล้างทางการเมือง “นักการเมือง” ก็คือ “นักเลือกตั้ง”

แต่ในทางกลับกันท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทย คนกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่ได้มีความศรัทธาในระบอบการเลือกตั้ง มีความคิดว่าการเลือกตั้งนั้นไม่ใช่เส้นทางที่ตนเองสามารถก้าวเข้ามาสู่อำนาจทางการเมืองได้ ก็มีความพยายามที่จะทำลายความน่าเชื่อถือของระบบการเลือกตั้งของประเทศมาเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการใช้คำว่า “การเมืองจากอำนาจเงิน” ซึ่งสะท้อนออกมาในการประท้วงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในประเทศไทยในห้วงเวลา 10 กว่าปีที่ผ่านมานี้

1415014616-481659019-o

ฝ่ายรัฐบาลที่ได้เสียงข้างมากในรัฐสภามาจากการเลือกตั้ง ถูกโจมตีว่าใช้เงินในการซื้อเสียง โจมตีว่านักการเมืองที่มาจากระบบการเลือกตั้ง ไร้ซึ่งคุณธรรมจริยธรรม เข้ามาสู่การเมืองด้วยอำนาจของเงิน และต้องการจะถอนทุนคืนด้วยการทุจริต หรือการให้ผลประโยชน์ทับซ้อนผ่านช่องทางที่นักการเมืองสามารถทำได้

ต้องยอมรับว่าการสร้างวาทกรรมเรื่อง “นักเลือกตั้ง” นั้นสามารถทำให้ประชาชนกลุ่มหนึ่งในประเทศคล้อยตาม และเชื่อว่า นักการเมือง หรือ “นักเลือกตั้ง” นั้นมีภาพที่ชั่วร้าย เข้ามาสู่การเมืองจากอำนาจเงิน และจะทำการทุจริตเพื่อสร้างผลประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้อง จนนำไปสู่การเคลื่อนไหวล้มรัฐบาล และการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ที่พยายามป้องกันไม่ให้นักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งมีอำนาจมากเกินไป ทั้งรัฐธรรมนูญ 2550 และ ร่างรัฐธรรมนูญ 2558 ที่กำลังยกร่างกันอยู่ในขณะนี้

731587-img-1387791249-11416540411-newsimg547-o

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรัฐประหาร 2557 ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นการล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และขับไล่ “นักเลือกตั้ง” ที่ชัดเจนที่สุด เพราะการรัฐประหารครั้งนี้ เกิดขึ้นได้จากความพยายามของกลุ่ม กปปส. ที่นำโดยบุคคลที่ต้องการให้มีการปฏิรูประบบการเลือกตั้ง ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง โดยแกนนำพรรคฝ่ายค้าน บรรดานักเคลื่อนไหวที่ต่อต้านการเลือกตั้ง รวมไปถึงกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็น “คนดี” มีจริยธรรมคุณธรรมสูงส่งอีกหลายเครือข่าย ซึ่งอาจเรียกคนกลุ่มนี้ได้ว่า “นักลากตั้ง” เพราะพวกเขาคือกลุ่มบุคคลที่พยายามเข้าสู่อำนาจทางการเมือง โดยผ่านวิธีการสรรหา แต่งตั้ง หรือเรียกแบบภาษาชาวบ้านว่า “ลากตั้ง”

527014-01

เมื่อมีการรัฐประหารเกิดขึ้น กลุ่มคนดีที่เรียกว่า “นักลากตั้ง” เหล่านี้ก็ได้รับการตบรางวัลด้วยการเข้ามามีอำนาจทางการเมืองทั้งภายในรัฐบาล สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสภาปฏิรูปแห่งชาติ แต่การเข้ามาสู่อำนาจทางการเมืองเช่นนี้ย่อมทำให้สังคมสามารถสืบทราบพฤติกรรมของกลุ่ม “นักลากตั้ง” เหล่านี้ได้ง่ายขึ้น

กล่าวคือ สังคมไทยกำลังตั้งคำถามถึงความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดินของกลุ่มบุคคลที่มาจากการรัฐประหาร และแต่งตั้งเหล่านี้ ซึ่งความสามารถในเชิงการบริหารของคนกลุ่มนี้สะท้อนผ่านความสามารถในการบริหารงานของรัฐบาลไม่ว่าจะในเรื่องของ การเมืองการปกครอง การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งหลังการรัฐประหารก็ยิ่งมีแต่ปัญหา

ในส่วนของ “นักลากตั้ง” ที่เข้าสู่อำนาจทางการเมืองผ่านทางสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และสภาปฏิรูปแห่งชาติ ก็กำลังถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างต่อเนื่องในเรื่องของคุณธรรมจริยธรรม จากเรื่องการแต่งตั้งเครือญาติเข้ามารับตำแหน่งผู้ช่วยส่วนตัว ผู้ชำนาญการฯ และผู้เชี่ยวชาญฯประจำตัว เพื่อกินเงินภาษีของประชาชนกันอย่างโจ่งแจ้ง

14156723931415672411l

โดยล่าสุดได้มีการเปิดเผยรายชื่อ 12 สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติที่แต่งตั้งเครือญาติมาดำรงตำแหน่งกินเงินภาษีของประชาชน ต้องยอมรับว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้ คือ ผู้ที่อ้างตนว่าเป็นคนดี มีคุณธรรมจริยธรรมสูงส่ง และชี้หน้านักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งว่าเป็น “นักเลือกตั้ง” ที่ไร้คุณธรรมจริยธรรม โกงกิน มีผลประโยชน์ทับซ้อน มาโดยตลอด แต่วันนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า “นักลากตั้ง” เหล่านี้ก็มีพฤติกรรมที่เลวร้ายยิ่งกว่า “นักเลือกตั้ง” ที่พวกเขาโจมตีและรังเกียจเสียอีก

56054

อย่าลืมว่า “นักเลือกตั้ง” จะอย่างไรก็เข้าสู่อำนาจผ่านการเลือกตั้งของประชาชน หากแต่ “นักลากตั้ง” เหล่านี้เข้าสู่อำนาจผ่านการแต่งตั้งของบุคคลเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่สำคัญพวกเขามักอ้างถึง ความดี คุณธรรม จริยธรรมกันอยู่เสมอ หากแต่พฤติกรรมนั้นกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง

นอกจากนี้ “นักลากตั้ง” เหล่านี้ในส่วนของกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ยังมีแนวคิดที่จะลดจำนวน รวมถึงอำนาจของ “นักเลือกตั้ง” ผ่านระบบการเลือกตั้งใหม่ที่กำลังยกร่างกันอยู่ อีกทั้งพยายามเพิ่มอำนาจของ “นักลากตั้ง” ผ่านสัดส่วนของสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งจะมาจากการลากตั้งทั้งหมด และเปิดช่องให้ “นักลากตั้ง” มีโอกาสเข้าสู่ตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ผ่านกลไกที่เปิดช่องให้ นายกรัฐมนตรี ไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง

safe_image

จากการกระทำทั้งหมดนี้ คำว่า “นักเลือกตั้ง” จึงเป็นเพียงแค่ “วาทกรรม” ของ “นักลากตั้ง” ที่ใช้ทำลายนักการเมือง และระบบการเลือกตั้งของประชาชนเท่านั้น เพราะว่ากันที่พฤติกรรม “นักลากตั้ง” นั้นอาจจะเลวร้ายมากกว่าเสียอีก!!!!!

Share.

About Author

Comments are closed.