ค้ามนุษย์ สถานการณ์ที่ผู้มีอำนาจรู้เห็น

0

ปัญหาแรงงานทาสหรือการค้ามนุษย์ข้ามชาติ หรือที่เรียกรวมๆได้ว่า การค้ามนุษย์ นั้นมิใช่เรื่องใหม่ที่พึ่งจะเกิดขึ้นในสังคมไทย ดังที่เห็นในข่าวตามหน้าสื่อในช่วงที่ผ่านมาเท่านั้นแต่เป็นปัญหาที่มีมายาวนานนับสิบๆปีแล้วทั้งในสังคมไทยและสังคมในแถบอาเซียน

ปัญหาการค้ามนุษย์นั้นเป็นที่พูดถึงและจริงจังกันอย่างมากในสังคมโลกตั้งแต่เมื่อ 65 ปีก่อน ภายใต้กรอบความร่วมมือระดับนานาชาติว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์ ในพิธีสารเพื่อป้องกัน ปราบปราม และลงโทษการค้ามนุษย์ โดยเฉพาะสตรีและเด็ก (The Protocol to Prevent, Suppress and Punish Trafficking in Persons, especially Women and Children) เพิ่มเติมอนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ (United Nations Convention Against Transnational Organized Crime) เรื่อยมาจนการทำปฏิญญาอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์ รวมทั้งการประกาศใช้กฏหมายต่อต้านการค้ามนุษย์ หรือ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 ที่ประกาศใช้ในสมัยรัฐบาลของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อนึ่งนั่นแปลว่าแม้แต่ในช่วงรัฐบาลพิเศษที่มาจากการแต่งตั้งและมีนายกรัฐมนตรีเป็นคนของกองทัพในช่วงสมัยของพล.อ.สุนยุทธ์เองก็ไม่มี “ความสามารถ” ที่จะแก้ปัญหาได้ ไม่เช่นนั้นสถานการณ์การค้ามนุษย์คงไม่บานปลายเช่นปัจจุบันหากมั่นใจว่าทหารและกองทัพสามารถแก้ปัญหาได้ดีกว่ารัฐบาลพลเรือน

อย่างไรก็ดีเมื่อพิจารณาระดับของประเทศไทยในเรื่องการค้ามนุษย์แล้ว ตั้งแต่หลังประกาศใช้พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่มสอง (กลุ่มประเทศที่กำลังดำเนินการพยายามให้เข้าข่ายมาตรฐานขั้นต่ำของกฏหมายสหรัฐอเมริกา) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 จนถึงปี พ.ศ. 2556[1] ก่อนที่จะถูกลดระดับมาเป็นประเทศกลุ่มสาม[2] (กลุ่มประเทศที่ไม่ดำเนินการตามกฎหมาย และล้มเหลวในการปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง) นั่นแปลว่าในรัฐบาลที่ผ่านมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 – ปัจจุบันประสบความล้มเหลวและไม่มีการดำเนินการในการต่อต้านและปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง คำถามสำคัญคือรัฐบาลที่ผ่านมาเช่นรัฐบาลพลเรือนไม่ได้สนใจที่จะแก้ปัญหาอย่างจริงจัง หรือ ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างจริงจังเพราะเงื่อนไขบางอย่างกันแน่?

ปัญหาแรงงานทาส หรือ ปัญหาการค้าแรงงานมนุษย์ของไทยนั้นมีปัญหาไทยทั้งสามด้าน เพราะไทยเป็นทั้งประเทศต้นทาง (ประเทศที่มีการลักลอบนำแรงงานภายในประเทศส่งออกไปเป็นแรงงานทาสที่ต่างประเทศ) ประเทศทางผ่าน (ประเทศที่เป็นทางผ่านนำแรงงานทาสจากประเทศเพื่อนบ้านเดินทางผ่านเขตแดนไทยเพื่อส่งต่อไปยังประเทศอื่นๆ) และ ประเทศปลายทาง (ประเทศที่ลักลอบนำเอาแรงงานทาสเข้ามาพักพิงและใช้แรงงานทาสเพื่อกิจการหรือธุรกิจของนายทุนภายในประเทศ) แน่นอนการนำแรงงานผิดกฎหมายผ่านด่านตรวจตามชายแดนเข้ามาในประเทศเพื่อใช้แรงงานภายในหรือเพื่อส่งต่อไปยังประเทศอื่นๆนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย คำถามคือเหตุใดแรงงานเหล่านั้นจึงสามารถถูกลักลอบพาเข้ามาใช้แรงงานทาสในไทย หรือส่งต่อไปยังประเทศอื่นๆได้?

ตามรายงานการค้ามนุษย์ในไทยของสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำปี พ.ศ. 2557 ระบุว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐของไทยทั้งพลเรือนและทหาร[3]มีส่วนร่วมและมีผลประโยชน์ร่วมในการค้ามนุษย์ อีกทั้งยังเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการจัดหาที่พักและส่งต่อแรงงานทาสในฐานะ “นายหน้า” ของกระบวนการค้ามนุษย์ จากข้อมูลเหล่านี้หากย้อนกลับมามองข่าวการค้าแรงงานไทยที่เกิดขึ้นจากการลักลอบส่งแรงงานไทยไปใช้แรงงานในเรือประมงที่อินโดนีเซียก็คงจะตอบหลายๆคำถามได้ในระดับหนึ่งว่า แรงงานเหล่านั้นถูกลักลอบส่งออกจากไทยเข้าไปยังน่านน้ำของอินโดนีเซียได้อย่างไร? และจากสถิติที่ผ่านมาตามรายงานของสถานฑูตสหรัฐอเมริกาในเรื่องการค้ามนุษย์ในไทยก็คงจะตอบไปเป็นอย่างดี ว่าสถานการณ์การค้ามนุษย์ในไทยนั้นไม่ใช่ “การพัฒนาขึ้น” แต่เป็น “การลดระดับ” ลง แม้จะมีการประกาศใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์แล้วก็ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น อย่างไรก็ดีดังที่รายงานได้บอกอย่างชัดเจนว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐไทยทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจที่มีส่วนรู้เห็นกับขบวนการค้ามนุษย์ในไทยซึ่งผู้ที่มีส่วนร่วมนั้นย่อมไม่น่าใช่เจ้าหน้าที่ระดับล่างแน่นอน นั่นแปลว่าถึงที่สุดแล้วในทางหนึ่งไม่ใช่รัฐบาลพลเรือนที่ผ่านมานั้นไม่จริงจังในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ แต่น่าจะอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถแก้ไขได้เสียมากกว่า มองแค่รายงานที่ไทยถูกลดระดัยเป็นประเทศกลุ่มสามในปี พ.ศ.2557 ทั้งที่ก่อนหน้านั้นอยู่ในกลุ่มสองมาตลอดนั้นก็คงชี้ชัดแล้วว่าใคร “จริงจัง” กับการแก้ปัญหานี้มากกว่ากัน

 

 

 

อ้างอิงจาก

รายงานการค้ามนุษย์ ของสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ตั้งแต่พ.ศ.2552-2557

ไทยกับการค้ามนุษย์ http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/581932

[1] อ้างอิงจากรายงานการค้ามนุษย์ประจำปี พ.ศ.2552 ถึง พ.ศ. 2557 สถานทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพฯ ประเทศไทย

[2] ตามรายงานของรอยเตอร์ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 57 รายงานว่าไทยอาจจะถูกลดระดับเป็นประเทศกลุ่มสามในปัญหาการค้ามนุษย์ขณะเดียวกันในรายงานการค้ามนุษย์ประจำปี พ.ศ.2557 ของสถานฑูตสหรัฐอเมริกาก็ออกรายงานลดระดับประเทศไทยเป็นประเทศกลุ่มที่สาม

[3] ตามรายงานระบุถึงเจ้าหน้าที่ทหารของกองทัพเรือ กองทัพบก และตำรวจเป็นหลัก (รายงานการค้ามนุษย์ประจำปี พ.ศ.2557 สถานทูตสหรัฐอเมริกา กรุงเทพฯ ประเทศไทย)

Share.

About Author

Comments are closed.