ย้อนรอยรัฐประหารในประเทศไทย “ข้ออ้าง หรือ ความจำเป็น!!??”

0

กำลังจะครบ 1 ปีกับการรัฐประหารครั้งล่าสุด แต่คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายในประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่นำโดยผู้บัญชาการเหล่าทัพได้ทำการยึดอำนาจการปกครองจากประชาชน  แน่นอนว่าการรัฐประหารในประเทศไทยนั้นมีมาหลายครั้งจนแทบจะเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่หากนำมาย้อนพิจารณาก็จะเห็นถึงความซ้ำซาก หลอกลวง อย่างชัดเจน ก็คือ เหตุผลในการยึดอำนาจ ซึ่งมักจะประกาศออกมาทุกครั้งที่มีการยึดอำนาจการปกครองแผ่นดิน

ย้อนกลับไปตั้งแต่การรัฐประหารครั้งแรกในประเทศไทย ในวันที่ 1 เมษายน 2476 ซึ่งกระทำการโดยพระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรีได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดสภาผู้แทนราษฎร พร้อมงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา เนื่องจากการนำเสนอเค้าโครงเศรษฐกิจของนายปรีดี พนมยงค์ ฉบับที่เรียกว่า “สมุดปกเหลือง” ที่ถูกหลายฝ่ายมองว่าเป็นคล้ายกับเค้าโครงเศรษฐกิจของคอมมิวนิสต์ ซึ่งความตอนหนึ่งในแถลงการณ์ของพระยามโนปกรณ์นิติธาดา ได้ระบุถึงเหตุผลในการรัฐประหารครั้งนี้ว่า

เมษา2476

261492__260320120139351394963892

พูดง่ายๆว่าอ้างว่านโยบายเศรษฐกิจเป็นคอมมิวนิสต์ เป็นอันตรายต่อความมั่นคง เลยปิดสภาที่มาจากการเลือกตั้ง และยกเลิกรัฐธรรมนูญเป็นบางมาตรา

p064154510-17-5843

ต่อมาในการรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2490 ซึ่งนำโดยกลุ่มทหารนอกราชการ เช่น พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ, น.อ.กาจ กาจสงคราม, พ.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์, พ.อ.สฤษดิ์ ธนะรัชต์, พ.อ.ถนอม กิตติขจร, พ.ท.ประภาส จารุเสถียร และ ร.อ.สมบูรณ์ (ชาติชาย) ชุณหะวัณ นำกำลังทหารยึดอำนาจจากปกครองจากรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ โดยสาเหตุของการรัฐประหารในครั้งนี้ ได้ปรากฏอยู่ในคำปรารภของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2490 มีความว่า

2490

นับเป็นการอ้างเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชน รวมทั้งอ้างถึงศีลธรรมของผู้บริหารประเทศ เป็นเหตุให้ต้องยึดอำนาจการปกครอง ซึ่งผลจากการรัฐประหารครั้งนี้ทำให้นายควง อภัยวงศ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีช่วงเวลาสั้นๆ เพียง 6 เดือน ก่อนจะถูกกลุ่มนายทหารบีบบังคับให้ลาออก และแต่งตั้งจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีแทน

kuang1ปพิบูล

ซึ่งนำไปสู่การรัฐประหาร 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2494 หรือที่เรียกว่า “รัฐประหารเงียบ” เพราะเป็นการรัฐประหารยึดอำนาจตนเองของจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยหลังจากการยึดอำนาจตนเองก็ได้มีการประกาศผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และให้เหตุผลในการยึดอำนาจไว้ว่า

2494

กล่าวสั้นๆว่า ทำการรัฐประหารเพราะภัยจากคอมมิวนิสต์(อีกแล้ว) ปราบปรามการทุจริต คอรัปชั่น นั่นเอง นอกจากการรัฐประหารแล้วยังมีเหตุการณ์ต่อเนื่องตามมาในปี 2495 ซึ่งรัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ได้ทำการจับกุมประชาชนจำนวนมาก ในการจับกุมครั้งนี้ กรมตำรวจได้ออกแถลงการณ์ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2495 ระบุว่า

สันติภาพ

6476373023_6128b57b6d

เรียกได้ว่าการจับกุมภายใต้แถลงการณ์และกฎหมายที่จอมพล ป. พิบูลสงครามประกาศนั้น เป็นการกำจัดกลุ่มคณะกรรมการสันติภาพแห่งประเทศไทยซึ่งตั้งขึ้นเพื่อต่อต้านสงครามในคาบสมุทรเกาหลี และเป็นการขัดต่อความต้องการของรัฐบาลจอมพล ป. ทำให้ถูกกวาดล้างจับกุมดังกล่าว เรียกเหตุการณ์ครั้งนี้ว่า “กบฏสันติภาพ”

Picture11 copy

ต่อมาในปี 2514 ก็มีการรัฐประหารยึดอำนาจตนเองอีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นการทำรัฐประหารโดยจอมพล ถนอม กิตติขจร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจตนเอง ในวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 โดยสาเหตุมาจากรัฐบาลจอมพลถนอมไม่อาจควบคุมสภาผู้แทนราษฎรได้ จึงทำการรัฐประหารยุบสภาผู้แทนราษฎรเสียเอง โดยให้เหตุผลผ่านคำประกาศการยึดอำนาจว่า

2514

เล่นกันง่ายๆอ้างว่ามีความวุ่นวาย ควบคุมสถานการณ์ตามรัฐธรรมนูญไม่ได้ ยึดอำนาจเสียเลย จากนั้นก็ยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2511 ที่ใช้ในขณะนั้น ยุบรัฐสภา ยกเลิกพรรคการเมือง และสั่งห้ามชุมนุมเกิน 5 คน อย่างไรก็ตามการยึดอำนาจครั้งนี้ก็ไปจบลงที่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 จนเป็นเหตุให้จอมพลถนอม กิตติขจร และพรรคพวกต้องหลบหนีออกจากประเทศไทยไป

1_22979

เมื่อพูดถึงเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ก็ต้องพูดถึงเหตุการณ์รัฐประหารในวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ซึ่งถือว่าเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องกัน เพราะมีชนวนเหตุมาจากคู่กรณีกลุ่มเดิม คือ จอมพลถนอม กิตติขจร และ นักศึกษา ซึ่งทำการเดินขบวนต่อต้านร่วมกับประชาชนจนเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 สำหรับในปี 2519 นั้น จอมพลถนอม ซึ่งบวชเณรได้กลับเข้ามายังประเทศไทย ทำให้กลุ่มนักศึกษาไม่พอใจทำการชุมนุมประท้วงกันอีกครั้ง จนนำไปสู่เหตุการณ์สังหารหมู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันที่ 6 ตุลาคม 2519

3706091vichitchai

nayong12

ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้มีการรัฐประหารรัฐบาลของ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ การรัฐประหารครั้งนี้กระทำการโดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ซึ่งมีพลเรือเอกสงัด ชลออยู่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นหัวหน้า ได้ออกแถลงการณ์ยึดอำนาจดังนี้

2519-12519-2

2519-32519-4

นับเป็นอีกครั้งที่มีการอ้างคอมมิวนิสต์เป็นสาเหตุให้มีการยึดอำนาจ รวมถึงการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ มาเป็นสาเหตุในการยึดอำนาจ

250px-1991_thailand_coup_headline

จากนั้น 14 ปี การรัฐประหารก็เกิดขึ้นอีกครั้ง โดยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ รสช. นำโดยพลเอกสุนทร คงสมพงษ์ พลเอกสุจินดา คราประยูร พลอากาศเอกเกษตร โรจนนิล และพลเรือเอกประพัฒน์ กฤษณจันทร์ ได้ทำการยึดอำนาจจากรัฐบาล พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2534 โดยให้เหตุผลในการยึดอำนาจในแถลงการณ์ของ รสช. ดังนี้

2534-12534-2

2534-32534-4

2534-5

เรียกว่าข้อกล่าวหาจัดเต็ม ตั้งแต่ทุจริตคอรัปชั่น ร่ำรวยผิดปกติ ใช้อำนาจการเมืองข่มเหงข้าราชการ เป็นเผด็จการรัฐสภา ทำลายสถาบันทหาร รวมไปถึงการหมิ่นเบื้องสูง

ต่อมาในวันที่ 19 กันยายน 2549 ก็เกิดการรัฐประหารขึ้นอีกครั้ง โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งมีพลเอก สนธิ บุญยรัตกลินเป็นหัวหน้าคณะ ได้ทำการยึดอำนาจจากรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยมีแถลงการณ์ดังนี้

สรุปได้ว่าข้ออ้างในการยึดอำนาจครั้งนี้เนื่องจาก  การทุจริตผลประโยชน์ทับซ้อน การใช้อำนาจในทางมิชอบ การละเมิดจริยธรรมคุณธรรมของผู้นำประเทศ การแทรกแซงระบบการตรวจสอบทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ ข้อผิดพลาดเชิงนโยบายที่นำไปสู่การละเมิดสิทธิเสรีภาพและการบ่อนทำลายความสามัคคีของคนในชาติ และมีการอ้างว่ามีการหมิ่นเบื้องสูงอีกด้วย

และล่าสุดการรัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อันมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะ ได้ทำการยึดอำนาจจากรัฐบาลรักษาการของพรรคเพื่อไทย โดยมีเหตุผลดังนี้

ข้ออ้างในการรัฐประหารครั้งนี้ คือ การป้องกันความรุนแรง ปฏิรูปประเทศ ยุติความขัดแย้ง

จากคำแถลงการณ์ของคณะรัฐประหารแทบทุกชุด จะเห็นว่าข้ออ้างในการทำการยึดอำนาจการปกครองนั้น มีแบบแผนเดิมมาโดยตลอด ในยุคแรกๆ จะมีการอ้างภัยจากคอมมิวนิสต์ ต่อมาก็เป็นเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่น ความไม่เป็นประชาธิปไตย ตลอดจนความมั่นคงของสถาบันเบื้อสูง น่าสนใจว่าการรัฐประหารในประเทศไทยที่เกิดขึ้นมากมายหลายครั้ง สามารถแก้ไขปัญหาได้จริงๆหรือไม่?

เพราะไม่มีการรัฐประหารครั้งไหนที่แก้ไขปัญหาเรื่องการทุจริตคอรัปชั่นได้แม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยสามารถสถาปนาการปกครองระบอบประชาธิปไตยได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ในปัจจุบันมีการยกเรื่องความขัดแย้งของคนในชาติมาเป็นข้ออ้าง แต่ก็ไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งได้ นี่คือข้อเท็จจริง

คำถามคือประเทศไทยและประชาชนไทยจึงเป็นเพียงเหยื่อในการช่วงชิงอำนาจของกองทัพซึ่งมีอาวุธ ที่จะทำการยึดอำนาจการปกครอง เพื่อผลประโยชน์ของตนเอง โดยใช้ข้ออ้างตามสถานการณ์และยุคสมัยใช่หรือไม่? แล้ววงจรที่เลวร้ายเช่นนี้จะจบลงได้อย่างไร? เพราะการรัฐประหารในปี 2557 คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของประเทศไทยอย่างแน่นอน!!!!

 

 

Share.

About Author

Comments are closed.