“เน่า” จริงหรือไม่??? คสช. เร่งระบายข้าวเน่าผลิตเอทานอล ใครได้ประโยชน์??!!

0

หลังจากที่มีการประขุมคณะกรรมการนโยบายข้าวและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมดังกล่าวได้มีมติเห็นชอบกรอบการระบายข้าวสารในสต็อกรัฐบาลจำนวน 15.46 ล้านตัน โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่

  1. ข้าวสารเกรดเอ และบี ที่สามารถนำมาบริโภคได้ 9.57 ล้านตัน ให้ประมูลขายให้กับ เอกชนเพื่อทำข้าวถุงจำหน่ายหรือส่งออก
  2. ข้าวเสื่อมคุณภาพเกรด ซี ให้นำมาประมูลเพื่อให้ผลิตเอทานอล 4.6 ล้านตัน
  3. ข้าวคุณภาพต่ำมากจนไม่สามารถนำมาผลิตเอทานอลได้ 1.2 ล้านตัน ให้เปิดประมูลเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับผู้ผลิตในโรงไฟฟ้าชีวมวล

EyWwB5WU57MYnKOuFIzZmsOKGJdHw7EapF9LqtRccCRHGdly3WVing

ล่าสุดนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ได้เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะตัวแทนของพรรคเพื่อไทย โดยเนื้อหาโดยสรุป คือ การตรวจสอบคุณภาพข้าว ซึ่งมีการชี้ว่าข้าวบางส่วนมีคุณภาพต่ำ ถึงต่ำมากนั้น(จำนวน 5.8 ล้านตัน) ที่จะนำมาประมูลเพื่อผลิตเอทานอลและเชื้อเพลิง ต้องมีการระบุว่าเป็นข้าวจากที่ไหน เก็บไว้ในโกดังอะไร ทำสัญญาเก็บรักษาข้าวกับภาครัฐเมื่อใด เลขที่สัญญาใด เพราะ เซอร์เวย์เยอร์ ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพข้าว และ เจ้าของโกดัง ถือเป็นผู้รับผิดชอบความเสียหายตามสัญญาที่ได้ทำไว้กับภาครัฐ จึงต้องมีความชัดเจน

11707833_893353874057949_4464288785478917356_n

อีกทั้งการตรวจสอบข้าวนั้นไม่ได้มีการตรวจอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบจึงมีความไม่แน่นอน และเป็นเพียงสมมติฐานว่าข้าวเสื่อมคุณภาพ หรือคุณภาพต่ำเท่านั้น จำเป็นต้องมีการตรวจสอบให้ละเอียดเพื่อหาผู้รับผิดชอบเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทางราชการ รวมถึงให้ความเป็นธรรมกับเซอร์เวย์เยอร์ และเจ้าของโกดังด้วย

นอกจากนี้การแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวรายหนึ่ง คือ นายนิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการ จาก TDRI ซึ่งบุคคลดังกล่าวเป็นผู้จัดทำนโยบายประกันราคาข้าวให้แก่รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นพยานให้คณะกรรมการ ปปช. ในคดีโครงการรับจำนำข้าว จึงถือว่า “ขาดความเป็นกลางทางการเมือง” จึงได้มีการยื่นหนังสือเพื่อขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้พิจารณาต่อไป

อย่างไรก็ตามการระบายข้าวของรัฐบาล คสช. ในส่วนข้าวคุณภาพต่ำ และเสื่อมคุณภาพ จำนวน 5.8 ล้านตัน ถือว่าน่าสงสัยเรื่อง การตรวจสอบคุณภาพ เนื่องจากข่าวสารที่มีการรายงานผ่านสื่อนั้น ไม่มีความชัดเจนเรื่องการมาตรฐานการตรวจสอบคุณภาพ ทำให้ประชาชนไม่ทราบถึงคุณภาพที่แท้จริงของข้าวที่จะมีการนำไปประมูลเพื่อผลิตเอทานอล และเชื้อเพลิงไฟฟ้า

maxresdefault1405221793-111087jpeg-o

จากข้อมูลทางวิชาการนั้น ระบุว่า การผลิตเอทานอลจากข้าวนั้นได้ปริมาณมากกว่า การผลิตด้วยกากน้ำตาล และมันสำปะหลัง โดยมีการคาดการณ์ว่าข้าวคุณภาพต่ำ 1 ล้านตัน จะสามารถผลิตเอทานอลได้ 200-300 ล้านลิตร ซึ่งบริษัทผู้ผลิตเอทานอลก็แสดงความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลแล้ว

181266-imagepng-26646700001

คำถามที่น่าสนใจจึงอยู่ที่ ข้าวที่ถูกเน้นย้ำว่า เสื่อมสภาพ คุณภาพต่ำ หรือที่เรียกกันว่า “ข้าวเน่า” นั้นเน่า เสื่อมสภาพ หรือคุณภาพต่ำจริงหรือไม่? รายชื่อบริษัทผู้ผลิตเอทานอลในประเทศไทยมีใครบ้าง? จะมีการทุจริต หรือ “ฮั้วประมูล” กันหรือไม่???   และการประมูลจะจบลงที่ราคาเท่าไหร่ เพราะราคาข้าวที่ถูกอ้างว่าเน่า เสื่อมสภาพ แถมยังมีการประมูลเป็นวิธีพิเศษจากรัฐบาล ราคาคงไม่สูงแน่ๆ!!!

 

Share.

About Author

Comments are closed.