มหากาพย์สายแข็ง!!!

0

 

ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรง เรตติ้งดีไม่มีตกสำหรับพล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา หลังจากที่ล่าสุดนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ออกมากล่าวถึงกรณีลูกชายพล.อ.ปรีชา ตั้งบริษัทในค่ายทหารว่าไม่รู้ว่าผิดหรือไม่ แต่ไม่ผิดกฎหมาย ด้าน ป.ป.ช. ก็ไม่น้อยหน้าตีตกคำร้องตรวจสอบปมพล.อ.ปรีชา แต่งตั้งลูกชายตนเองเข้าเป็นนายทหารยศร้อยตรี ซึ่งนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนเป็นอย่างมาก

1

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ลูกชาย พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม ใช้บ้านพักในค่ายทหารประกอบธุรกิจ เป็นการทำผิดกฎกระทรวงกลาโหมหรือไม่ เพราะระเบียบสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยการพักอาศัยในอาคารของสำนักปลัดฯ พ.ศ. 2555 ระบุว่าห้ามมิให้นำบ้านพักไปใช้ในทางธุรกิจ ว่า ตนไม่ทราบว่าคำนี้หมายความว่าอย่างไร ต้องไปถามกระทรวงกลาโหมว่าผิดหรือไม่ มีบทลงโทษอย่างไร

2

ซึ่งเรื่องดังกล่าวนายวิษณุกล่าวว่าไม่ผิดกฎหมาย แต่เป็นเรื่องภายในกระทรวง เป็นการตรวจสอบทางวินัย แต่บุตรชายของพล.อ.ปรีชา ไม่ใช่ข้าราชการทหาร จึงไม่สามารถลงโทษทางวินัยได้ ส่วนจะตรวจสอบ พล.อ.ปรีชา ได้หรือไม่ ตนก็ไม่แน่ใจ เพราะพล.อ.ปรีชา เกษียณอายุแล้ว

3

“สุดท้ายแล้วผมถึงบอกว่า อย่างนี้เป็นความผิดหรือไม่ ผมไม่ทราบ เพราะไม่รู้เจตนารมณ์ของเขาว่าเอาบ้านไปทำธุรกิจแปลว่าอะไร ส่วนถ้าทำผิดแล้วจะสามารถลงโทษอะไรได้ก็ไม่ทราบเหมือนกัน” นายวิษณุกล่าว

ด้านคณะกรรมการป.ป.ช. เองก็ไม่น้อยหน้า ออกเอกสาร “ลับ” แจ้งผลการพิจารณาเรื่องที่นายวีระ สมความคิด ร้องเรียนให้ตรวจสอบ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ปลัดกระทรวงกลาโหม กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีบรรจุนายปฏิพัทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือน สังกัดกองทัพภาคที่ 3 โดยมิชอบ

คณะกรรมการป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่า พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ถูกกล่าวหา ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามที่กล่าวหา จึงมีมติไม่รับไว้ดำเนินการไต่สวน

กรณีการตั้งบริษัทนั้นอาจจะยังไม่ชัดเจน แต่ก็อาจเป็นการมีผลประโยชน์ทับซ้อนจากตำแหน่งหน้าที่ทางราชการ ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย แต่คนที่เป็นผู้มีความรู้ทางกฎหมายระดับรองนายกฯฝ่ายกฎหมายกลับออกมากล่าวว่าไม่รู้ ไม่ทราบ ต่างจากการตีความกฎหมายในประเด็นอื่นๆ

เช่นเดียวการแต่งตั้งบุตรชายของพล.อ.ปรีชา เป็นนายทหาร ทั้งที่โดยปกติการรับสมัครบุคคลภายนอกเข้าบรรจุเป็นนายทหารนั้น จะต้องมีขั้นตอนการประกาศรับสมัคร มีการสอบข้อเขียน สอบสัมภาษณ์ ทดสอบต่างๆอย่างเปิดเผย ซึ่งต่างจากกรณีของบุตรชายพล.อ.ปรีชา คำถามก็คือเหตุใดคณะกรรมการป.ป.ช.จึงไม่แม้แต่จะรับไว้ไต่สวนพิจารณา???

4

หรือจะเป็นเพราะ พล.อ.ปรีชา นั้นถือเป็นบุคคลพิเศษ มีความน่าเชื่อถือมากกว่าคนทั่วไป จึงทำให้กระบวนการตรวจสอบต่างๆ ดูจะให้ความเชื่อถือมากเป็นพิเศษ

5

นึกภาพไม่ออกจริงๆว่าหากกรณีที่เกิดขึ้นนี้ เป็นบุคคลจากตระกูล “ชินวัตร” สถานการณ์จะเป็นอย่างไร!!!

 

Reference

http://www.matichon.co.th/news/302990

 

Share.

About Author

Comments are closed.