สื่อนอกชี้รัฐบาลทหารไทยไร้วิสัยทัศน์แก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า!!!

0

 

สื่อใหญ่ด้านเศรษฐกิจแห่งอังกฤษอย่าง “The Economist” ได้ตีพิมพ์บทความวิเคราะห์เศรษฐกิจของไทย ภายใต้ชื่อ “The dangers of farsightedness” หรือ “อันตรายจากการมองการณ์ไกล” โดยระบุว่ารัฐบาลทหารของไทยนั้นทุ่มเทการวางแผนเศรษฐกิจในอนาคตเป็นอย่างมาก แต่กลับลืมแก้ปัญหาความยากจนในปัจจุบัน

1

ในการวางแผนอนาคต รัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยของไทยมักจะไม่กล้าวางแผนเกินกว่าการเลือกตั้งสมัยต่อไป เพราะมีความเป็นไปได้สูงว่าพวกเขาอาจจะถูกยึดอำนาจก่อนจะมีการเลือกตั้ง ซึ่งต่างจากรัฐบาลทหารของไทย พวกเขาเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อรับรองอำนาจของพวกเขาไปถึงอนาคตแม้จะมีการเลือกตั้งแล้วก็ตาม นี่คือสิ่งที่สร้างความมั่นใจให้กับรัฐบาลทหารในการวางแผนเศรษฐกิจล่วงหน้าถึง 20 ปี ตามคำกล่าวของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะปฏิวัติ ในวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งรับรองว่าจะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วภายในปี 2579

2

คณะรัฐบาลทหารมองว่าเศรษฐกิจของไทยนั้นได้พัฒนามาถึงขั้นที่ 4 หรือที่เรียกว่า “Thailand 4.0” ผ่านการพัฒนาด้านเกษตรกรรม การผลิตระดับกลาง และอุตสาหกรรมหนักแล้ว การพัฒนาขั้นต่อไปจะเป็นการสร้างตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ เช่น ไบโอเทคโนโลยี การใช้อินเตอร์เน็ต และแมคาโทนิค(ส่วนผสมระหว่างเครื่องจักร และเครื่องใช้ไฟฟ้า)

3

เพื่อการพัฒนาไปตามวิสัยทัศน์ดังกล่าว การปฏิรูปโครงสร้างบางอย่างจึงต้องเกินขึ้น รัฐบาลทหารได้มีการออกภาษีมรดกฉบับใหม่ รวมทั้งภาษีที่ดินที่กำลังจะตามมา รวมทั้งมีการปฏิรูปรัฐวิสาหกิจทั้ง 56 แห่ง โดยคาดหวังว่าจะให้ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง  นอกจากนี้ยังมีความพยายามที่จะปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานต่างๆโดยเฉพาะการใช้งบประมาณ 3 ล้านล้านในการปฏิรูประบบรางและสนามบิน

4

อย่างไรก็ตามแผนการทางเศรษฐกิจของรัฐบาลทหารไทยดูจะให้ความสำคัญกับแผนระยะยาวมากเกินไป จนละเลยแผนการระยะสั้น ซึ่งการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศถือเป็นสิ่งที่สำคัญ สภาพเศรษฐกิจของไทยในตอนนี้กำลังอยู่ในภาวะตกต่ำ ระดับเงินเฟ้อสูงกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตั้งเป้าไว้มาก ดุลบัญชีเดินสะพัดก็สูงขึ้นกว่าที่คาดมาก(ประมาณ 10% ของ GDP) สินเชื่อภาคเอกชนก็อยู่ในภาวะไร้ความน่าเชื่อถือ หนี้สาธารณะที่สูงสุดเป็นประวัติการ(44% ต่อ GDP ในปี 2558) ยังดีที่การลงทุนจากภาครัฐเพิ่มสูงขึ้นจากโครงการใหญ่ๆของรัฐบาล แต่ผู้บริโภคก็ยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย เช่นเดียวกับการลงทุนจากภาคเอกชนที่หยุดนิ่ง

5

ในอดีตเกษตรกรของไทยนั้นหวังพึ่งผ่านบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง ไม่ใช่ลอตเตอรี่ เพื่อให้พวกเขาได้ในสิ่งที่ต้องการ รัฐบาลจากการเลือกตั้งทั้งในยุค ดร.ทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มุ่งเน้นการเพิ่มรายได้ให้แก่ประชาชนผู้ยากไร้ซึ่งเป็นฐานเสียงของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นโครงการรักษาพยาบาลราคาถูก กองทุนหมู่บ้าน การอุดหนุนราคาสินค้าเกษตรที่ให้ราคาขั้นต่ำที่สูงขึ้น เช่น โครงการจำนำข้าวที่เคยให้ราคาสูงถึง 20,000 บาทต่อตัน ซึ่งหลังจากการยึดอำนาจและยกเลิกตอนนี้ราคาข้าวอยู่ที่ตันละ 8,000 บาท

6

แม้จะถูกกล่าวหาเรื่องความเสียหายในการบริหาร และทุจริต แต่นโยบายประชานิยมแบบ “ชินวัตร” ก็เพิ่มรายได้ และกำลังซื้อให้กับประชาชนที่ยากจน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เปลี่ยนไปหมดแล้วในการบริหารงานของรัฐบาลทหาร ชาวนาและคนยากจนต้องพึ่งตนเองเท่านั้น

7

แทนที่จะเพิ่มรายได้และกำลังซื้อให้กับประชาชนกลุ่มใหญ่ของประเทศ รัฐบาลทหารกลับมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว และการใช้จ่ายของคนในเมือง มีการลดภาษีให้แก่ภาคธุรกิจบางประเภทที่ถูกมองว่าเป็นเป้าในการพัฒนาเท่านั้น สิ่งเหล่านี้ไม่น่าจะดีสำหรับเศรษฐกิจโดยรวมเลย

 

Reference

http://www.economist.com/news/asia/21707980-junta-lavishes-attention-economys-future-neglects-poor-today-dangers?%20

 

Share.

About Author

Comments are closed.