กรรมการยุทธศาสตร์ โพลิตบูโรแบบไทยๆ

0

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตลอดออกมาแล้ว และสิ่งที่น่าสนใจและเป็นที่ถกเถียงอย่างมากคือ มาตรา 280 ของร่าง รธน. ซึ่งอยู่ในบทเฉพาะกาล ที่ได้ให้อำนาจกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์การปฏิรูปและการปรองดองแห่งชาติ ระบุว่า

ภายใน 5 ปี นับตั้งแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ถ้ามีความจำเป็นเพื่อรักษาความเป็นเอกราชของชาติ บูรณภาพแห่งดินแดน หรือเพื่อป้องกัน ระงับ หรือปราบปรามการกระทำอันเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยหรือความมั่นคงของชาติ ราชบัลลังก์ เศรษฐกิจของประเทศ หรือมีกรณีความขัดแย้งอันอาจจะนำไปสู่ความรุนแรงขึ้นในประเทศ ไม่ว่าจะเกิดภายในหรือภายนอกราชอาณาจักร ทั้งการดำเนินการตามปกติของสถาบันทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญและคณะรัฐมนตรีไม่อาจดำเนินการเพื่อยุติกรณีดังกล่าวได้ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ ซึ่งมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของคณะกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ มีอำนาจใช้มาตรการที่จำเป็นสำหรับจัดการกับสถานการณ์ดังกล่าวแทนได้ ภายหลังจากที่ได้มีการปรึกษาหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญและประธานศาลปกครองสูงสุดแล้ว โดยเมื่อดำเนินการดังกล่าวแล้วให้ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ มีอำนาจสั่งการ ระงับ ยับยั้ง หรือกระทำการใดๆ ได้ ไม่ว่าการกระทำนั้นจะมีผลบังคับในทางนิติบัญญัติหรือในทางบริหาร และให้ถือว่าคำสั่ง การกระทำ และการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้และกฎหมาย และเป็นที่สุด

ถ้ามองกันดีๆแล้ว คณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่กำลังจะตั้งนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับ อำนาจตามมาตรา44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวเลย เพราะคือกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาตินี้จะมีอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งในทางนิติบัญญัติ แลบริหาร นอกจากนั้นยังสามารถให้ความเห็นชอบต่อรัฐบาลในแง่นโยบาย และงบประมาณ ได้อีกด้วย ทำให้หลายฝ่ายมองว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้มีรัฐบาลซ้อนรัฐบาล และการเลือกตั้งก็จะหมดความหมายไปในที่สุด

สำหรับคณะกรรมการยุทธศาสตร์ฯ นั้น ระบุไว้ใน ม.260 ว่า ประกอบด้วยประธานกรรมการ 1 และกรรมการจำนวนไม่เกิน 22 คน ซึ่งพระมหากษัตริย์แต่งตั้งจากบุคคลดังต่อไปนี้

1. กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ประธานรัฐสภา ประธานวุฒิสภา นายกรัฐมนตรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

2. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งแต่งตั้งจากผู้เคยดำรงตำแหน่งประธานรัฐสภา นายกฯ ประธานศาลฎีกา ซึ่งเลือกกันเองในแต่ละประเภท ประเภทละ 1 คน และ

3. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน 11 คน ซึ่งแต่งตั้งตามมติรัฐสภา จากผู้ซึ่งมีความเชียวชาญในการปฏิรูปด้านต่างๆ และสร้างความปรองดอง

และให้กรรมการเหล่านั้นเลือกผู้มีความเหมาะสมคนหนึ่งให้เป็นประธานกรรมการฯ

จะเห็นได้ว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการแต่งตั้งทั้งหมด โดยที่ไม่มีความยึดโยงกับประชาชนผ่านกระบวนการเลือกตั้งใดๆเลย และคณะกรรมการทั้งหมดนี้ก็จะได้รับอำนาจทั้งทางนิติบัญญัติและบริหาร เรียกว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่จะมีอำนาจเหนือรัฐบาลเสียอีก

อนึ่ง การตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์นั้นทำให้หลายคนมองว่าคล้ายลักษณะของโพลิตบูโรของพรรคคอมมิวนิสต์ โพลิตบูโรคือคณะกรรมการกลางบริหาร ที่ประกอบไปด้วยบุคคลสำคัญต่างๆของประเทศ มีหน้าที่ตัดสินใจด้านการบริหารประเทศ โดยเป็นรูปแบบของพรรคคอมมิวนิสต์ ไม่ได้ผ่านการเลือกตั้งแต่เป็นการแต่งตั้งกันเองเพื่อสืบทอดอำนาจกันต่อๆไป

ประเทศที่ใช้ระบบโพลิตบูโรหรือที่ไทยเรียกว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาตินั้น มีเพียงประเทศคอมมิวนิสต์ที่ใช้ระบอบอำนาจนิยมเข้มข้นในการปกครองเท่านั้น คือรัสเซีย จีน เวียดนาม ลาว และเกาหลีเหนือ

S__14213332

 

Share.

About Author

Comments are closed.