องค์กรสิทธิ์แห่งสหประชาชาติ เตือนรัฐบาลไทยในการประกาศใช้อำนาจที่ป่าเถื่อน

0

ข้าหลวงใหญ่ขององค์กรสิทธิแห่งสหประชาชาติ ซีท ราอัท อัล ฮุสเซ็น ได้ส่งสัญญาณเตือนรัฐบาลทหารไทยว่า การประกาศของคณะรัฐบาลทหารในวันนี้ส่งผลให้มีการบังคับใช้กฎหมายจากรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่ให้อำนาจหัวหน้ารัฐบาลทหารอย่างอิสระ  มาตรานี้ที่ถูกประกาศออกมานั้นเป็นการเหวี่ยงแหบังคับใช้อำนาจต่อพลเมืองไปจนถึงบุคลากรของกองทัพเอง ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนของประเทศ และกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

ในวันพุธที่ผ่านมา รัฐบาลของกองทัพนำโดยพลเอกประยุทธ จันทรโอชาได้อนุมัติคำสั่งให้ยกเลิกกดอัยการศึก และแทนที่ด้วยอำนาจพิเศษภายใต้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว

“ปกติแล้วฉันจะรู้สึกพออกพอใจมากที่มีการยกเลิกกฎอัยการศึก โดยเฉพาะเมื่อมันเป็นในประเทศไทยด้วย” ข้าหลวงใหญ่กล่าว “แต่ฉันตกใจมากเมื่อมีการตัดสินใจแทนที่กฎอัยการศึกด้วยอะไรบางอย่างที่ป่าเถื่อนกว่า ที่ให้อำนาจอย่างไร้ขีดจำกัดต่อนายกรัฐมนตรีโดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากฝ่ายตุลาการแต่อย่างใด นี่เห็นได้ชัดว่าเป็นการเปิดประตูสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานอย่างแท้จริง ฉันขอร้องไปยังรัฐบาลว่าจะต้องไม่ใช้อำนาจพิเศษนี้อย่างบุ่มบ่าม ถึงแม้ว่ามันจะออกมาจากรัฐธรรมนูญชั่วคราว”

ภายใต้คำสั่งโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาตรา 44 บุคคลากรทหารที่มียศร้อยตรีขึ้นไปจะถูกตั้งเป็น “หน่วยรักษาความสงบ” ที่จะมีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย รวมถึงค้น จับกุม คุมขัง ใครก็ได้โดยไม่ต้องผ่านอำนาจจากตุลาการ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีอำนาจที่จะ “กระทำการใดๆก็ได้” ตามที่ คสช. สั่ง

มาตรา 44 จะให้อำนาจหัวหน้า คสช. พลเอกประยุทธ จันทรโอชา ในการออกคำสั่งด้านนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ ภายใต้คำสั่งเหล่านี้ทุกคำสั่งจะมีผลบังคับใช้ทันที ในทางรัฐธรรมนูญอย่างเด็ดขาด แม้ว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายใต้กฎหมายภายในประเทศและระหว่างประเทศก็จะกลายเป็นเรื่องถูกกฏหมาย และจะไม่มีพื้นที่ใดๆให้กับการตรวจสอบเลย หน่วยงานรักษาความสงบ จะพ้นภาระรับผิดชอบต่อความผิดในทางอาญา แพ่ง และทางวินัยใดๆเลยในทุกการกระทำที่กระทำภายใต้อำนาจพิเศษนี้

“การออกคำสั่งนี้ของ คณะ คสช. เมื่อวันพุธที่ผ่านมาได้ทำลายเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสิ้นเชิง” ซีทกล่าว “มันได้ให้อำนาจหน่วยรักษาความสงบในการสั่งห้าม ‘การรายงานข่าว’ การขายหรือแจกจ่าย หนังสือ สิ่งสิ่งพิมพ์ หรือสื่อใดๆที่ ‘อาจเป็นการสร้างความตื่นกลัวและสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน และเป็นส่งผลกระทบต่อความมั่นคง’ เสรีภาพในการชุมนุมก็จะยังคงถูกปิดกั้นต่อไป และก็จะยังมีการลงโทษที่รุนแรงต่อการชุมนุมที่มีผู้ชุมนุมเกินห้าคน”

“นี่หมายความว่ามันจะเป็นการกวาดล้างกระบวนการตรวจสอบและถ่วงถุลอำนาจทุกอย่างของรัฐบาล ซึ่งการยกเลิกกฎอัยการศึกนั้นก็ไร้ความหมายอยู่ดี” ซีดกล่าว

“ฉันขอร้องไปยังรัฐบาลไทย ให้ทำตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและคืนนิติรัฐให้กับพลเมืองโดยทันที ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ควรทำตั้งแต่หลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคมแล้ว” ซีทกล่าว

 

แปลจาก http://www.ohchr.org/EN/NewsEvents/Pages/DisplayNews.aspx?NewsID=15793&LangID=E

Share.

About Author

Comments are closed.