Simon Tisdall : ถึงเวลาที่ชาติตะวันตกต้องจัดการประยุทธ์ให้หนักกว่าเดิม

0

อย่าให้การยกเลิกกฎอัยการศึกหลอกลวงคุณ เพราะคณะรัฐประหารได้ทำการออกคำสั่งเผด็จการเพื่อลดท่าทีที่แข็งกร้าวของอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

การยกเลิกกฎอัยการศึกในประเทศไทยอาทิตย์นี้โดยผู้นำเผด็จการทหาร ประยุทธ์ จันทร์โอชาเปรียบได้กับการหลอกลวงต่างประเทศเช่น อเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ให้เชื่อมั่นว่าประเทศไทยกำลังกลับมาสู่สภาวะที่เป็นประชาธิปไตย หลังจากที่คณะเผด็จการทหารได้ทำการยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยคณะยึดอำนาจพยายามที่จะชักชวนนักลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะด้านการค้าและการท่องเที่ยวให้เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยเหมือนปกติ

26203c49e

อย่างไรก็ตามหลังจากมีการประกาศคำสั่งของคณะเผด็จการทหารในวันพุธที่ผ่านมานี้ ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อคณะเผด็จการทหารได้ใช้คำสั่งโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวที่พวกเขาเขียนขึ้นเอง หรือที่เรียกกันว่า “กฎหมายเผด็จการ” ซึ่งมาตราดังกล่าวนั้นให้อำนาจกับ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการใช้อำนาจเบ็ดเสร็จได้ภายใต้ตำแหน่งผู้นำคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)  และทำให้การกระทำทุกอย่างของประยุทธ์ ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วจะเห็นว่ามาตรา 44 นี้คุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากกว่ากฎอัยการศึกเสียอีก

“คำสั่งให้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 44 ของพล.อ.ประยุทธ์ จะทำให้ประเทศไทยต้องถูกฝังรากลึกลงไปในระบอบเผด็จการ ทั่วโลกไม่ควรหลงเชื่อไปตามการสับขาหลอกของเผด็จการไทยในครั้งนี้ เพราะการประกาศใช้มาตรา 44 นั้น ให้อำนาจเบ็ดเสร็จไม่สามารถตรวจสอบได้ โดยเฉพาะการสั่งขังประชาชนที่ต่อต้านรัฐบาลทหารอย่างผิดกฎหมายยังคงเพิ่มสูงขึ้น” Brad Adams ผอ. Human Right Watch Asia กล่าว

BAdamsHRW

ซึ่งในปัจจุบันคณะเผด็จการทหารได้มีการกักขังนักการเมือง นักกิจกรรม นักข่าวและประชาชนจำนวนหลายร้อยคนด้วยการใช้ข้อกล่าวหาว่าสนับสนุนรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, สนับสนุนการต่อต้านการยึดอำนาจ และ ไม่จงรักภักดีต่อสถาบันฯ ทาง Human Right Watch ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วยว่ากองทัพได้มีการสอบสวนบุคคลที่ถูกจับกุมในสถานที่ลับของกองทัพ และไม่มีการให้สิทธิในการต่อสู้ข้อกล่าวหาเลย

ในส่วนของพล.อ.ประยุทธ์เองก็มีลักษณะเช่นเดียวกับ “เผด็จการ” อื่น เขาพยายามที่จะอ้างความแตกต่างทางวัฒนธรรมของประเทศไทยกับต่างประเทศ และยืนยันว่าเขาเข้ามาเพื่อภารกิจ “คืนความสุขให้แก่ประชาชน” ซึ่งก็ถูกประชาชนนำมาล้อเลียนเป็นจำนวนมาก แม้ว่าสื่อและสถาบันต่างๆจะถูกควบคุมอย่างใกล้ชิดก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ล้อเลียนอยู่ดี เช่นเมื่อปีที่แล้วตอนที่คณะรัฐประหารประกาศห้ามการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน กลุ่มนักศึกษาได้เริ่มโครงการ “กินแซนวิชต้านรัฐประหาร” ซึ่งจะทำการไปนั่งกินแซนวิชในสถานที่ต่างๆเพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เมื่อไอเดียดังกล่าวเริ่มเป็นที่นิยม พล.อ.ประยุทธ์ ก็สั่งให้กองทัพจับกุมบุคคลที่มากินแซนวิชในที่สาธารณะเพราะเห็นว่าเป็นการหวังผลทางการเมือง

10433780_676540839086505_3938360483974036549_n10417830_676540935753162_4794424108238158568_n

อดีตนายพลที่แต่งตั้งตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ(คสช.) ผู้นี้ได้ยืนยันว่าเขานั้นไม่ได้ต้องการมาเป็นผู้นำประเทศ แต่ที่ต้องทำเป็นเพราะหน้าที่และความรับผิดชอบ อย่างไรก็ตามเขามักที่จะมีปฏิกิริยาต่อผู้ที่ตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์ความประพฤติของเขา เช่น เขาเคยเตือนนักข่าวเรื่องการนำเสนอข่าวว่า อาจถูกประหารชีวิตได้เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น

ประยุทธ์9

และก็เหมือนกับเผด็จการรูปแบบเดิมๆ ตารางการเลือกตั้งของประยุทธ์ นั้นเลื่อนออกไปเรื่อยๆ หลังจากที่เคยประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งในปีนี้ แต่ตอนนี้กลับมีการประกาศว่าต้องเลื่อนเป็นปีหน้าหรือล่าช้ากว่านั้น ในขณะเดียวกันคณะเผด็จการยังได้รับการช่วยเหลือในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าร่างขึ้นมาโดยมีจุดประสงค์เพื่อทำลายระบอบรัฐสภาที่เป็นประชาธิปไตย และป้องกันไม่ให้คนของตระกูล “ชินวัตร” ซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดจากประชาชนมาตั้งแต่ปี 2001 กลับเข้าสู่อำนาจทางการเมือง

1415014616-481659019-o

“รัฐธรรมนูญดังกล่าวได้อนุญาตให้บุคคลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีได้ในสภาวะฉุกเฉิน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นอันตรายต่อเสรีภาพและประชาธิปไตย เพราะเผด็จการสามารถอ้างคำว่า “ความมั่นคง” และ “สถานการณ์ฉุกเฉิน” เพื่อปลดความเป็นประชาธิปไตยได้เสมอ” Aron Shaviv นักวิเคราะห์ข่าวให้ความเห็น นอกจากนี้รัฐธรรมนูญใหม่นี้ยังระบุให้สมาชิกวุฒิสภาทั้ง 200 คนไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง นี่คือสิ่งที่ตอกย้ำว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ไม่ได้สร้างขึ้นมาบนพื้นฐานหลักการประชาธิปไตย แต่สร้างขึ้นมาเพื่อลดความเป็นประชาธิปไตย

สำหรับท่าทีของต่างประเทศนั้นอเมริกาซึ่งเป็นพันธมิตรที่ยาวนานของประเทศไทยนับตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนาม ก็มีความกังวลและแสดงท่าทีที่ชัดเจนในการต่อต้านระบอบเผด็จการทหารในประเทศไทย สะท้อนจากการที่ ประยุทธ์ ไม่เป็นที่ต้อนรับของรัฐบาลสหรัฐฯ เช่นเดียวกับญี่ปุ่นที่แสดงท่าทีและความต้องการเช่นเดียวกับสหรัฐฯ จากการเยือนญี่ปุ่นของ ประยุทธ์ ซึ่งนายกรัฐมนตรี ชินโซะ อาเบะ ได้กล่าวว่า “ขอให้คืนอำนาจให้แก่ประชาชนโดยเร็ว” ในขณะที่สหภาพยุโรปก็ออกมาประณามการยึดอำนาจจากประชาชน มีการยกเลิกการเยือนอย่างเป็นทางการระหว่างกัน และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

Thailand's PM Prayuth and Japan's PM Abe attend a joint news conference after their meeting at Abe's official residence in Tokyo

มีเพียงประเทศจีนเท่านั้นที่ออกมาให้การสนับสนุนประเทศไทยหลังจากมีการยึดอำนาจ โดยยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนจะยังคงเป็นเหมือนเดิม เนื่องจากจีนและไทยนั้นมีความต้องการที่จะสร้างระบบทางรถไฟที่เชื่อมโยงถึงกัน ซึ่งจีนจะได้รับผลประโยชน์ในหลายทาง

อย่างไรก็ตามรัฐบาลไทยยังคงต้องการการสนับสนุนทางธุรกิจจากอเมริกา ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป ทั้งทางด้านการค้า และการท่องเที่ยว เมื่อย้อนกลับไปดูการยกเลิกกฎอัยการศึก แล้วประกาศใช้อำนาจตามมาตรา 44 ถือว่าเป็นการเพิ่มระดับความเป็นเผด็จการมากยิ่งขึ้น ดังนั้นอเมริกา ญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป ก็ควรที่จะกดดันในระดับที่รุนแรงขึ้นเช่นกัน

 

 

 

Reference

http://www.theguardian.com/world/2015/apr/02/thailand-west-get-tough-prayuth-chan-ocha-junta-bangkok

Share.

About Author

Comments are closed.