“35-53-57” ทหารไทยไม่เคยเปลี่ยนแปลง

0

เดือนพฤษภาคม สำหรับประเทศไทยนั้นถือว่ามีเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองที่นำความสูญเสียมาสู่ประชาชนไทยหลายครั้งหลายหน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกองทัพไทยนั้นคือต้นเหตุที่ทำให้เกิดความรุนแรง จากการใช้อาวุธของกองทัพมาปราบปรามประชาชนจนเกิดการบาดเจ็บล้มตาย ในเหตุการณ์ “35-53-57”

“35” หรือ เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการรัฐประหารยึดอำนาจจากรัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 โดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ให้เหตุผลหลักว่า มีการฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างหนักในรัฐบาล และรัฐบาลพยายามทำลายสถาบันทหาร โดยหลังจากยึดอำนาจ คณะ รสช. ได้เลือก นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ มีการแต่งตั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติขึ้น รวมทั้งการแต่งตั้งคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 20 คน เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่

13931139702013prime17

หลังจากร่างรัฐธรรมนูญสำเร็จ ก็ได้มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2535 โดยพรรคที่ได้จำนวนผู้แทนมากที่สุดคือ พรรคสามัคคีธรรม (79 คน) ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดยมีการรวมตัวกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่น ๆ คือ พรรคชาติไทย พรรคกิจสังคม และพรรคราษฎร มีการเตรียมเสนอนายณรงค์ วงศ์วรรณ หัวหน้าพรรคสามัคคีธรรมในฐานะหัวหน้าพรรคที่มีผู้แทนมากที่สุด ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ปรากฏว่า ทางโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาประกาศว่า นายณรงค์ นั้นเป็นผู้หนึ่งที่ไม่สามารถขอวีซ่าเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ เนื่องจากมีความใกล้ชิดกับนักค้ายาเสพติด

Image

ในที่สุด จึงมีการเสนอชื่อ พลเอกสุจินดา คราประยูร ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีแทน ทำให้เกิดความไม่พอใจของประชาชนในวงกว้าง เนื่องจากเป็นการสืบทอดอำนาจของคณะ รสช. นำไปสู่การประท้วงต่อต้านของประชาชนและพรรคการเมืองที่ไม่เห็นด้วยบริเวณถนนราชดำเนิน รัฐบาลทหาร รสช. มีการสั่งการให้กองทัพเข้าสลายการชุมนุมของประชาชนช่วงเช้ามืดวันที่ 18 จนเป็นเหตุให้เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง มีการประกาศสภาวะฉุกเฉิน ความรุนแรงดำเนินไปถึงวันที่ 24 พฤษภาคม พล.อ.สุจินดา คราประยูร นายกรัฐมนตรี และพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำผู้ชุมนุมจึงได้ออกแถลงการณ์ร่วมกัน โดย พล.อ.สุจินดา ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าวนั้นได้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 40 คน บาดเจ็บกว่า 600 คน(ตัวเลขตามที่รัฐบาลประกาศ ซึ่งไม่ตรงกับตัวเลขผู้สูญหายจริง)

13799269เเเ

-24-638

“53” คือ เหตุการณ์การสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บริเวณแยกราชประสงค์ ระหว่างการชุมนุมทางการเมืองเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 13 จนถึง วันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ซึ่งก่อนหน้าเหตุการณ์ในเดือนพฤษภาคม ก็มีการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างผู้ชุมนุม นปช. กับ รัฐบาล ในวันที่ 10 เมษายน 2553 ซึ่งมีการสั่งการให้กองทัพใช้อาวุธและเครื่องกระสุนจริงในการสลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช. เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์เดือนเมษา-พฤษภา 2553 ถึง 99 ศพ บาดเจ็บมากกว่า 2,000 คน โดยมีเสียชีวิตในช่วงวันที่ 13-19 พฤษภาคม 2553 ถึง 53 คน ได้รับบาดเจ็บกว่า 500 คน

629-1

maxresdefault6-ศพวัดปทุม

“57” หมายถึงเหตุการณ์การรัฐประหารในประเทศไทย ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเหตุผลก็คือการควบคุมสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศซึ่งมีความขัดแย้งระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน ซึ่งมีมวลชนสนับสนุนทั้ง 2 กลุ่ม อย่างไรก็ตามแม้ว่าเหตุการณ์การรัฐประหารในปี 2557 นี้จะยังไม่มีความรุนแรงถึงขั้นประชาชนเสียชีวิต แต่ก็มีความคล้ายคลึงกับการยึดอำนาจของกองทัพในช่วงปี 2534 ซึ่งกองทัพหาข้ออ้างในการยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จนนำไปสู่การสืบทอดอำนาจและความรุนแรง

รัฐประหาร

1400764867000-thai052214-001557000005929001

จากที่กล่าวมาทั้งหมด คือ ข้อพิสูจน์ว่าแม้เวลาจะผ่านไปถึง 25 ปี แต่ทหารไทยยังคงมีแนวคิดเช่นเดิม ในเรื่องการให้กำลังเข้ายึดอำนาจ และทัศนคติที่ใช้ความรุนแรงปราบปรามประชาชน อย่าลืมว่าปมเหตุที่ทำให้เหตุความรุนแรงในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ปี 2535 คือ การที่รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้มีนายกรัฐมนตรีคนกลาง ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน จนทำให้เกิดการสืบทอดอำนาจของคณะ รสช. มาแล้ว ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญ 2558 นี้ก็เปิดช่องว่างไว้เช่นกัน

557000009641902

และต้องไม่ลืมว่า คณะทหารผู้ก่อการรัฐประหารในปี 2557 หรือ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า และคณะทหารผู้ร่วมก่อการ ก็คือ คณะทหารที่เคยปราบปรามสลายการชุมนุมของประชาชนกลุ่ม นปช. ในปี 2553 ที่เป็นเหตุให้มีประชาชนเสียชีวิต 99 ศพ บาดเจ็บกว่า 2,000 คน!!!!

 

 

Share.

About Author

Comments are closed.