ฮิวแมนไรท์วอชเรียกร้องสหประชาชาติ จี้พลเอกประยุทธประเด็นสิทธิมนุษยชน เร่งคืนอำนาจ

0

ฮิวแมนไรท์วอช หรือองค์กรสิทธิมนุษชนสากล ได้เรียกร้องให้ประเทศสหประชาชาติกดดันพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในประเด็นสิทธิมนุษยชนที่ถูกละเมิด และให้เร่งคืนประชาธิปไตยโดยทันที
ใจความดังนี้

(นิวยอร์ค) ผู้นำจากทั่วโลกที่จะมารวมตัวกันในงานสมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติต้องกดดัน นายกรัฐมนตรีไทย พลเอกประยุทธ จันทรโอชา ให้เลิกการละเมิดสิทธิมนุษยชนและคืนประชาธิปไตยให้กับพลเมืองโดยเร็ว ฮิวแมนไรท์วอช กล่าววันนี้

พลเอกประยุทธ ผู้นำรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2014 จะมีแผนขึ้นพูดในที่ประชุมสมัชขาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติที่นิวยอร์ค ในวันที่ 29 กันยายน 2015 ซึ่งหัวข้อหลักของปีคือเรื่อง “70ปีองค์การสหประชาชาติ เส้นทางสู่สันติภาพ ความปลอดภัย และสิทธิมนุษยชน”

“ผู้นำรัฐบาลทหารของไทยต้องได้รับการต้อนรับอย่างสาสมที่ยูเอ็นจากสถิติการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น” แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการประจำเอเชียกล่าว “ผู้นำคนอื่นๆที่เข้าร่วมในสมัชชาองค์การสหประชาชาติและได้เจอกับพลเอกประยุทธต้องเรียกร้องให้รัฐบาลทหารหยุดการละเมิดสิทธิและคืนประชาธิปไตยให้กับรัฐบาลพลเรือน”

ประเทศไทยเล็งที่จะได้ที่นั่งชั่วคราวในสภาความมั่นคงแห่งสปประชาชาติที่จะมีการเลือกตั้งขึ้นในเดือนตุลาคม 2016 แต่ในขณะที่ประเทศไทยให้คำมั่นสัญญาที่จะร่วมมือกับยูเอ็น รัฐบาลทหารก็ยกข้ออ้างว่าไทยมี “สถานะพิเศษ” เพื่อหลบเลี่ยงคำวิพากษ์วิจารณ์เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน โรดแมพ ที่จะคืนระบอบประชาธิปไตยก็ถอยหลังไปหลายก้าว

สมัชชาใหญ่ครั้งนี้นั้นจะเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับรัฐบาลต่างๆและเจ้าหน้าที่ยูเอ็นที่จะเรียกร้องให้ประยุทธจัดการเกี่ยวกับปัญหาสิทธิมนุษยชนโดยทันที รวมถึงข้อกังวลที่เกิดขึ้นจากการกองทัพใช้อำนาจแบบเหวี่ยงแหและปราศจากการตรวจสอบด้วย
มาตรา 44 ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวของคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้นให้อำนาจแก่รัฐบาลทหารอย่างกว้างขวางที่จะออกนโยบายและดำเนินการใดๆก็ตามโดยไม่ต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาหรือการละเมิดสิทธิมนุษยชนใดๆ

ยกตัวอย่างเช่นในวันที่ 10 กันยายน ประยุทธได้พูดกับสื่อว่าเขาจะไม่ทนกับข้อวิจารณ์เรื่องการบริหารของเขา “ไม่มีใครค้านผมได้ และถ้ายังไม่สำนึก ก็จะโดนขังครั้งแล้วครั้งเล่า ผมอาจจะเอาเทปปิดปากพวกเขาเลย” หลังจากนั้นสามวัน นักข่าวชื่อดังอย่างประวิตร โรจนพฤกษ์ ก็โดนเรียกตัวไปและถูกคุมตัวไว้หลายวัน เพียงเพราะเขาวิพากษ์วิจารณ์หัวหน้ารัฐบาลทหาร

คสช ได้ทำการละเมิดสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานมาโดยตลอด 200 กว่าเว็ปไซต์ที่เกี่ยวกับการเมืองและสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมุษยชนในประเทศไทยถูกห้ามการเข้าถึงเนื่องจากมีเนื้อหาที่รัฐบาลทหารเห็นว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง รัฐบาลทหารยังห้ามการชุมนุมทางการเมืองที่มีผู้ชุมนุมเกินห้าคน ผู้ประท้วงที่แสดงออกอย่างสันติถึงการไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลทหารก็ถูกจับกุมและส่งไปยังศาลทหาร หลายคนยังต้องเจอกับคดีที่มีโทษจำคุกถึง 7ปี ในข้อหายุยงปลุกปั่น

รัฐบาลทหารยังได้ใช้กฎหมายที่ห้ามการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ ตั้งแต่รัฐประหาร ก็ได้ปรากฎว่ามีผู้ถูกดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพถึง 53 ราย โดย40 รายเป็นการโพสต์หรือแชร์ข้อความทางออนไลน์ ศาลทหารได้พิพากษาอย่างโหดร้าย ตัวอย่างเช่นการสั่งจำคุกพงษ์ศักดิ์ ศรีบุญเพ็ง ถึง 60ปี (ภายหลังลดเหลือ30ปี) จากการที่เขาโพสต์ข้อความจำนวนหกข้อความลงในเฟสบุ๊ก

ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2014 คสช ได้ทำการเรียกตัวประชาชนอย่างน้อย 751 คน เพื่อรายงานตัวต่อกองทัพ ส่วนใหญ่เป็นนักการเมือง นักกิจกรรม และนักข่าวที่ถูกกล่าวหาว่าทำการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและต่อต้านอำนาจของกองทัพ ภายใต้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว กองทัพสามารถควบคุมตัวประชาชนทั่วไปได้เป็นเวลา7วันโดยที่ไม่ต้องมีการออกหมายจับหรือสอบสวน กองทัพสอบสวนผู้ถูกควบคุมตัวในค่ายทหารโดยที่ไม่มีทนายหรือการรับรองความปลอดภัยใดๆด้วย อีกทั้งรัฐบาลทหารยังปฎิเสธที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่ถูกจับกุมในทางลับและถูกปฎิบัติอย่างมิชอบ ซึ่งไม่เคยมีการตรวจสอบการทรมาณหรือการปฎิบัติอย่างมิชอบเหล่านี้อย่างเป็นทางการเลย

ตั้งแต่การรัฐประหารเป็นต้นมา ทางการไทยได้ทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้อพยพลี้ภัยอย่างต่อเนื่องโดยการละเมิดกฎการส่งตัวผู้อพยพกลับไปยังประเทศที่ทำการกดขี่ภายใต้กฎหมายสากล ในวันที่ 9 กรกฎาคม รัฐบาลไทยได้ส่งชาวอุยกูร์กว่า 109 คนไปที่ประเทศจีน รัฐบาลไทยได้ปิดกั้นเขตแดนเพื่อป้องกันไม่ให้เรือของชาวโรฮิงยาที่หลบหนีการกระทำที่รุนแรงของพม่าและบังกลาเทศเข้ามา ทางการไทยได้สกัดเรือเหล่านี้หลายครั้งและยังกดดันให้กลับไปสู่น่านน้ำด้วยหลังจากที่ให้ปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพแล้ว

“ผู้นำต่างๆทั่วโลกต้องไม่ทำการอ่อนข้อให้กับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยโดยพลเอกประยุทธ” อดัมส์กล่าว “ปัญหาเหล่านี้ต้องถูกยกขึ้นมา และรัฐบาลทั้งหลายสามารถช่วยกันเปลี่ยนแปลงปัญหาสิทธิมนุษยชนในไทยเหล่านี้และนำประเทศไทยกลับสู่เส้นทางที่พลเมืองแห่งประชาธิปไตยเป็นผู้ปกครองให้ได้”

ที่มา https://www.hrw.org/news/2015/09/23/un-press-thai-premier-abuses

Share.

About Author

Comments are closed.