ยุติธรรมกี่มาตรฐาน???

0

 

เรื่องร้อนแรงต่อเนื่องของการเมืองไทยตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ คงไม่มีเรื่องไหนจะร้อนแรงไปกว่าข่าวการวิพากษ์วิจารณ์ครอบครัวของพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในประเด็นความเหมาะสมรวมถึงผลประโยชน์ทับซ้อน และอีกข่าวก็คือข่าวการเรียกเก็บค่าเสียหายจากโครงการจำนำข้าวจำนวน 35,000 ล้านบาทต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ทั้งสองข่าวนี้ดูแล้วเป็นคนละกรณีโดยสิ้นเชิง ไม่น่าที่จะเกี่ยวข้องกันได้ แต่กลับกลายเป็นมีบางแง่มุมที่ต้องยกมาเปรียบเทียบกันโดยเฉพาะแง่มุมของเรื่องบรรทัดฐาน มาตรฐาน และความเป็นธรรม

ในกรณีของครอบครัวพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหมนั้น ถูกวิพากษ์วิจารณ์และยื่นให้มีการตรวจสอบใน 2 กรณี คือ การที่นางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ภรรยาของพล.อ.ปรีชา เดินทางไปเปิดฝายชะลอน้ำซึ่งใช้ภาษีของประชาชน ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา โดยตั้งชื่อว่า “ฝายแม่ผ่องพรรณพัฒนา” รวมถึงความเหมาะสมในการใช้เครื่องมือของรัฐเพื่ออำนวยความสะดวก และการวางตัว

1

ด้านนายปฐมพล จันทร์โอชา บุตรชายของพล.อ.ปรีชา ก็กำลังถูกขุดคุ้ยห้างหุ้นส่วนจำกัด ที่ไปรับงานในส่วนของกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งพล.อ.ปรีชา เคยเป็นแม่ทัพภาคถึง 7 โครงการ เป็นเงินกว่า 97 ล้านบาท ซึ่งในการประมูลงานของกองทัพภาคที่ 3 บางรายการบริษัทของบุตรชายพล.อ.ปรีชา ชนะการประมูลไปด้วยเงินเพียง 1,900 บาทเท่านั้น ในขณะที่บริษัทคู่แข่งอีก 3 แห่งที่เข้าร่วมประมูลล้วนแต่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่เข้ารับงานภาครัฐและกองทัพมาตั้งแต่ปี 2540 กว่า 270 โครงการ มูลค่ากว่า 3,148 ล้านบาท!!!

2

จนไปสู่ข้อกล่าวหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน มีการวิพากษ์วิจารณ์ และร้องเรียนให้มีการตรวจสอบกันในเวลานี้

ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวันนี้ก็กลายเป็นข่าวใหญ่ทั่วทุกสื่ออีกครั้ง หลังจากคณะกรรมการพิจารณาความรับผิดทางแพ่งเรียกค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว รายงานตัวเลขสรุปเรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าวออกมาแล้ว โดยเห็นว่าควรมีการรับผิดทั้งหมด 4 ฤดูกาลเป็นเงินประมาณ 170,000 ล้านบาท

3

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าในค่าเสียหาย 170,000 ล้านบาทนั้น กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง มีหลักเกณฑ์ที่ใช้ปฏิบัติมา 4-5 ปีแล้วว่า กรณีที่เป็นความรับผิดแบบทำกันหลายคนจะต้องมีการแบ่งสัดส่วนการรับผิด ซึ่งมีการกำหนดไว้ประมาณ 10-20% สำหรับการละเลย ส่วนอีก 80 เปอร์เซ็นต์ก็ไปเฉลี่ยกับผู้ที่มีส่วนทำความผิด ซึ่งในครั้งนี้มีการประเมินกันว่าควรจะเป็น 20%

4

จึงเป็นที่มาของการเรียกค่าเสียหายในโครงการจำนำข้าวมูลค่า 35,000 ล้านบาทต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯดังกล่าว

สิ่งที่น่าสนใจระหว่าง 2 กรณีที่เกิดขึ้นนี้ก็คือท่าทีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ออกมากล่าวถึงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์หลังมีผู้ร้องคณะกรรมการป.ป.ช. ทั้งเรื่องฝาย และการประมูลงานกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งเกี่ยวข้องกับ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชายว่าน้องชายก็ส่วนน้องชาย เป็นคนละคน ส่วนที่ตนถูกโจมตีไปด้วยนั้นก็โจมตีไป เพราะโดนอยู่ทุกวันอยู่แล้ว แต่อย่าทำผิดกฎหมายกับตนก็แล้วกัน   

5  

“คุณห่วงน้อง ห่วงญาติพี่น้องคุณหรือไม่ และเรื่องที่ถูกโจมตีเหล่านั้นจริงหรือเปล่า พิสูจน์หรือยังว่ามันผิด โดยในเรื่องการทำธุรกรรมบริษัทนั้น ยังไม่รู้ว่าถูกหรือผิด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

จุดที่ทำให้กรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ พล.อ.ปรีชา นำมาเปรียบเทียบกันได้ ก็คือ คำกล่าวที่ว่า “เรื่องที่ถูกโจมตีนั้นจริงหรือไม่ รู้หรือยังว่าถูกหรือผิด” ตามที่พล.อ.ประยุทธ์กล่าวนั่นเอง

เพราะในกรณีของพล.อ.ปรีชา นั้นพล.อ.ประยุทธ์ มีความห่วงใยในฐานะน้องชาย จนต้องกล่าวว่าต้องพิสูจน์เสียก่อนว่าจริงหรือไม่ถูกหรือผิด แต่ในทางกลับกันกรณีของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พล.อ.ประยุทธ์ กลับใช้มาตรา 44 ออกคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 56/2559 มีผลให้กรมบังคับคดีเข้ามามีอำนาจยึดทรัพย์จาก พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดฯ รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่งและอาญา

6

ทั้งๆที่คดีจำนำข้าวนั้นยังไต่สวนอยู่ในศาลฎีกาแผนกผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และคดียังไม่สิ้นสุด แต่ทางคณะกรรมการฯกลับรีบสรุปตัวเลขความเสียหาย เตรียมตัวใช้ช่องทาง พ.ร.บ.รับผิดทางละเมิดฯ และใช้มาตรา 44 ให้กรมบังคับคดียึดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นจำนวนมากถึง 35,000 ล้านบาทเสียแล้ว

7

อย่าลืมว่าคดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด ยังไม่มีคำพิพากษาว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพวก กระทำความผิดหรือไม่ ละเลยการปฏิบัติหน้าที่หรือเปล่า

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงต้องเปรียบเทียบกรณีของพล.อ.ปรีชา และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ว่าความยุติธรรมมีกี่มาตรฐาน!!??

 

Reference

http://www.isranews.org/component/content/article/58-isranews/isranews-scoop/50221-report_63521.html

http://www.matichon.co.th/news/298691

http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/719729

 

Share.

About Author

Comments are closed.