สิทธิสตรีปี 2561 ถดถอย เพราะมีผู้นำชายที่แข็งกร้าว

0

องค์กรแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนลเปิดเผยรายงานประจำปี 2561 ในวาระครบรอบ 70 ปี ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) ระบุถึงประเด็นผู้หญิงทั่วโลกว่า ถึงแม้จะมีการต่อสู้จากกลุ่มผู้หญิงเพิ่มขึ้นทั่วโลกแต่เรื่องสิทธิสตรียังเป็นประเด็นที่ถูกกีดกันไปอยู่ขอบสนามและต้องเผชิญการโจมตีอย่างโจ่งแจ้งมากขึ้นเรื่อยๆ

เลขาธิการแอมเนสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล คูมิ ไนดู ระบุว่าในปี 2561 ยังมีปรากฏการณ์ของผู้นำที่สถาปนาตัวเองว่าเป็นชายผู้แข็งกร้าว เกิดขึ้นมากมายทั่วโลก ซึ่งปรากฏการณ์แบบนี้ถือเป็นเรื่องที่บ่อนเซาะหลักการความเท่าเทียมซึ่งเป็นพื้นฐานของกฎหมายสิทธิมนุษยชน

ไนดูระบุอีกว่าผู้นำแข็งกร้าวเหล่านี้ “คิดว่านโยบายของพวกเขาทำให้พวกเขาดูเข้มแข็ง แต่พวกเขาก็ไม่ได้ก่อให้เกิดอะไรมากไปกว่าเป็นยุทธวิธีในการข่มเหงรังแก พยายามใส่ร้ายและปราบปรามกลุ่มคนที่เป็นชายขอบและเสี่ยงต่อการถูกละเมิดสิทธิอยู่แล้ว”

ยามินี มิชรา ผู้อำนวยการฝ่ายเพศสภาวะ เพศวิถี และอัตลักษณ์ ของแอมเนสตี กล่าวต่อสื่อไอพีเอสในรูปแบบเดียวกันว่า “ผู้นำแบบแข็งกร้าว” เถลิงอำนาจโดยอาศัยพื้นที่การเหยียดเพศหญิง การเกลียดกลัวคนนอก และการเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกันเป็นเครื่องมือ ซึ่งถือเป็นเรื่องน่าเป็นห่วงมาก

อย่างไรก็ตามมิชราบอกว่ายังมีความหวังในประเด็นเรื่องผู้หญิงเพราะในช่วงปีที่ผ่านมามีขบวนการเคลื่อนไหวที่นำโดยผู้หญิงในหลายแห่งของโลก กระแสการพูดถึงประเด็นล่วงละเมิดทางเพศ #MeToo ตกเป็นเป้าสนใจของนานาชาติเป็นส่วนหนึ่งที่ขับเคลื่อนให้เกิดขบวนการมวลชนของเรื่องสิทธิสตรีทั่วโลกในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน

Share.

About Author

Comments are closed.