สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำและความเหลื่อมล้ำ 7 ด้าน ไทยสูงสุดในโลก

0

1bugaboo.00_16_02_14.still1955

FeatureImge_ห่างกันแค่เอื้อม-กับภาพความเหลื่อมล้ำทางสังคมของประเทศเม็กซิโก

สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำ 
  • ไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงที่สุดในโลก(ล่าสุด) 
    • ข้อมูลของ CS Global Wealth Report 2018
    • ปี 2551 คนไทย 1% มีทรัพย์สินรวม 58.0% ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ 
    • มาปีนี้ 2561 คนไทย 1% มีเพิ่มเป็น 66.9% รวยขึ้นอย่างมาก
    • คนไทยที่จนสุด 10% มีทรัพย์สิน 0%
    • ถ้านับคนไทย 50% (25 ล้านคน)ก็ยังมีแค่ 1.7% …และถ้าเอา 70% (35 ล้านคน) เพิ่มไปเป็นแค่ 5% 
  • “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน(SDGs) 17 ข้อ 
    • ของ UN มีเป้าหมาย 1 ใน 17  คือ 
      • การลดความเหลื่อมล้ำทั้งภายในและระหว่างประเทศ
  • มหาเศรษฐีในไทยระดับพันล้าน ปี 2551 มีเพียง 5 คน แต่ในปี 2558 มี 28 คน 
  • คนไทย 10% หรือประมาณ 7 ล้านคน อยู่ใต้เส้นความยากจน
  • 61% ของโฉนดที่ดินในไทย อยู่ในมือประชากรแค่ 10% 
  • คนไทย 3 ใน 4 ไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินใดๆเลย
  • โอกาสของลูกคนรายได้น้อยจะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ต่างจากคนอื่น 19 เท่า 
ความเหลื่อมล้ำ 7 ด้าน 
ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ 
    • ความแตกต่างทางระดับรายได้
      • เกิดช่วงว่างทางรายได้ และการกระจุกตัว 
  • คนรวยสุด 10% ทั้งประเทศ ถือครองรายได้ ร้อยละ 40% ของรายได้ทั้งหมด 
  • ขณะที่คนจนสุด 10% ทั้งประเทศ ถือครองรายได้เพียง 1.6% ของรายได้ทั้งหมดเพียงเท่านั้น ซึ่งห่างกันถึง 25.2 เท่า  
  • ทรัพย์สิน
    • คนที่มีเงินฝากเกิน 10 ล้านบาท มีเพียงร้อยละ 0.1 ของจำนวนบัญชีทั้งหมด และมีเงินฝากรวมกันถึง 46.5% ของเงินฝากทั้งหมด
  • ที่ดิน
    • คนถือครองที่ดินมากสุด 20% แรก ถือครองที่ดินคิดเป็น 325.7 เท่า ของกลุ่มที่ที่ครองที่ดินน้อยสุด และครอบครองที่ดินสูงถึง 80%  ของพื้นที่ทั้งหมด
  • ความมั่งคั่ง และทุน 
    • รัฐเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนมากกว่าแรงงาน
  • มาตรฐานการดำรงชีพ
  • ความไม่เท่าเทียมในการจ้างงาน
    • ค่าตอบแทนแรงงานและสวัสดิการคิดเป็นสัดส่วนเพียงประมาณร้อยละ 37.4 ของ GDP ขณะที่รายได้ของทุนและผู้ประกอบการ คิดเป็นร้อยละ 59.7 ของ GDP
ความเหลื่อมล้ำทางสังคม 
  • ความแตกต่างทางสถานภาพทางสังคม
  • การเลือกปฏิบัติ
  • คุณภาพการเข้าถึงบริการและการดูแล
    • กระบวนการยุติธรรมยังมีข้อจำกัดสำหรับคนจน
      • มีค่าใช้จ่ายสูง 
      • เน้นแบบแผนราชการแบบเคร่งครัด
      • ภาษายากต่อการเข้าใจ 
    • ความเหลื่อมล้ำในการรักษาพยาบาล 
      • เมื่อเทียบกับงบรักษาสุขภาพประเทศไทย 3 ระบบ(บัตรทอง,ข้าราชการ,ประกันสังคม) ปีงบประมาณ 61 พบว่า 
        •  บัตรทอง ใช้งบ 126,533 ล้านบาท ครอบคุลมประชาชนถึง 48.8 ล้านคน เฉลี่ยรายหัว 2,592.89 บาทต่อคน
        • สิทธิข้าราชการ 63,000 ล้านบาท ครอบคลุมคนเพียง 4.97 ล้านคน เฉลี่ยรายหัว สูงถึง 12,676 บาทต่อคน
        • สิทธิประกันสังคม ใช้เงินไปทั้งสิ้น 48,544 ล้านบาท ครอบคลุมคน 14.47 ล้านคน เฉลี่ยต่อคน 3,354.80 บาทต่อคน
  • โอกาสในชีวิตและความสามารถที่จะดำเนินชีวิตที่ดี 
ความเหลื่อมล้ำทางวัฒนธรรม 
  • การกีดกันบนความแตกต่างทางเพศ
    • ด้านการศึกษา เพศหญิงมีโอกาสเข้าถึงมากกว่าเพศชาย 
    • ขณะที่ในการทำงานเพศหญิงมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานน้อยกว่าเพศชาย 
    • ผู้หญิงได้รับค่าจ้างเฉลี่ยต่ำกว่าผู้ชาย
  •  ชาติพันธุ์
    • แรงงานนอกระบบที่มีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 62.6 ที่ยังขาดหลักประกันทางสังคมและสวัสดิการสังคม
  • ศาสนา
  • ผู้สูงอายุ
    • 1 ใน 5 ของผู้สูงอายุ มีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน(2,900 บาท) 
  • ความพิการ
    • คนพิการในวัยแรงงาน (15 – 59 ปี) มีจำนวนสูงถึง 1.4 ล้านคนทั่วประเทศ แต่มีงานทำเพียงร้อยละ 25.7 ของจำนวนดังกล่าว
  • อัตลักษณ์อื่นๆ
ความเหลื่อมล้ำด้านการเมือง 
  • คนบางกลุ่มไม่มีอำนาจการตัดสินใจ 
  • ไม่มีความเท่าเทียมทางด้านกระบวนการในการเข้าถึงการตัดสินใจ
  • การผูกขาดอำนาจไว้ที่รัฐไม่กระจายสู่ชุมชน 
  • การบริหารราชการขาดประสิทธิภาพ 
  • ความโปร่งใส่ และการทุจริตคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐ
ความเหลื่อมล้ำทางสิ่งแวดล้อม
  • ระดับของการปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อม
  • การเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติ
  • โอกาสในการได้รับประโยชน์จากการใช้ทรัพยากร 
  • การเผชิญกับมลภาวะ
  • ความเสี่ยงที่เกิดจากภัยพิบัติและอันตรายทางธรรมชาติ
ความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ 
  • โครงสร้างรัฐที่รวมศูนย์ 
    • ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ 
    • บริการรัฐต่างๆกระจุดตัวอยู่แค่กรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่
    • เกิดปัญหาระบบกรรมสิทธิ์ที่ดิน
  • ความแตกต่างของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ 
  • ความแตกต่างทางรายได้ระหว่างพื้นที่ศูนย์กลางและชายขอบ
  • ขาดแคลนทรัพยากร
  • การเข้าถึงบริการและความรู้ที่ไม่เท่าเทียมกัน
  • การกีดกันและความเหลื่อมล้ำในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมือง
ความเหลื่อมล้ำทางความรู้
  • การไม่สามารถเข้าถึงความรู้ประเภทต่างๆ และผลที่ตามมาจากการเข้าถึงนั้น
    • อัตราการเข้าเรียนสุทธิ (Net enrolment rate) ในกลุ่มประชากรร้อยละ 10 ที่มีฐานะความเป็นอยู่ดีที่สุด มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาระดับปริญญาตรี (รวม ปวส.) สูงถึงร้อยละ 62.8 
    • ขณะที่กลุ่มประชากรร้อยละ 10 ที่มีฐานะความเป็นอยู่ด้อยที่สุด มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาระดับปริญญาตรี (รวม ปวส.) เพียงร้อยละ 3.6

05904

แนวทางการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ

จากหนังสือ “ความเหลื่อมล้ำฉบับพกพา ของสฤณี

ด้านเศรษฐกิจ

  • โครงสร้างการแข่งขันในตลาดจะต้องเสรีและเป็นธรรม
    • รัฐควรปรับปรุงกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้าให้ใช้การได้จริงเพื่อลดโอกาสที่ความมั่งคั่งจะกระจุกตัวอยู่แต่เฉพาะในกลุ่มผู้มีอำนาจผูกขาดหรือเหนือตลาด
    • รัฐเน้นการส่งเสริมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อมมากกว่าผู้ประกอบการขนาดใหญ่ที่มี“สายป่านยาว”
    • ทุกคนในสังคมก็ควรมีโอกาสเข้าถึงปัจจัยต่างๆ ที่จำเป็นต่อการสร้างเสริมสมรรถภาพในการดำรงชีพหรือแข่งขันอย่างเท่าเทียมกัน (เช่นโอกาสในการได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพ)
    • ส่งเสริมระบบการเงินฐานราก (“การเงินชุมชน” เช่นกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ สัจจะสะสมทรัพย์ และสหกรณ์ออมทรัพย์เพื่อการผลิต) ชาวบ้านจัดการเอง
    • ผลักดันและส่งเสริมสถาบัน “การเงินขนาดจิ๋ว” (ไมโครไฟแนนซ์) ในไทย
    • ปฏิรูประบบภาษีของไทยทั้งระบบ
    • รัฐควรผลักดันภาษีใหม่ๆ ที่สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงและปัญหาใหญ่ในสังคมปัจจุบัน อาทิ ภาษีมลพิษ 

 

ที่ดิน

    • การปฏิรูปการถือครองที่ดิน 
    • ทำให้ประชาชนที่ต้องการที่ดินทำกินสามารถมีที่ดินเป็นของตัวเอง สามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ 
    • ความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ก็เป็นผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านการถือครองที่ดินด้วย เพราะทำให้คนบางกลุ่มสามารถซื้อที่ดินสะสมไว้เก็งกำไรได้
    • ปฏิรูปที่ดิน เช่น “โฉนดชุมชน” และ “ธนาคารที่ดิน” 
    • เก็บภาษีที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ให้มาก 
Share.

About Author

Comments are closed.