ไทยอยู่อันดับ 3 เหลื่อมล้ำที่สุดในโลก รัฐกระจายรายได้ไม่เพียงพอ โอกาสไม่เท่าเทียม

0

รายงานของ Credit Suisse ระบุว่า ประเทศไทยติดอันดับที่ 3 ประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดรองจากรัสเซียและอินเดีย โดยมีระยะห่างระหว่างคนรวยและคนจนที่สูงมากถึงแม้ว่าเส้นความยากจนจะลดลงก็ตาม

16426093_10156143798343868_5254615202653342153_n

“ความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยไม่ใช่แค่ในแง่เศรษฐกิจแต่เป็นแง่การใช้ชีวิต การศึกษา และสวัสดิการสุขภาพ” นายจักรชัย โฉมทองดี ผู้ประสานงานของ Oxfam กล่าว

การจะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ภาคประชาสังคมและเอกชนต้องร่วมมือกัน ต้องมีการจัดเก็บภาษีอันตราก้าวหน้าที่สูงกว่านี้ และการศึกษา สวัสดิการสุขภาพ และค่าแรง จะต้องมีการปรับปรุง

นายจักรชัยย้ำอีกว่า คนจนเป็นคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากความเหลื่อมล้ำ

รายงานของ Oxfam เรื่องความเหลื่อมล้ำถูกเปิดเผยในงานสัมนารายงานความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย ซึ่งมีผู้ร่วมเสวนาหลายคนอาทิ สฤณี อาชวานันทกุล ผู้อำนวยการบริษัทป่าสาละ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีต รมต คมนาคม และผู้นำเครือข่ายสลัมสี่ภาค นุชนารถ แท่นทอง โดยในรายงานระยุว่า ผลผลิตมวลรวม (GDP) ในปี 2014 นั้นสูงพอที่จะแก้ปัญหาความยากจนให้หมดไปในไทยได้ แต่ทว่าประชากรกว่า 10% ยังคงอยู่ใต้เส้นความยากจน และภายในเจ็ดปีที่ผ่านมา มหาเศรษฐีของไทยได้มีเพิ่มขึ้นจาก 5 เป็น 28 คน

ในปี 2013 คนรวยจำนวน 20% ของประเทศ มีรายได้ถึง 52% ของรายได้ทั้งประเทศ และ  10% ของคนรวย มีรายได้ 35 เท่าของ ของคนจนจำนวน 10% “ความเหลื่อมล้ำเกิดจากโอกาสที่ไม่เท่าเทียมกัน” นายชัตชาติ อดีตรัฐมนตรีคมนาคม ซึ่งเป็นผู้บริหาร Q-House กล่าว

รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องสร้างการเติบโตและกระจายรายได้ ทว่ารัฐบาลมุ่งเน้นแต่การเติบโตทางเศรษฐกิจและ GDP และล้มเหลวในการปรับปรุงรายได้เฉลี่ยต่อหัว

ระบบขนส่งมวลชนในประเทศก็ยังเหลื่อมล้ำ รถโดยสาร ซึ่งเป็นการคมนาคมสำหรับคนที่มีรายได้น้อย ก็ไม่เคยได้รับการปรับปรุงเลยตลอด 10ปีที่ผ่านมา งบประมาณด้านนี้มีน้อยกว่าที่ใช้กับรถไฟฟ้าเสียอีก ระบบรถไฟก็สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาของประเทศ แต่คนที่ใช้รถไฟนั้นสามารถอยู่ในคอนโดมีเนียมได้ ในขณะที่คนจนแทบไม่ได้รับประโยชน์อะไรเลย นายชัชชาติกล่าว

ในขณะที่นุชนารถระบุว่า คนจนต่างจังหวัดได้รับผลกระทบจากการพัฒนาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาถูกไล่ที่ให้ออกจากตัวเมือง

“เราไม่อยากจน แต่เราไม่สามารถเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและอาชีพได้” นุชนารถกล่าว

“ทำให้เราต้องอยู่ในสภาพแบบนี้” เธออธิบาย การที่ไม่สามารถเข้าโรงเรียนดังๆได้ คนจนต้องเรียนในโรงเรียนที่คุณภาพต่ำ ส่งผลให้ได้รับความรู้ท่น้อยกว่า และสุดท้ายต้องทำงานเป็นแรงงาน

จากรายงานระบุว่า ผู้ที่จบจากมหาวิทยาลัยจะมีรายได้ที่มากกว่าผู้ที่จบการศึกษาภาคบังคับถึง 2-4 เท่า

และเงินเดือนในกรุงเทพนั้นสูงกว่าในภาคอีสานถึง 2.5 เท่า

 

แปลจาก http://www.bangkokpost.com/news/general/1193341/thailand-third-most-unequal

ดูรายงาน https://www.credit-suisse.com/il/en/about-us/research/research-institute/global-wealth-report.html
และ https://oxfam.app.box.com/v/FightingIneualityInTH

Share.

About Author

Comments are closed.