ย้อนรอย “วินาศกรรม” กรุงเทพ!!!

0

จากเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นบริเวณศาลพระพรหมเอราวัณ ที่สี่แยกราชประสงค์ในประเทศไทย ซึ่งล่าสุดมีรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 21 ราย บาดเจ็บมากกว่า 125 คน ถือว่าเป็นการก่อเหตุระเบิดที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประเทศไทย ที่สำคัญคือเป็นการระเบิดก่อความรุนแรงที่มีผลเสียหายต่อชีวิตประชาชนมากที่สุดในกรุงเทพฯ

_85012317_hi028595694_85012318_hi028595455

วันนี้เรามาย้อนรอยเหตุการณ์การก่อวินาศกรรมในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วถึง 5 ครั้งโดยก่อการไม่สำเร็จถึง 4 ครั้ง กล่าวคือ ครั้งแรก ปี พ.ศ.2537 เกือบเกิดเหตุระเบิดที่สถานทูตอิสราเอล เมื่อมีคนขับรถ 6 ล้อ บรรทุกระเบิดปุ๋ยยูเรียรวมทั้งระเบิดซีโฟร์ขับมุ่งหน้ายังสถานทูตอิสราเอล และนับว่าเมืองไทยรอดพ้นเหตุก่อการร้ายอีกครั้งเมื่อรถบรรทุกเกิดเฉี่ยวชนกับรถมอเตอร์ไซค์บริเวณหน้าห้างย่านชิดลมซะก่อน คนร้ายชาวอิหร่านจึงทิ้งรถบรรทุกระเบิดและหลบหนีไป

Lumpinixx2(2)

ครั้งที่สอง ในปีเดียวกันก็เกือบเกิดเหตุวินาศกรรมเช่นกัน แต่เป้าหมายอยู่สถานทูตสหรัฐอเมริกา ตำรวจจับกุมผู้ก่อการร้าย 2 คน ขณะเตรียมนำรถบรรทุกปุ๋ยยูเรียและส่วนผสมระเบิดเต็มคัน อาทิ ถังน้ำมันโซล่า ระเบิดซีโฟร์ในขวดน้ำอัดลมน้ำหนัก 2 ปอนด์ จำนวน 2 ลูก ดินระเบิดชนิดซีโฟร์ 5 ลูก และเชื้อปะทุที่ใช้จุดระเบิดก่อวินาศกรรม ไปถล่มสถานทูตสหรัฐอเมริกา ที่ถนนวิทยุ แต่โชคดีอีกครั้งที่แผนการล้มเหลว เมื่อกลุ่มก่อการร้ายเกิดขับรถซุกระเบิดไปประสบอุบัติเหตุที่แยกชิดลม ทำให้ตำรวจตรวจพบและยับยั้งการก่อวินาศกรรมเขย่ากรุงได้

ครั้งที่สาม คือ ใน‪ช่วงกลางปี 2549 เกิด‪กรณีคาร์บอมบ์‪รถยนต์ เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2549 คนร้ายขับรถคันหนึ่งซึ่งขนวัตถุระเบิดกว่า 67 กิโลกรัม ประกอบด้วยซีโฟร์ น้ำหนัก 3.5 ปอนด์ ทีเอ็นที รวม 10.75 กิโลกรัม เชื้อปะทุไฟฟ้าทางทหาร M8 จำนวน 2 ดอก วงจรรีโมตคอนโทรล 1 ชุด สายฝักแค ระเบิด เดปคอร์ด (DEPCORD) ยาวประมาณ 12.22 เมตร เชื้อปะทุชนวน 4 ดอก เชื้อปะทุไฟฟ้า ทางทหาร แอนโฟ แอมโมเนียม ไนเตรต ฟูเอล ออยล์ (ANFO AMMONIUM NITRATE FUEL OIL) หนัก 17.33 กิโลกรัม กระสอบทราย 4 กระสอบจอดบริเวณใกล้ที่พักของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จอดไว้เชิงสะพานข้ามทางแยกบางพลัด ใกล้กับบ้านจันทร์ส่องหล้า

0001f9g9597bfj6i79e9ccd88

ครั้งที่สี่ เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 เกิดเหตุการณ์วินาศกรรมขึ้นภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 31 ถนนสุขุมวิท 71 ณ จุดเกิดเหตุพบร่างชายชาวต่างชาติคนหนึ่งนอนอยู่ข้างตู้โทรศัพท์สาธารณะในสภาพขาขาดทั้ง 2 ข้าง โดยพยานระบุว่าชายต่างชาติคนดังกล่าวเป็นคนโยนระเบิดใส่ตู้โทรศัพท์ และรถแท็กซี่ เบื้องต้นคาดว่ามีคนร้ายด้วยกัน 3 คน ซึ่งมากบดานเช่าบ้านอยู่ในซอยปรีดีพนมยงค์ 31

0000000263013

อย่างไรก็ตามถือเป็นโชคดีของประเทศไทย ที่การก่อการร้ายทั้ง 4 ครั้งนั้นไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้จำนวนผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตมีน้อยกว่าที่ผู้ก่อการร้ายต้องการ!!!

สำหรับครั้งล่าสุด เหตุการณ์วางระเบิดที่แยกราชประสงค์ในครั้งนี้ นับว่าเป็นอีกครั้งที่มีการก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯและสามารถกระทำการได้สำเร็จ อย่างไรก็ตามรูปแบบของระเบิดที่ใช้นั้น ถือว่ามีความแตกต่างไปจากที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายในภาคใต้ใช้กัน กล่าวคือ การใช้ TNT เป็นดินระเบิด และ สะเก็ดระเบิดที่เป็นรูปแบบของลูกปืนรถ หรือ Ball bearing ซึ่งไม่เคยปรากฏในการก่อวินาศกรรมในประเทศไทย

Ball_Bearings_2-1024x685TSA-31

เนื่องจากการใช้ TNT และ Ball bearing ถือเป็นอุปกรณ์ของมืออาชีพที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในตะวันออกกลาง โดยรูปแบบของ Ball bearing นั้นมีลักษณะเดียวกับเสื้อของมือระเบิดพลีชีพ (Suicide Vest) ในตะวันออกกลางเช่นกัน

14398785491439878654l

ล่าสุดมีการเผยแพร่ภาพผู้ต้องสงสัยว่าก่อเหตุระเบิดดังกล่าว เป็นชายต่างชาติคล้ายแขกขาว ผมฟูหยิก ใส่แว่นกรอบหนาดำ สวมเสื้อสีเหลือง สะพายเป้มาวางที่ศาลพระพรหมเอราวัณ ก่อนเดินหายไป และเกิดการระเบิดไม่กี่อึดใจ แม้ว่าจะยังไม่มีความชัดเจน แต่ตอนนี้ความเป็นไปได้ว่าการระเบิดอาจจะไม่ได้มีเหตุมาจากความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศก็มีความเป็นไปได้สูง อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยเคยส่งชาวมุสลิมอุยกูร์ไปให้ทางการจีนจนเป็นข่าวอื้อฉาวไปทั่วโลก นี่อาจจะเป็นสาเหตุของการก่อการร้ายในครั้งนี้ก็เป็นได้!!!!

14364430861436443135l20150720อุยกูร์ส่งกลับจีน

Share.

About Author

Comments are closed.