ประยุทธ์ชี้ 30 บาทรักษาทุกโรคทำรพ.เจ๊ง ช่วยภัยแล้งไร้งบ แต่กองทัพซื้ออาวุธเพลิน สังคมถามอะไรจำเป็น???

0

ในที่สุดก็ชัดเจนกับโครงการจัดซื้อ “เรือดำน้ำ” ของกองทัพเรือไทย  โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงความคืบหน้าของโครงการดังกล่าว โดย พล.อ.ประวิตร ได้ชี้แจงว่า กองทัพเรือมีมติเป็นเอกฉันท์ในการจัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน จำนวน 3 ลำ โดยใช้งบประมาณ 36,000 ล้านบาท และมีงบในการศึกษาโครงการอีก 200 ล้านบาท

ส่วนรายละเอียดของโครงการ พล.ร.อ.ไกรสรจันทร์ สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ชี้แจงว่า โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือนั้น มีการตั้งกรรมการพิจารณาซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ของกองทัพเรือ 17 นาย เพื่อคัดเลือก โดยเสียงส่วนใหญ่เลือกเรือดำน้ำจากประเทศจีน เพราะด้วยงบประมาณดังกล่าวสามารถจัดซื้อได้ถึง 3 ลำ ในขณะที่ของประเทศอื่นจะได้เพียงแค่ 2 ลำ รวมทั้งเรือจากประเทศจีนมีระบบที่ทันสมัยกว่า

13339223c4ae603cf00ca58993df5b4886bc7e

อย่างไรก็ตามขั้นตอนต่อไปก็คือการนำโครงการดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อพิจารณาต่อไป ในส่วนของความจำเป็นนั้น ผบ.ทร. ได้ชี้แจงว่ากองทัพเรือไทยนั้นไม่มีเรือดำน้ำประจำการมากว่า 50 ปีแล้ว ในขณะที่ทรัพยากรทางทะเลมีมูลค่ามหาศาล การเพิ่มศักยภาพของกองทัพเรือจึงเป็นสิ่งจำเป็น  เพราะสามารถใช้เป็นอำนาจต่อรองกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ซึ่งก็ตรงกับที่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “คนไทยได้ประโยชน์สูงสุด”

chinese-submarines-lined-up-640x480

แม้ว่าจะมีการอ้างถึงความเหมาะสม และความจำเป็นในการจัดซื้อเรือดำน้ำของทางกองทัพเรือ แต่สังคมก็เกิดคำถามขึ้นเป็นวงกว้าง เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบัน รวมถึงสถานการณ์ด้านความมั่นคงของประเทศ เราควรที่จะใช้งบประมาณหลายหมื่นล้าน เพื่อการจัดซื้ออาวุธหรือไม่???

ซึ่งปัญหาทางงบประมาณภาครัฐนั้นก็สะท้อนออกมาจากคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เอง  ในเรื่องปัญหาภัยแล้ง โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “มาตรการเยียวยา มาตรการช่วยเหลือคิดทุกวัน ปัญหาอยู่ที่เอาเงินจากไหน เรื่องการผันน้ำมีแผนอยู่แล้ว น้ำแม่น้ำโขง น้ำแม่น้ำสาละวิน คิดหมดแล้ว ถามว่าแม่น้ำโขงใช้เงิน 2 ล้านล้าน เฉพาะโครงการเดียว หาเงินมาสิ ผมทำให้วันนี้ แม่น้ำสาละวินอีกหลายหมื่นล้าน เอาเงินจากไหนล่ะ หามา!!”

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้กล่าวถึงโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ว่า “โครงการ 30บาทรักษาทุกโรค เป็นไปได้หรือไม่ ความจริงผมไม่อยากจะพูด โครงการรักษาทุกโรคนั้น เป็นโครงการประชานิยม ประชาชนได้รับประโยชน์ ตนไปพูดอะไรไม่ได้ แต่อยากถามว่าเรามีความพร้อมหรือยัง เฉลี่ยแล้วอยู่ที่คนละ 2,900 บาท แล้วรักษาพอหรือไม่ แล้วโรงพยาบาลจะรับไหวหรือไม่ในงบประมาณแต่ 2,900 บาท มันรับไม่ไหวโรงพยาบาลก็จะเจ๊ง พอเจ๊งแล้วก็ทำอะไรไม่ได้”

NjpUs24nCQKx5e1DHZeUo5Sc64at1qRTLkRTvW62PNRp0110020955p1

คำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ เองนั้นก็แสดงให้เห็นว่า งบประมาณของรัฐในวันนี้ มีความจำกัดในหลายๆด้าน แม้แต่โครงการที่จำเป็นในการช่วยเหลือประชาชน ทั้งด้านภัยแล้ง และโครงการเพื่อสุขภาพของประชาชนอย่างโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ซึ่งอันที่จริงไม่ใช่โครงการประชาชนนิยม แต่เป็นโครงการในรูปแบบของ “รัฐสวัสดิการ” ที่ใช้เงินภาษีของประชาชนมาดูแลสุขภาพของประชาชนเอง โดยปัจจุบันโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคทำให้ประชาชนไทยสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้มากกว่า 98%

NjpUs24nCQKx5e1DGoE0urYk51LjE62eSsIQxdW3snP

นี่จึงเป็นสิ่งที่สังคมให้ความสนใจและตั้งคำถามว่า ในเมื่อประเทศไทยกำลังประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลมีปัญหาเรื่องงบประมาณ ทำไมรัฐบาลยังคงเดินหน้าใช้งบประมาณในการจัดซื้ออาวุธ แทนที่จะนำงบประมาณที่มีจำกัดนั้นมา แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม หรือนำมาเพื่อช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาภัยแล้งที่วันนี้กำลังเป็นปัญหาใหญ่ หรือนำงบหลายหมื่นล้าน แสนล้านที่ใช้จัดหาอาวุธมาอุดหนุนโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค อะไรที่จำเป็นกว่ากัน!!!???

Share.

About Author

Comments are closed.