นานาทัศนะ ประชามติ

0

หลายเดือนที่ผ่านมาเชื่อว่าประชาชน และสื่อจำนวนมากให้ความสนใจกับประเด็น “ประชามติ” หลายฝ่ายได้ออกมาแสดงจุดยืนถึงการทำประชามติ โดยมีทั้งฝ่ายที่อยากให้ทำ และไม่ฟันธงว่าควรมีหรือไม่ เรามาดูกันว่าคนจากแต่ละฝ่าย ออกมาพูดถึงการทำประชามติอย่างไรกันบ้าง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
“ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้อยู่ที่ผมตัดสินใจ พิจารณาร่วมกันว่าควรหรือไม่ควร วันนี้ยังไปไม่ถึงตรงนั้นก็ทะเลาะกันจะเป็นจะตายอยู่แล้ว ทุกคนไม่ยอมเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ทุกคนจะเอาแบบเดิมกันทั้งหมด ถามว่าแล้วเราจะปฏิรูปได้ไหม ต้องกลับไปถามคนที่ออกมาเรียกร้องซิว่าเขาต้องการอะไร หนึ่งเขาต้องการปฏิรูปใช่หรือไม่ เมื่อมีการปฏิรูปก็ย่อมมีอะไรที่ไม่เหมือนเดิมบ้าง มีกลไกที่จะทำให้เกิดการปฏิรูปอย่างเป็นธรรมเข้าใจคำว่าเสียเวลาเปล่าไหม เราพูดกันเสมอ เสร็จแล้วพอทำไม่ได้ พอมีปัญหา ท่านก็บอกว่าตัวผมไม่รู้จะเข้ามาทำไม เสียเปล่า ถ้าจะแก้ก็พยายามทำให้ พอแก้ไม่สำเร็จเพราะมีการต่อต้าน จนเจ้าหน้าที่ทำไม่ได้ก็มาโทษผมอีกว่าเสียเปล่า”
(ให้สัมภาษณ์กับสื่อเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2558 ที่ทำเนียบรัฐบาล)

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี
“หากเปิดให้ลงประชามติแล้วเสียงข้างมากไม่เอารัฐธรรมนูญนี้ก็มาด่า คสช. อีก ว่า ไม่ควรจะลงเลยเพราะเสียเวลาไปตั้ง 3 เดือน เสียเงินไป 3,000 ล้านบาท คนตีกันอีกแล้วที่สำคัญ คสช. ได้อยู่ต่ออีก 1 ปี ดังนั้น คสช.ต้องคิดหนักเลยว่าจะทำประชามติดีหรือไม่เพราะหลายคนจะอยากอยู่หรือไม่อยากอยู่ไม่รู้ แต่ผมไม่อยากอยู่ต่อ”
(กล่าวเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2558 ณ ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล)

นายวิษณุ เครืองาม

ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ
“การที่สมาชิก สปช.บางคนออกมาระบุผ่านสื่อ เป็นความเข้าใจของท่านที่ไม่ได้ดูรัฐธรรมนูญประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เมื่อกำหนดให้วันที่ 23 กรกฎาคม ร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ 15 วัน นับจากนั้นคือ วันที่ 6 สิงหาคม สปช.ต้องลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็ตายตกตามกันไป เริ่มต้นกันใหม่ ตั้ง สปช.และ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งหมด ส่วน คสช.และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็อยู่ต่อไปอีกหนึ่งปี แต่ถ้า สปช.ลงมติรับร่างรัฐธรรมนูญก็ต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ภายในวันที่ 4 กันยายน หากไม่มีการทำประชามติ การเลือกตั้งก็จะเกิดขึ้นประมาณปลายกุมภาพันธ์ หรือต้นมีนาคม 2559”
(กล่าวเมื่อวันที่ 28 เมษายน 2558 ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร)

ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
“ขอให้มั่นใจว่าไม่มีปัญหาอะไรหรอก จะทำก็ทำ ไม่ทำก็ไม่ต้องทำ แต่ในรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) ไม่ได้ระบุเอาไว้ ว่าจะต้องทำประชามติ หรือไม่ทำประชามติ โดยยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามกรอบกฎหมาย”
(กล่าวเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2558 ในสภาปฏิรูปแห่งชาติ)

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
“มีการพูดกันมากเรื่องการทำประชามติ ซึ่งรัฐบาลรับฟังความเห็นทุกฝ่าย โดยเชื่อว่าการทำประชามติเป็นช่องหนึ่งที่จะทำให้ประชาชนติดตาม และให้ความสนใจต่อร่างรัฐธรรมนูญมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงโอกาสที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้า หรือความขัดแย้งของฝ่ายที่เห็นไม่ตรงกัน เชื่อว่าประชาชนน่าจะไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเช่นนั้นอีก จึงอยากให้ทุกฝ่ายพิจารณาอย่างรอบคอบ มีสติ และบริสุทธิ์ใจต่อบ้านเมือง เชื่อว่าเราจะพบแนวทางที่ดีที่สุดได้”
(ให้สัมภาษณ์กับสื่อเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2558 ที่ทำเนียบรัฐบาล)

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
“ผมจึงเสนอว่าต้องทำประชามติยิ่งมีคนโต้แย้งในประเทศและต่างประเทศก็หวาดระแวงว่าเป็นประชาธิปไตยหรือไม่หากผลักดันต่อไปปัญหาที่คสช.ตั้งเป้าว่ามีรัฐธรรมนูญใหม่แล้วการเมืองจะสงบเรียบร้อยจะกลับกลายเป็นตรงกันข้าม คือรุนแรงขึ้น ผมยืนยันเลยว่ารัฐบาลและคสช.ต้องคิดให้ดีว่าถ้ามีข้อโต้แย้งในการทำรัฐธรรมนูญและไม่มีการทำประชามติอะไรจะเป็นหลักประกันว่า1-3ปีจากนี้ไปคนไทยยังไม่เลิกเถียงกันเรื่องรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นการเสียโอกาสของประเทศ และถ้าจะทำประชามติก็ต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาเปรียบเทียบเพื่อให้ประชาชนเลือกด้วย”
(ให้สัมภาษณ์กับสื่อเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2558)

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
“ผมมีความเห็นมาตั้งแต่ต้นว่าหากต้องการให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดี เป็นประชาธิปไตยพอสมควร จำเป็นต้องให้มีการลงประชามติ และอยากจะย้ำอีกครั้งว่ายิ่งตัดสินใจให้มีการลงประชามติเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีมากเท่านั้น ไม่ควรรอให้เนิ่นนานไป การตัดสินใจเร็วจะทำให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะปรับท่าทีของตนเองคือจะรับฟังความเห็นของประชาชนและจะยอมให้มีการแก้ไขร่างนี้มากขึ้นเพราะรู้ว่าถ้าไม่ฟังเสียงคัดค้านบ้างเลย ร่างนี้ก็จะไม่ผ่านในการลงประชามติ”
(โพสต์ในเฟซบุ๊คส่วนตัวเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2558)

นายจาตุรนต์ ฉายแสง

รศ.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี หัวหน้าภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ
“นัยยะที่เป็นด้านมืดของการเรียกร้องประชามติก็คือ มันเหมือนเรายื่นเช็คเปล่าให้รัฐบาลทำโรดแมปใหม่ ดังนั้น รัฐบาลไม่จำเป็นต้องทำประชามติเพื่อถามว่าเขาควรยืดเวลาอยู่ต่อไหม”
(ให้สัมภาษณ์กับประชาไท 11 มิถุนายน 2558)

รศ.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี

หลังจากที่ได้มีการถกเถียง แสดงความเห็นกันในวงกว้างเรื่องการทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ล่าสุดก็ได้บทสรุปออกมาแล้วว่าจะมีการทำประชามติแน่นอน และจะให้คณะกรรมการเลือกตั้งหรือ กกต. เป็นผู้รับผิดชอบ โดย สปช. จะลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญวันที่ 4 กันยายนนี้ แต่หากมีมติแล้ว ก็จะมีการพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญแจกครัวเรือนละ 1 เล่ม รวมทั้งหมด 19 ล้านฉบับเสียก่อน เมื่อประชาชนได้อ่านจนเข้าใจรายละเอียดที่แก้ไขใหม่แล้วจึงจะทำประชามติ
ทั้งหมดนี้หาก สปช. ไม่เห็นชอบให้ผ่าน คสช. อาจต้องวางแผนใหม่ การเลือกตั้งเองก็จะถูกเลื่อนออกไปด้วย อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนเองควรติดตามข่าวสารอยู่เสมอ เพราะร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่นั้น ยังอยู่บนความไม่แน่นอน

Share.

About Author

Comments are closed.