ย้อนคดีเฮลิคอปเตอร์ทหารตก หลังกลับจากล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จุดเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ต่อคดีเปรมชัย ซีอีโออิตาเลียนไทย แอบเข้าป่าทุ่งใหญ่ ล่าเสือดำ ถลกหนัง อาวุธปืนเพียบ

0

 

1

ภาพจาก เฟสบุ๊คเพจ “คนอนุรักษ์”

นึกว่าจะหมดไปแล้วสำหรับการล่าสัตว์ป่าอนุรักษ์ในประเทศไทยในยุคปัจจุบัน หรือหากมีส่วนมากก็เป็นชาวบ้าน ซึ่งมักถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่นี้ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นถึงซีอีโอบริษัทดิตาเลียนไทย อย่างนายเปรมชัย กรรณสูต ซึ่งได้เข้าป่าล่าเสือดำ ถลกหนัง มีอาวุธปืนเพียง โดยจากการเปิดเผยของเฟซบุ๊คเพจ “คนอนุรักษ์ ได้เผยแพร่ภาพและข้อมูลระบุว่า

“เมื่อ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ทุ่งใหญ่ตะวันตกได้รับแจ้งว่าพบนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่ง ตั้งแคมป์พักในบริเวณจุดห้ามตั้ง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ พบว่า นักท่องเที่ยวหนึ่งในกลุ่มนี้คือ นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)

เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการตรวจสอบบริเวณเต็นท์พัก พบซากสัตว์ป่าคุ้มครองคือ ไก่ฟ้าหลังเทา ซากเนื้อเก้ง จึงได้ทำการขยายพื้นที่ตรวจสอบ พบอาวุธปืนลูกกรดติดลำกล้อง 1 กระบอก ปืนไรเฟิลติดลำกล้อง 1 กระบอก และปืนลูกซองแฝด 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนอีกมาก ใกล้กับที่พบอาวุธปืนที่ซ่อนอยู่ เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เพิ่มเติม พบซากเสือดำ ถูกชำแหละและถลกหนัง บริเวณใกล้เคียงพบเครื่องกระสุนปืนเพิ่มอีกมาก จึงทำการจับกุมเพื่อส่งคดีไปที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี”

 

โดยมีผู้กระทำความผิด ดังนี้

1.) นายเปรมชัย กรรณสูต

2.) นายยงค์ โดดเครือ

3.) นางนที เรียมแสน

4.) นายธานี ทุมมาศ

โดยมีอุปกรณ์ในการกระทำผิด คือ

  1. 1. อาวุธปืนยาว (ปืนไรเฟิล) ยี่ห้อ STEYR-MANNLICHER-M หมายเลขตัวปืน 201820 ทะเบียนอาวุธปืน กท.2850473
  2. 2. อาวุธปืนยาวลูกซองแฝดเบอร์ 20 ยี่ห้อ AYA-AGUIRRE & ARANZABAL – MADE IN SPAIN หมายเลขตัวปืน 378 และปรากฎเลขทะเบียนอาวุธปืน ก.ท.4552202

3.อาวุธปืนยาวขนาด .22 ยี่ห้อ CZ 452 ZKM SCOUT CZ-USA, Kansas City , US หมายเลขตัวปืน 778590

 

ลำดับเหตุการณ์ กรณีล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก

.

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน เข้าไปท่องเที่ยวในเส้นทางสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก-หน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง-หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราช โปรแกรม 2 วัน 1 คืน (เส้นทางที่เปิดให้ท่องเที่ยวชื่อ ทินวย-ทิคอง-มหาราช ระยะทาง 30 km)

.

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่ามหาราชว่า คณะของนายเปรมชัย กรรณสูต ลักลอบตั้งแคมป์พักแรมในจุดบริเวณห้วยปะชิ อยู่ระหว่างหน่วยฯ ทิคอง กับหน่วยฯ มหาราช ค่าพิกัด 47 P 485821 E 1678956 N ซึ่งเป็นจุดที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกไม่อนุญาตให้ตั้งแคมป์ จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพิสูจน์ทราบ ตรวจพบ

.

1. อาวุธปืนยาวขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก

2. อาวุธปืนไรเฟิลติดลำกล้องจำนวน 1 กระบอก

3. อาวุธปืนลูกซองแฝด จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนพร้อมใช้งานและพบซากไก่ฟ้าหลังเทากับเนื้อเก้ง จึงได้ควบคุมตัวนายเปรมชัย กรรณสูตรและคณะมาที่สำนักงานเขตฯ ถึงในเวลา 02.40 น.

.

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบพื้นเพิ่มเติมพบ ซากเสือดำถูกชำแหละเนื้อและหนังแล้วกับเครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนมากที่ถูกซุกซ่อนไว้บริเวณที่แค้มป์พัก กำลังส่งดำเนินคดี สภ.ทองผาภูมิ

 

อ้างจาก

มูลนิธิ สืบนาคะเสถียร

 

เช่นเดียวกันกับกรณีนี้ พาย้อนกลับไปดูอีกคดีหนึ่งที่ละม้ายคล้ายคลึง คือ คดีฮเฮลิคอปเตอร์ทหารตกหลังกลับจากล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จุดเกิดเหตุการณ์ 14 ตุลา โดยเรื่องนี้แดงขึ้นจากหนังสือ “บันทึกลับจากทุ่งใหญ่”  ของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

2

โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น เมื่อ 29 เมษายน พ.ศ. 2516 เฮลิคอปเตอร์ทหารหมายเลข ทบ.6102 เกิดอุบัติเหตุตกที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม มีดาราหญิงชื่อดังในขณะนั้น คือ เมตตา รุ่งรัตน์ โดยสารไปด้วย ผู้เสียชีวิต 6 คน ในซากเฮลิคอปเตอร์นั้นพบซากสัตว์เป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นซากกระทิง ที่ทางผู้ที่ใช้ล่ามาจากทุ่งใหญ่นเรศวรซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสงวน สร้างกระแสไม่พอใจในหมู่นิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก[1]

จนเป็นหนึ่งในฉนวนเหตุให้เกิดเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เพราะหลังจากเปิดโปงในหนังสือ “บันทึกลับจากทุ่งใหญ่” ได้ผลตอบรับดีมาก จึงนำมาซึ่งการขยายผลโดยนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแห่ง ได้ออกหนังสือต่อมาชื่อ “มหาวิทยาลัยไม่มีคำตอบ” ซึ่งเป็นผลให้ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ลบชื่อนักศึกษาแกนนำ 9 คนออก ซึ่งทำให้เกิดการประท้วงจนนำไปสู่การชุมนุมในวันที่ 21 และ 22 มิถุนายน ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

 

แถลงการณ์ของศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย

เรื่อง “กรณีล่าสัตว์ ทุ่งใหญ่นเรศวร”

ตามที่ได้มีคณะนายตำรวจนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และพลเรือนจำนวนหนึ่งได้กระทการฝ่าฝืนกฏหมาย พระราชบัญญัติ สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๑๓ โดยได้ออกไปตั้งค่ายล่าสัตว์ ในเขตป่าทุ่งใหญ่จังหวัดกาญจนบุรีในระหว่างวันที่ ๑๖ – ๒๙ เมษายน ศกนี้ อีกทั้งได้นำพาหนะและอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ของทางราชการไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว จนเป็นเหตุให้เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ของทางราชการตก อันเป็นการเสียหายแก่สมบัติของชาติไทยส่วนรวม

นิสิตนักศึกษาได้พยายามติดตามการเคลื่อนไหวของบุคคลกลุ่มนี้มาโดยตลอด และได้นำเอาพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้มาเปิดเผยตั้งแต่ต้นนั้น ทางศูนย์กลางนิสตินักศึกษาแห่งประเทศไทย ในฐานะตัวแทนของนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ ได้ตระหนักถึงบทบาทและหน้าที่ที่จะพึงมีต่อประเทศชาติ จึงได้เรียกประชุมคณะกรรมการของศูนย์ฯ เป็นการด่วน เมื่อวันที่ ๖ พ.ค. ๒๕๑๖ เวลา ๙.๓๐ – ๑๗.๐๐ น. เกี่ยวกับเรื่องนี้ และได้สรุปผลออกมาดังนี้

การกระทำของนายทหาร นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่และพลเรือนพวกนี้ เป็นการกระทำการท้าทายกฏหมาย “พระราชบัญญัติ – สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๑๓” อีกทั้งการนำอาวุธยุทโธปกรณ์ของทางราชการไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวอันเป็นเหตุให้เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ของราชการเสียหายทั้งลำ และลักษณะของการล่าสัตว์เป็นการแสดงออกของผู้ที่ปราศจากคุณธรรมความเมตตาปราณี และศิลธรรมประจำใจ และเป็นการกระทบกระเทือนความรู้สึกของชาวไทยทั้งมวล

เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เป็นการกระทำที่มีหลักฐานอย่างแน่ชัด จากการที่นิสิตนักศึกษาชมรมอนุรักษ์ธรรมชาติ ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มอิทธิพลนี้อย่างใกล้ชิด พบว่ากลุ่มอิทธิพลนี้ได้เข้าไปกระทำการล่าสัตว์จริงอย่างไม่มีข้อสงสัย

การกระทำเช่นนี้ทางศูนย์ฯ ถือว่าเป็นการกระทำผิดโดยเจตนา กระทำตนเสมือนผู้อยู่เหนือกฏหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นผู้รู้กฏหมายเป็นอย่างดี เป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบ โดยเห็นแก่ประโยชน์สุขส่วนตัวเป็นที่ตั้ง ดังนั้น เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลทั่วไป เพื่อแสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์ของกฏหมาย ว่าจะไม่มีผู้ใดมาอยู่เหนือกฏหมายได้ และเพื่อเป็นการบำรุงขวัญของประชาชนชาวไทยทั้งมวล ให้มีหลักยึดเหนี่ยวอย่างมั่นคงอันจะเป็นประโยชน์ในการประกอบกิจเพื่อยังความเจริญก้าวหน้าให้แก่ประเทศชาติต่อไป

ทางศูนย์ฯ ขอให้รัฐบาลกระทำการทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าเป็นรัฐบาลของประชาชน เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง โดยการลงโทษผู้กระทำผิดกลุ่มนี้อย่างเด็ดขาด โดยมิเห็นแก่ผู้ใดทั้งสิ้น

ศูนย์ฯ ขอสนับสนุนคำกล่าวของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่ว่า “การไปล่าสัตว์โดยมิได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฏหมายนั้น เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และไม่สมควรที่ทหารจะพึงกระทำ เพราะนอกจากจะเป็นการผิดกฏหมายซึ่งอาจจะได้รับโทษจำคุกหรือปรับหรือทั้งจำทั้งปรับ ตลอดจนอาจต้องถูกปลดออกจากประจำการด้วย”

ทางศูนย์ขอสดุดีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ทุกท่านที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเที่ยงตรงและยุติธรรมโดยมิได้เห็นแก่ความเหนี่อยยากและหวั่นเกรงต่ออิทธิพลใด ๆ ทั้งนี้เพื่อเป็นการพิทักษ์รักษาทรัพยากรของชาติไว้เพื่อประโยชน์ของลูกหลานไทยในอนาคต

ในที่สุดนี้ศูนย์ฯ ขอย้ำว่าไม่มีอภิสิทธิ์ใด ๆ ที่จะอยู่เหนือความศักดิ์สิทธิ์ของกฏหมายไทยทั้งสิ้นแม้แต่ราชการลับ และขอยืนยันว่า นิสิตนักศึกษาจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้ได้มาซึ่งความถูกต้องในเรื่องนี้ เพื่อเป็นการรักษาทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าของประเทศชาติและความเป็นธรรมในสังคมไทยสืบไป

๖ พ.ค. ๒๕๑๖

 

 

อ้างจาก http://oknation.nationtv.tv/blog/alone-win/2008/10/15/entry-1

 

 

น่าติดตามต่อไปว่า เรื่องของคุณเปรมชัย กรรณสูต ซีอีโอ บริษัทอิตาเลียนไทย จะเป็นอย่างไร รัฐบาลและหน่วยงานรัฐจะดำเนินการต่อไปอย่างไร เพราะการเข้าไปในพื้นที่ป่าได้ต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงาน และคนมีสี ดังนั้นต้องขยายผลต่อว่าใครมีส่วนร่วมกันการดำเนินการนี้บ้าง เพราะไม่ฉะนั้นเดียวได้เป็นเหมือนเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 ซึ่งมีเผด็จการเหมือนๆกัน

 

ภาพบางส่วน กรณีจับ นายเปรมชัย กรรณสูต (ภาพจาก เฟสบุ๊คเพจ “คนอนุรักษ์)

 

3

4

5

6

 

 

[1] http://oknation.nationtv.tv/blog/alone-win/2008/10/15/entry-1

Share.

About Author

Comments are closed.