นักวิชาการ, ผู้บริหาร มธ, องค์กรแอมเนสตี้ แถลงคัดค้าน คสช ดำเนินคดีกลุ่มเดินมิตรภาพและผู้ชุมนุมโดยสันติ

0

ภายหลังจากที่กลุ่ม People Go Network ได้จัดกิจกรรม We Walk ‘เดินมิตรภาพ’ เพื่อรณรงค์เรื่องหลักประกันสุขภาพ ทรัพยากร ความมั่นคงทางอาหาร และสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ โดยเริ่มต้นกิจกรรมที่วิทยาลัยพัฒนาศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2561 ได้มีการสกัดกั้นจากเจ้าหน้าที่หลายครั้ง เพื่อให้การเดินนี้สำเร็จลุล่วง และยังมีการตั้งข้อหาแกนนำกลุ่มอีก 8 คนในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช ทำให้มีหลายกลุ่มองค์กรออกแถลงการณ์ประณามและคัดค้านอำนาจของรัฐบาลและเรียกร้องให้ทบทวนการดำเนินคดีดังกล่าว โดยมีกลุ่มและองค์กรใหญ่ๆออกมาแสดงจุดยืนเช่น

26 ผู้บริหาร มธ เรียกร้องให้ คสช ทบทวนการดำเนินคดี

คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ส่งหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรื่อง ขอให้ทบทวนการดำเนินคดีกับผู้จัดกิจกรรมเดินมิตรภาพ และผ่อนปรนการแสดงออกของประชาชนที่เป็นไปโดยสันติ มีรายละเอียดดังนี้

ตามที่กลุ่มองค์กรภาคประชาชนต่างๆ ในนามของ People Go Network ได้จัดกิจกรรม We Walk ‘เดินมิตรภาพ’ เพื่อรณรงค์เรื่องหลักประกันสุขภาพ ทรัพยากร ความมั่นคงทางอาหาร และสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ โดยเริ่มต้นกิจกรรมที่วิทยาลัยพัฒนาศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา นั้น

เนื่องจากทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินคดีผู้จัดกิจกรรมจำนวน 8 คน ในข้อหาฝ่าฝืนประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2558 ที่ห้ามมิให้มั่วสุมประชุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยหนึ่งในจำนวนนั้นเป็นอาจารย์ที่เป็นคณบดีคณะหนึ่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วย

ในฐานะที่กิจกรรมนี้เริ่มต้นที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นชุมชนทางวิชาการ และเป็นสถาบันการศึกษาที่สนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนเสมอมา รองอธิการบดีที่รับผิดชอบพื้นที่ศูนย์รังสิต ร่วมผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่านอื่น อันประกอบด้วยรองอธิการบดี 4 คน คณบดี 10 คณะ ผู้อำนวยการสถาบัน 5 สถาบัน และผู้ช่วยอธิการบดี 10 คน ตามรายนามข้างท้าย จึงใคร่ขอแสดงความคิดเห็นดังต่อไปนึ้

1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ได้สิ้นสภาพลงไปแล้ว นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 มี่ผ่านมา ถึงแม้ว่าบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะกำหนดให้มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว และคำสั่งของ คสช. ที่ออกตามมาตรา 44 จะยังมีผลบังคับใช้ต่อไป แต่ในเมื่อประเทศไทยได้มีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรที่รับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชนแล้ว การจำกัดสิทธิเสรีภาพต้องกลายเป็นเรื่องยกเว้น มิใช่เรื่องหลักอีกต่อไป

ดังนั้น คำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ที่ ‘ห้ามมั่วสุมประชุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป’ ซึ่งเปิดให้เจ้าหน้าที่รัฐตีความและใช้อำนาจนี้อย่างกว้างขวาง ในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน จึงควรต้องทบทวนที่จะบังคับใช้ต่อไป มิเช่นนั้นแล้ว จะเท่ากับว่ารัฐธรรมนูญฉบับถาวรที่รับรองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ซึ่งผ่านการลงประชามติและประกาศใช้แล้ว ยังคงไม่มีผลบังคับใช้ และเท่ากับว่าประเทศไทยยังไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับถาวรอยู่เหมือนเดิม ซึ่งไม่ควรจะเป็นเช่นนั้น

2. ประเทศไทยกำลังเดินหน้าตามโรดแมปกลับสู่สภาวะปกติ คสช. จึงควรเปิดกว้างมากขึ้น และให้ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพภายในขอบเขตของกฎหมายและภายใต้รัฐธรรมนูญมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแสดงออกและการมีส่วนร่วมของพลเมือง ดังที่ ท่านนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้กล่าวหลายครั้งว่า ประชาชนอย่าเอาแต่รอรัฐบาล แต่ต้องมาช่วยกันแก้ปัญหาของประเทศด้วย การแสดงออกของประชาชนภายในขอบเขตของกฎหมายปกติ และโดยสันติวิธี จึงเป็นสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุน การดำเนินคดีต่อผู้จัดกิจกรรมการแสดงออกใดๆ ควรจะดำเนินการต่อเมื่อผู้จัดกิจกรรมฝ่าฝืนกฎหมายปกติเท่านั้น

3. การจัดกิจกรรม We Walk ‘เดินมิตรภาพ’ ที่กำลังเดินไปตามถนนมิตรภาพโดยมีปลายทางที่จังหวัดขอนแก่นนั้น เป็นกิจกรรมรณรงค์ประเด็นทางสังคมโดยใช้วิธีการเดินรณรงค์ ทำนองเดียวกับการจัดวิ่ง หรือขี่จักรยาน หรือกิจกรรมรณรงค์รูปแบบอื่นในทำนองเดียวกัน คสช. จึงไม่ควรถือว่าเป็น ‘การมั่วสุมประชุมทางการเมือง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อศาลปกครองได้มีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราว ห้ามเจ้าหน้าที่ตำรวจปิดกั้นขัดขวางการใช้เสรีภาพในการชุมนุมและต้องอำนวยความสะดวกปลอดภัยในการชุมนุม จึงไม่ควรมีการดำเนินคดีด้วยข้อหาฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ที่ 3/2558 อีก

โดยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ข้าพเจ้าทั้งหลายที่เป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ตามรายนามข้างท้าย จึงใคร่ขอให้ คสช. โปรดทบทวนการดำเนินการกับผู้จัดกิจกรรมทั้ง 8 คน รวมถึงผ่อนปรนการแสดงออกของประชาชนที่เป็นไปอย่างสันติ ในขอบเขตของกฎหมายปกติ และโดยวิถีทางแห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ทั้งนี้ขอให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะการสั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินคดี อาจถือได้ว่าเป็นการก้าวล่วงพนักงานเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งทำให้กลายเป็นเรื่องการเมือง ไม่ใช่การบังคับใช้กฎหมายอีกต่อไป อันไม่เป็นผลดีต่อประชาชน ภาพลักษณ์ต่อประชาคมโลกที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก และต่อ คสช. เองด้วย

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาด้วย จักเป็นพระคุณยิ่ง

ขอแสดงความนับถือ
1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายความยั่งยืนและบริหารศูนย์รังสิต
2. รองศาสตราจารย์ ดร. ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ
3. ศาสตราจารย์ แพทย์หญิง อรพรรณ โพชนุกูล รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา
4. รองศาสตราจารย์ ดร. กิตติ ประเสริฐสุข รักษาการรองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์
5. รองศาสตราจารย์ ดร. พิภพ อุดร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี
6. รองศาสตราจารย์ ดร. ศุภสวัสดิ์ ชัชวาล คณบดีคณะรัฐศาสตร์
7. รองศาสตราจารย์ ดร. ชยันต์ ตันติวัสดาการ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์
8. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อัจฉรา ปัณฑรานุวงศ์ คณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน
9. รองศาสตราจารย์ ดร. ดำรงค์ อดุลยฤทธิกุล คณบดีคณะศิลปศาสตร์
10. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ปาริชาติ จึงวิวัฒนาภรณ์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์
11. รองศาสตราจารย์ ดร. สมชาย ชคตระการ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
12. รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ดิลก ภิยโยทัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์
13. รองศาสตราจารย์ ดร. ธีร เจียศิริพงษ์กุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์
14. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. จิตติ มงคลชัยอรัญญา คณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์
15. อาจารย์ ดร.วสันต์ เหลืองประภัสร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อประชาธิปไตย
16. รองศาสตราจารย์ ดร.ประภัสสร์ วังศกาญจน์ ผู้อำนวยการสำนักงานศูนย์วิจัยและให้คำปรึกษา
17. อาจารย์ ดร.ปกป้อง ส่องเมือง ผู้อำนวยการ สำนักงานศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
18. อาจารย์ ดร. อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันไทยคดีศึกษา
19. รองศาสตราจารย์ ดร. สุพงศ์ ตั้งเคียงศิริสิน ผู้อำนวยการสถาบันภาษา
20. อาจารย์ ดร.อดิศร จันทรสุข ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ
21. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปาริยา ณ นคร ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา
22. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายการคลัง
23. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรรณภา ติระสังขะ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายบริหารท่าพระจันทร์
24. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธีระ สินเดชารักษ์ ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ
25. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายสื่อสารองค์กร
26. นายบุญสม อัครธรรมกุล ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายศิษย์เก่าสัมพันธ์

265 นักวิชาการ เรียกร้องให้ คสช ยุติการดำเนินคดีและทบทวนบทบาทตัวเอง

นักวิชาการและนักกิจกรรมกว่า 20 คนจัดกิจกรรมเดินส่งกำลังใจให้ We Walk จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มายังสภ.อ.คลวงหลวง รวมระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร พร้อมอ่านแถลงการณ์ที่มีนักวิชาการและนักกิจกรรมร่วมลงชื่อกว่า 265 คน

แถลงการณ์เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง (คนส.)
เรื่อง ยุติการดำเนินคดีกับนักวิชาการและประชาชนในกิจกรรม We Walk เดินมิตรภาพ
การที่เจ้าหน้าที่ทหารแจ้งความตัวแทนเครือข่าย People Go Network จำนวน 8 คน ได้แก่ นายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ นายอนุสรณ์ อุณโณ นายนิมิตร์ เทียนอุดม นายสมชาย กระจ่างแสง นางสาวแสงศิริ ตรีมรรคา นางนุชนารถ แท่นทอง นายอุบล อยู่หว้า และนายจำนงค์ หนูพันธ์ ในข้อหาขัดคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 ชุมนุม มัวสุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ มีลักษณะบิดเบือน ใช้คำสั่งของคณะรัฐประหารพร่ำเพรื่อ แสดงถึงการลุแกอำนาจ ปิดกั้นไม่ฟังเสียงความทุกข์ยากเดือดร้อนของประชาชน

คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้เข้ามาบริหารประเทศเป็นระยะเวลา 3 ปี 8 เดือน ได้เพิ่มปัญหาความทุกข์ยากให้กับพี่น้องประชาชน ปิดกั้นไม่ยอมรับฟังความคิดเห็น และมีนโยบายที่ซ้ำเติมความทุกข์ยากให้ทวีเข้มข้นรุนแรงยิ่งขึ้น เมื่อประชาชนและนักวิชาการร่วมจัดกิจกรรมเดินเพื่อบอกกล่าวถึงปัญหาต่างๆ เพื่อให้กำลังใจพี่น้องในชาติที่กำลังเผชิญชะตากรรม โดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ อีกทั้งยังไม่ได้กีดขวางการจราจร หรือสร้างความเดือดร้อนวุ่นวายให้แก่ผู้ใด ทว่า คสช. และรัฐบาลไม่เพียงแต่ใช้กำลังตำรวจเข้าขัดขวาง หากแต่ยังคุกคาม สกัดกั้น และแจ้งความเอาผิดกับประชาชน พฤติกรรมดังกล่าวสะเทือนให้เห็นว่า คสช. มิได้เข้ามาทำหน้าที่สร้างความปรองดอง หรือคืนความสุขให้กับคนในชาติอย่างที่กล่าวอ้าง เพราะที่ผ่านมานอกจากยังไม่สามารถปฎิบัติหน้าที่ให้สำเร็จลุล่วง หัวหน้า คสช. ยังใช้คำดูหมิ่น ดูแคลน ดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชน คนยากจน เกษตรกร ชาวนา มีการใช้กำลังทหาร ตำรวจคุกคามเสรีภาพในการแสดงความเห็น รวมถึงริดรอนแย่งยื้อสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรของคนส่วนใหญ่ไปให้ภาคธุรกิจ

และในกรณีการจัดกิจกรรม We Walk เดินมิตรภาพ ก็มีการใช้กำลังเข้าสกัดกั้น คุกคามสิทธิในการเดินของประชาชนอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่เกิดมาโดยชอบจากการเกิดมาเป็นมนุษย์ ทั้งนี้ยังได้แสดงพฤติกรรมที่ต้องการจะสืบทอดอำนาจทางการเมือง เลื่อนการเลือกตั้ง 4 ครั้ง ไม่รักษาสัจจะวาจา การบริหารประเทศขาดความสง่างาม ไม่ได้รับความเคารพเชื่อถือจากสายตาของนานาชาติ

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมืองขอย้ำเตือน คสช. และรัฐบาล ตลอดจนองค์กรที่เกิด และอำนาจมาจากการรัฐประหาร ให้ใคร่ควรถึงภารกิจของตน และพฤติกรรมการบริหารประเทศที่ผ่านมาว่าได้สร้างความสุข ความมั่นคง ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนตามที่กล่าวอ้างหรือไม่ รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงที่ คสช. และรัฐบาลร่วมกันผลักดัน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 สามารถสร้างความโปร่งใส มีผลในการปฎิบัติต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นได้จริงตามที่กล่าวอ้างไว้เพียงใด นอกจากนี้เมื่อใดก็ตามที่ผู้นำรัฐบาลทหารต้องการแสดงท่าทีการสืบทอดอำนาจ การเสียสัจจะวาจา และการมองเห็นประชาชนเป็นศัตรู เมื่อนั้น สถานการณ์มักจะจบลงด้วยความรุนแรง และในกรณีนั้นนายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาก็มักต้องพ้นจากตำแหน่งไป ซึ่งไม่เพียงแต่จะเสื่อมเสียต่อเกียรติยศชื่อเสียงของตนและวงตระกูล หากแต่ยังเสื่อมเสียศักดิ์ศรีความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกองทัพไปอีกยาวนานอีกด้วย

คนส. และผู้ที่มีรายชื่อแนบท้าย มีความห่วงใยในสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งอาจจะลุกลามไปสู่การลุกขึ้นมาทวงสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะนักศึกษา อาจารย์ และประชาชนผู้รักประชาธิปไตย เนื่องจากสถานการณ์ในครั้งนี้มีแนวโน้มใกล้เคียงกับสถานการณ์ความรุนแรงที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต เราจึงขอเสนอแนะต่อ คสช. และรัฐบาลดังต่อไปนี้

1.หยุดคุกคาม ขัดขวางกิจกรรม We Walk เดินมิตรภาพ ของประชาชน และขอให้เคารพในคำสั่งกำหนดมาตราการคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครอง และถอนการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้แทนเครือข่าย People Go Network ทั้ง 8 คน ในทันที

2.ขอให้เคารพในหลักการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว โดยหยุดการใช้อำนาจโดยมิชอบที่มักจะอ้างคำสั่ง ประกาศ คสช. และมาตรา 44 เพราะไม่ควรมีอำนาจใดใหญ่ยิ่งกว่าอำนาจตามรัฐธรรมนูญ

3.รัฐบาลควรส่งตัวแทนมารับฟังความคิดเห็นปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน ที่ต้องการจะบอกเล่าร้องทุกข์ต่อรัฐบาล เพราะปัญหาเหล่านี้ล้วนเกิดคืนจากนโยบาย เกิดขึ้นจากมาตรา และการดำเนินการของรัฐบาล เจ้าหน้าที่รัฐทั้งสิ้น

4.หัวหน้า คสช. ควรทบทวนบทบาทของตนเองว่าที่ผ่านมาได้ปฎิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนจริงหรือไม่ ควรหยุดสร้างความสับสน ความเปลี่ยนแปลงทิศทางของประเทศจนหาจุดยืนไม่ได้ ควรหยุดใช้คำพูดในการดูหมิ่นประชาชน หรือสร้างความแตกแยกซึ่งจะบั่นทอนความน่าเชื่อถือของประเทศ โดยเฉพาะโฆษกรัฐบาลต้องหยุดใช้คำพูดยั่วยุ ผลักไสให้ประชาชนกลายเป็นผู้กระทำผิด และชวนให้เข้าใจว่าเป็นผู้สร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง

คนส. ขอยืนยันในสิทธิเสรีภาพของในการเดิน การแสดงความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมนการตัดสินใจในความเป็นไปของบ้านเมืองซึ่งสิทธิอันชอบธรรมของคนไทยทุกคน และขอเน้นย้ำ คสช. อีกครั้งว่า การคืนความสุข และการสร้างความมั่งคั่ง ยั่งยืน จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยวิถีประชาธิปไตย และการเปิดกว้างให้ประชาชนทุกส่วนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ กำหนดความเป็นไปของบ้านเมืองเท่านั้น

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง

31 ม.ค. 2561

แอมเนสตี้ เรียกร้องหยุดคุกคามคนเห็นต่าง ที่ชุมนุมโดนสันติ หนุน We Walk และกลุ่มกิจกรรมทุกกลุ่ม

สำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร แถลงเรียกร้องทางการไทยให้ยุติการปราบปรามและคุกคามทุกรูปแบบต่อการชุมนุมอย่างสันติ หลังจากนักกิจกรรมแปดคนของกลุ่ม We Walk ที่ร่วมเดินขบวนอย่างสงบเพื่อสนับสนุนประเด็นทางสังคม เศรษฐกิจ และพลเมือง ถูกแจ้งความฐานฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ยังมีคดีของ อภิชาต พงษ์สวัสดิ์ ที่ถูกจับจากการชูป้ายไม่ยอมรับรัฐประหารหลังเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อปี 2557 เพียงหนึ่งวัน ซึ่งศาลอุทธรณ์จะมีคำพิพากษาในวันนี้ (31 มกราคม 2561) ซึ่งหากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง เขาอาจได้รับโทษจำคุกสูงสุดหกเดือนและถูกปรับ

ล่าสุด ทางการไทยยังได้ประกาศเตรียมดำเนินคดีต่อนักกิจกรรมอีกเจ็ดคนในข้อหายุยงปลุกปั่นจากการจัดชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2561 ที่ผ่านมาด้วย

ตลอดเวลาเกือบสี่ปีที่ผ่านมา คนไทยหลายร้อยคนถูกคุกคามหรือคุมขังจากการใช้เสรีภาพในการแสดงออกอย่างสันติ โดยเฉพาะการไม่ยอมรับรัฐบาลทหารหรือคัดค้านนโยบายบางอย่างของรัฐบาลทหาร

เจมส์ โกเมซ ผู้อำนวยการสำนักงานเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “กองทัพไทยให้สัญญาครั้งแล้วครั้งเล่านับตั้งแต่ยึดอำนาจว่าจะเคารพสิทธิมนุษยชน และอนุญาตให้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างสงบ แต่ที่ผ่านมากลับไม่ได้ปฏิบัติตามคำสัญญาเลย”

แอมเนสตี้ทั่วโลกเรียกร้องให้ทางการไทยปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่จะยกเลิกกฎหมายหลายฉบับที่ขาดความชอบธรรม ซึ่งถูกบังคับใช้มาตั้งแต่รัฐประหารปี 2557 ตลอดจนเรียกร้องให้ประชาคมโลกแสดงความสนใจและร่วมกันเรียกร้องทางการไทยให้มากขึ้นด้วย

พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ประธานกรรมการแอมเนสตี้ประเทศไทย กล่าวว่าสื่อมวลชนเปรียบเสมือน “ครู” ผู้ทำหน้าที่ในการร่วมกันบ่มเพาะคนในสังคมให้ตระหนักถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน และเคารพซึ่งกันและกันมากขึ้น จึงเล็งเห็นความสำคัญในการสร้างกำลังใจให้กับสื่อมวลชนที่ทำงานอย่างหนักในการนำเสนอข่าวสารในแง่มุมที่คำนึงถึงการเคารพ ส่งเสริม และปกป้องสิทธิมนุษยชน

ในส่วนของแอมเนสตี้ประเทศไทยขอเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนเคารพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ที่ต้องได้รับการคุ้มครองไม่ให้ถูกข่มขู่และคุกคาม

คณะกรรมการตัดสินผลงานรางวัลสื่อมวลชนเพื่อสิทธิมนุษยชน ประจำปี 2560 ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากสายสื่อมวลชนและสายสิทธิมนุษยชน จากการคัดสรรและตัดสินผลงานที่ส่งเข้าประกวดทั้งหมด ผลการตัดสินมีดังนี้

แอมเนสตี้ขอขอบคุณและชื่นชมผลงานทุกชิ้นที่ส่งเข้าประกวด และขอเป็นกำลังใจให้สื่อมวลชนผลิตผลงานที่มีคุณค่าเพื่อการพัฒนาสังคมที่โปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืนต่อไปในอนาคต เพราะเราเชื่อว่าคุณภาพของสื่อสะท้อนถึงคุณภาพของสังคม

Share.

About Author

Comments are closed.